ตอนที่ 2
บาดิลและคาลิมเดินไปที่รถด้วยกัน ชันดาใจหาย...เมื่อเวลาที่ต้องพลัดพรากมาถึง เธอปลดสายคาดนิรภัย และอุ้มลูกชายขึ้นมากอด
"อัซมีน...ลูกรักของแม่ จำไว้นะ...ว่าแม่รักลูกมากที่สุด"
ชันดาจูบหัวลูกน้อยเบา ๆ เธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดใจ คาลิมเปิดประตูรถ ชันดาอุ้มลูกลงมา บาดิลยิ้มก้มหัวให้เธอ
"คุณชันดา...เราไปกันเถอะครับ"
"ไม่ค่ะ...ฉันไม่ไป"
"ชันดา...เราตกลงกันแล้วนะ"
คาลิมเรียกอย่างตกใจ
"ฉันเชื่อว่าคุณบาดิลจะดูแลลูกเราเป็นอย่างดี ถ้าเราต้องเป็นอะไรไปจริง ๆ อัซมีนจะเติบโตอย่างปลอดภัยที่หมู่บ้านนูรุดดิลค่ะ"
บาดิลกับคาลิมมองหน้ากันอึ้ง ๆ ชันดาตัดใจส่งลูกชายให้บาดิล เขารับพ่อหนูน้อยมาอุ้ม พ่อหนูน้อยตื่นแล้ว และมองบาดิลตาแป๋ว
"เขาน่ารักเหลือเกินครับ ผมเองก็ไม่มีลูก ผมจะเลี้ยงเขาให้เหมือนลูกของผมอง คุณโปรดวางใจ"
ชันดาน้ำตาไหลพราก จูบลาลูกอีกครั้ง แล้วตัดใจเดินหันหลังขึ้นรถ คาลิมก็มาจูบลาลูก พ่อหนูน้อยร้องไห้จ้า เหมือนรู้ว่าพ่อแม่กำลังจะไป
ชันดาร้องไห้ใจจะขาด เธอเกือบจะเปลี่ยนใจเอาลูกคืน แต่แล้วก็เชิดหน้าเดินขึ้นรถอย่างเด็ดเดี่ยว คาลิมบอกลาบาดิล เขาเองก็อาลัยอาวรณ์ไม่น้อย แต่จำต้องตัดใจ คาลิมโอบกอดชันดาที่ร้องไห้อย่างหนัก
"อย่าร้องไห้เลยนะ เราจะกลับมารับเขาให้เร็วที่สุด...ผมสัญญา"
รถคันใหญ่แล่นออกไปจากตรงนั้น บาดิลมองตามหลังรถไป แล้วถอนใจเฮือกใหญ่ เขาอุ้มพ่อหนูน้อยที่ยังไม่หยุดร้องไห้ขึ้นชู
"ฟังนะไอ้หนู เธอเป็นทายาทสายเลือดสุลต่านผู้ครองประเทศ เธอต้องเข้มแข็ม อย่าอ่อนแอเด็ดขาด...รู้ไหม ฉันจะเป็นพ่ออุปถัมภ์ให้เธอเอง"
พ่อหนูน้อยหยุดร้อง แต่ยังสะอึกสะอื้นมองบาดิล
"โฮ่...ฟังเข้าใจด้วยหรืออัซมีน"
พ่อหนูน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ บาดิลหัวเราะชอบใจ เขาพาพ่อหนูน้อยและพวกลูกน้องเดินทางกลับหมู่บ้าน
อีกสองอาทิตย์ต่อมา...
คาลิมและชันดากลับจากวังของท่านสุลต่าน พวกเขาเอาหลักฐานเข้าไปให้ท่านแล้ว และกำลังจะไปรับลูก
"คุณคิดว่าท่านจะจัดการได้ไหมคะ ฉันกลัวท่านจะไม่กล้าจัดการค่ะ แต่ละคนล้วนมีอำนาจคับฟ้าทั้งนั้น"
ชันดาหัวเราะเหมือนประชด
"ผมก็หวังให้ท่านลุงเข้มแข็ง เพื่อจะได้กำจัดพวกมันเสียที"
ชันดาส่ายหัวอย่างไม่เชื่อถือ สามีของเธอใจอ่อนเกินไป ที่ไม่จัดการขั้นเด็ดขาด ทั้งที่มีอำนาจอยู่ในมือ
เขาเป็นถึงรัชทายาท ที่จะได้ปกครองประเทศแทนท่านสุลต่านในอนาคต จึงมีคนที่อยากกำจัดเขาเพื่อแทนที่ รวมทั้งฮาลัมน้องชายต่างแม่ของเขาด้วย
รถคันใหญ่แล่นออกมานอกเมือง เพื่อมุ่งไปเมืองดุคฮาน มีรถจิ๊ปคันหนึ่งขับไล่แล้วตีคู่ขึ้นมา ในรถมีชายฉกรรจ์ปิดหน้า 4 คน พวกมันมีปืนกลในมือทุกคน
"ชันดา...ระวัง.."
คาลิมกอดหัวชันดา ชายกลุ่มนั้นเอาปืนกลในมือสาดยิงมาที่รถ โชคดีที่เป็นรถกันกระสุน จึงเพียงแค่สั่นสะเทือน
"ให้ตายสิ...รถมันเสือกกันกระสุนด้วยว่ะ เอาไงดีวะ"
ชายคนหนึ่งหันไปถามเพื่อน
"จะเอายังไงก็เอาเหอะ อย่าให้เข้าถึงเมืองดุคฮานได้ซะก่อนล่ะ"
ชายคนหนึ่งเอาลูกระเบิดมือขึ้นมาเดาะ ก่อนจะดึงสลักแล้วปาไปที่รถของคาลิม
"ตูมมม"
เสียงระเบิดดังสนั่น ยาซาตกใจจนมือสั่น เขาพยายามบังคับรถไม่ให้เสียหลัก ชายอีกคนเอาเครื่องยิง RPG มาประทับบ่า...แล้วยิงออกไป
ลูกกระสุนพุ่งตรงไปที่รถ และระเบิดจนรถกระดอนขึ้นสูง แล้วตกมาหงายท้อง 4 ล้อชี้ฟ้า คาลิมพยายามจะเปิดประตูเพื่อเอาชันดาออกมาจากรถ ชายทั้ง 4 ลงมาจากรถ พวกมันมายิงคาลิมจนแน่นิ่งไป
ชายคนหนึ่งก้มหน้ามองเข้าไปในรถ เห็นชันดานอนนิ่ง ก็คิดว่าเธอคงตายแล้ว ยาซาก็คอพับนิ่งเงียบด้วย
"คงตายกันหมดแล้วล่ะ พวกเรากลับไปรับเงินกันเถอะ"
ชายทั้ง 4 เดินกลับขึ้นรถแล้วขับจากไป ยาซาที่แกล้งตาย ดูจนแน่ใจว่าพวกมันไปแล้ว ก็ค่อย ๆ คลานออกมาจากรถ
"นายท่าน..."
ยาซารีบเข้าไปประคองคาลิม เขาถูกยิงหลายนัด...แม้ยังไม่ตายทันที แต่ก็สาหัสมาก
"นายท่านขอรับ...นายท่าน"
คาลืมลืมตาขึ้นมองยาซา
"ชัน...ดา"
ยาซาวางคาลิมลง และเข้าไปดูชันดา เขาเขย่าตัวเรียกเธอ แต่เธอไม่สนองตอบ ