บทที่ 10 (ลิขิตฟ้ามายารัก)
บทที่ 10 ลิขิตฟ้ามายารัก
ดวงตาสีน้ำเงินสุกสกาวแสนสวย สะดุดใจจนเลโอไนดัสต้องวางมือกุมหัวใจที่กระตุกรุนแรงและเต้นรัวระทึก ในสมองเสมือนมีพลังหนึ่งนำพาความทรงจำคุ้นเคยหวนคืนมาอีกครั้ง แต่กลับเลือนหายเหลือเพียงความชื่นชมและความพอใจเปี่ยมล้นในความงดงามที่ขณะนี้เขาไม่อาจจะละสายตาจากไป
“ฮะแอ่ม...” มาร์คัสกระแอมกระไอ ขัดจังหวะการสบประสานสายตาสองหนุ่มสาวที่เนิ่นนานราวกับลืมสิ่งรอบกาย
“ที่นี่เป็นที่พักอาศัยของพวกเรา” มาร์คัสตอบคำถามด้วยเสียงก้องกังวานเรียกความสนใจมายังตัวเขาเป็นจุดเดียว
“เอ้อ...ข้าหมายถึงพวกเขา” กล่าวเสริมพร้อมกับพยักหน้าไปทางเลโอไนดัสก่อนจะกวาดตาผ่านไปยังลูกน้องทุกคน
“ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ฉันจำได้ว่า....”
ความทรงจำของหญิงสาวแล่นลิ่วเข้าสู่สมอง และต้องตกใจกับภาพแจ่มชัดในเหตุการณ์ตกของเครื่องบินที่ไม่คิดว่าตัวเองจะยังมีชีวิตรอดฟื้นขึ้นมามีสติสัมปชัญญะอย่างนี้อีกครั้ง
“เจ้ากับสหายยังไม่ตาย ยังมีลมหายใจ แต่มันจะหมดลงในไม่ช้า ซึ่งตัวข้า มาร์คัส ได้ถูกร้องขอให้ต่อลมหายใจแก่พวกเจ้า และถ้าเจ้าจะยินยอม...” มาร์คัสบอกสิ่งที่ควรรู้สั้นๆแข่งกับเวลาที่เหลือน้อยให้คนที่กำลังอยู่ในอาการงวยงงและตกใจได้เข้าใจ
“ต่อลมหายใจ...ยินยอม...เรื่องอะไรกัน...ฉันก็ยังหายใจสบายดีอยู่นี่คะ” หญิงสาวสวยถามกลับด้วยสีหน้างงงัน
“เจ้าดูสบายดีเพราะมีมนตราเป็นตัวช่วย แต่ความเป็นจริงเจ้าก็กำลังนอนหายใจรวยรินไม่ได้สติเหมือนกับสหายของเจ้านั่นแหละ และจะหมดลมหายใจในไม่ช้านี้” มาร์คัสผายมือไปยังร่างหลายคนที่นอนนิ่งเหยียดยาวไร้สติรับรู้
“เป็นไปได้ยังไง ฉันก็ยังเป็นปกติดี” หญิงสาวก้มลงมองสำรวจตัวเองที่ยังอยู่ในสภาพดี ไม่เห็นแม้แต่รอยขีดข่วน
“แต่เจ้าจะเป็นปกติอยู่อีกไม่นาน” เสียงทุ้มกังวานของ เลโอไนดัสเรียกความสนใจให้หญิงสาวหันกลับไปมองอย่างแปลกใจ
“ยังไงกัน ฉันไม่เข้าใจ”
เธอถามเขาอย่างนึกรำคาญ เพราะมีแต่คำบอกซ้ำไปซ้ำมาว่าเธอกำลังจะตาย แต่ร่างกายของเธอกลับเป็นปกติดีทุกอย่าง แม้แต่ลมหายใจก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ
“สาวน้อย เจ้าจะต้องตาย ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากการต่อลมหายใจจากข้า” มาร์คัสกล่าวแย้งความคิดในใจของหญิงสาว
“ถ้าคุณเป็นหมอ ก็น่าจะรีบๆช่วยเพื่อนๆของฉันก่อนจะดีกว่านะคะ ดูสภาพพวกเขาน่าจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่า”
“ไม่ได้...มาร์คัสจะต้องช่วยเจ้าก่อน” เลโอไนดัสร้องค้านเสียงเคร่งเครียด
“ทำไมต้องเป็นฉันก่อนล่ะ พวกเขาดูแย่กว่าตั้งเยอะ” อาร์ยานามองร่างเพื่อนๆอย่างนึกสงสาร
“เจ้าก็แย่พอกับพวกเขานั่นแหละ แต่ที่ลุกขึ้นมาพูดจาได้ เพราะมีตัวช่วย เอาละ สาวน้อย ฟังข้าให้ดี ตัวเจ้ากำลังจะหมดลมหายใจหรือตายในไม่กี่นาทีนี้ แต่เลโอไนดัสต้องการชีวิตของเจ้า เขาอยากให้เจ้ามีลมหายใจต่อไป และเจ้าต้องเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง”
“ฉันต้องเลือกอะไร”
“เลือกมีชีวิตต่อไป หรือ เลือกที่จะตาย”
“นี่ท่านพูดอะไร...เลือกมีชีวิต...เลือกตาย” อาร์ยานาร้องด้วยความตกใจและไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“ถ้าเจ้าเลือกจะมีชีวิตต่อไป เจ้าจะได้มีชีวิตใหม่เป็นอมตะอย่างพวกเรา แต่ถ้าเจ้าไม่เลือก เจ้าก็จะหมดลมหายใจไปชั่วนิรันดร์”
“ชีวิตเป็นอมตะอย่างพวกคุณ เป็นยังไงกัน” หญิงสาวยิ่งงงหนัก ชีวิตอมตะเป็นเรื่องปรัมปราในนิทาน ไม่มีอยู่จริงในโลกนี้
“พวกเรามีชีวิตเป็นอมตะ มีสถานะภูตพรายกึ่งมนุษย์ เป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งในโลกแห่งมนตราสายรุ้งที่พวกเราจะ ไม่แก่ ไม่เจ็บป่วย และ ไม่ตาย” มาร์คัสพยายามอธิบายคำจำกัดความเผ่าพันธุ์ของภูตพรายกึ่งมนุษย์ให้สั้นและชัดเจนที่สุด
“เป็นไปได้ยังไง คนเราจะมีชีวิตเป็นอมตะ ไม่แก่ ไม่เจ็บป่วย และไม่ต้องตาย” สีหน้าคนถามบ่งบอกถึงความไม่เชื่อ
“มาร์คัสหมายความอย่างที่เขาพูด เจ้าต้องเลือกเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ร่างของเจ้าจะหมดลมหายใจ” เลโอไนดัสร้อนใจ เพราะเวลาตัดสินใจของหญิงสาวสั้นเข้ามาทุกวินาที
“เจ้าต้องตัดสินใจแล้วละ ถ้าเจ้ามัวชักช้า สหายของเจ้าก็จะหมดโอกาสกับหมดลมหายใจไปพร้อมๆกัน” มาร์คัสพยักหน้าไปยังร่างที่นอนรอความตาย และเร่งให้หญิงสาวตัดสินใจ
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร ยังหายใจดีอยู่ และไม่มีความจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ท่านบอก และอยากขอร้องให้ท่านช่วยเพื่อนๆของฉัน” คำตอบของหญิงสาวทำให้ภูตพรายทุกตนต่าง งงงัน มีเพียงมาร์คัสกับเลโอไนดัสที่รู้ความหมายของหล่อน
“ฉันบอกเจ้าไปหมดแล้ว ตอนนี้มันอยู่ที่การตัดสินใจของเจ้า เวลาของเจ้าจะหมดลงเดี๋ยวนี้แล้ว” มาร์คัสรู้ดีถึงความเข้าใจผิดของหญิงสาว แต่เขาทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว
“ฉันไม่ต้องการเลือกอะไร นอกจากการมีชีวิตจากลมหายใจของตัวเอง”
อาร์ยานายังงุนงงกับการให้เลือก แต่เข้าใจว่าหล่อนได้เลือกสิ่งที่ถูกต้องแล้ว นั่นคือ การมีชีวิตด้วยลมหายใจของตัวเอง และหล่อนจะไม่ต้องการเป็นอย่างอื่น นอกจากสิ่งที่หล่อนเป็นอยู่
“ไม่...เจ้าเลือกแบบนั้นไม่ได้” เลโอไนดัสร้องบอกด้วยความตกใจ เพราะสิ่งที่หญิงสาวเลือกมันคือความตาย
“ทำไมจะไม่ได้ ฉันเลือกที่จะหายใจด้วยตัวเอง”
“แต่เจ้ากำลังจะหมดลมหายใจ ถ้าเจ้าเลือกที่จะหายใจด้วยตัวองก็เท่ากับเลือกความตาย”
“นางเลือกแล้ว...เลโอไนดัส...”
เพียงมาร์คัสสะบัดมือจากศีรษะของหญิงสาวลงสู่ปลายเท้าได้เพียงครึ่งลำตัว ร่างของอาร์ยานาก็ผวาเฮือก หล่อนพยายามสูดลมหายใจเข้า แต่กลับทำไมได้ ลมหายใจของหล่อนหายไปไหน หญิงสาวร่ำร้องอยู่ในใจ พยายามสูดหายใจเข้าอย่างทุรนทุราย
“ไม่ได้...นางจะเลือกแบบนี้ไม่ได้”
เลโอไนดัสร้องก่อนจะปราดเข้าไปคว้าร่างทุรนทุรายของหญิงสาวที่พยายามจะให้มีลมหายใจเข้ากอดประคองไว้ใน วงแขน เมื่อคิดว่าจะต้องสูญเสียหล่อนไปตลอดกาล ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวก็บังเกิดกับหัวใจของเขาฉับพลัน
“ก็นางเลือกแล้วนี่” มาร์คัสทำสุ้มเสียงเหมือนไม่ไยดี
“ไม่ ข้าขอร้องละ...ขอให้นางเลือกอีกครั้ง...ได้โปรดเถอะมาร์คัส...โปรดให้โอกาสแก่นางอีกครั้ง...” เลโอไนดัสที่ไม่เคยเอ่ยปากวิงวอนต่อใคร ถึงกับร้องขอ
“เราฝืนกฎแห่งมนตราไม่ได้...เลโอไดนัส...”
มาร์คัสกล่าวเสียงยานคางเจือหมองเศร้า ทั้งที่ในใจเขากำลังรื่นรมย์กับการรับรู้ความรู้สึกในใจของผู้นำหนุ่มรูปงามที่พยายามเก็บกดความทรงจำเอาไว้
“ท่านก็รู้ว่านางยังไม่เข้าใจ”
แสงตามัวหม่นจากอารมณ์เศร้าแปรเปลี่ยนเป็นลุกเรืองจากอารมณ์กรุ่นโกรธของผู้นำกลุ่มสิงหราบอกชัดว่าเขาจะไม่ยอมให้มาร์คัสกระทำสิ่งที่เขาไม่ยอม
“...งั้นรึ...ก็ได้...”
มาร์คัสเพียงสะบัดมือเบาๆ ร่างของอาร์ยานาก็สะอึกกลืนลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ หญิงสาวสูดหายใจสุดปอดอีกหลายครั้ง หลังจากที่หายใจเอาอากาศเข้าไปได้
“ว่าไง...สาวน้อย...เจ้ารู้แล้วใช่ไหมว่า ความเป็นกับความตายมันแตกต่างกันยังไง ในตอนนี้ลมหายใจในร่างมนุษย์ของเจ้าแทบไม่มีเหลืออีกแล้ว จะเลือกอย่างไรก็รีบตัดสินใจซะ”
“นี่...ฉัน...ฉันหายใจเองไม่ได้หรือ ฉันต้องเลือกอะไร”
อาร์ยานาเพิ่งตระหนักถึงความรู้สึกของคนใกล้จะตายอย่างเด่นชัด ด้วยการไม่สามารถสูดลมหายใจเข้าหรือออกได้เหมือนปกติ หล่อนต้องการมีลมหายใจ และยังไม่อยากเสียมันไป
“เจ้าต้องบอกว่าจะเลือกมีลมหายใจต่อไป” เลโอไนดัสบอกนำด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น
“ใช่ เจ้าต้องเลือกมีชีวิตใหม่ แล้วข้าจะต่อลมหายใจให้”
มาร์คัสมองใบหน้างดงามอ่อนหวานด้วยรอยยิ้มปรานี เขารู้ว่าหญิงสาวสวยผู้นี้ มีชะตากรรมที่จะต้องมาอยู่ในป่าโบราณโลกแห่งมนตราสายรุ้งนี้ โดยไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงได้ และหล่อนต้องใช้ชีวิตอมตะเหมือนอย่างทุกชีวิตในกลุ่มสิงหราตลอดไป
“เอ้อ...ก็ได้...ฉันเลือก...จะมีลมหายใจ มีชีวิตใหม่ แต่ขอฉันรู้ได้ไหมว่ามันเป็นยังไง”
“เจ้าไม่มีเวลาอีกแล้ว รอให้มาร์คัสช่วยเจ้าก่อน แล้วข้าจะบอกเจ้าทุกอย่าง”
“...แต่...ก็ได้...”
อาร์ยานาตอบแผ่วเบา หล่อนไม่อยากเสี่ยงต่อการหายใจไม่ได้อีก และหลับตาตามคำแนะนำของมาร์คัส พยายามทำจิตใจให้สงบ การสูดลมหายใจเข้าปล่อยลมหายใจออกยังเป็นปกติดี หล่อนสูดลมหายใจลึกยาว แล้วค่อยผ่อนออกมาเบาๆ รู้สึกยินดีที่ยังหายใจได้ และทำต่อจนทุกสิ่งทุกอย่างดับวูบไป
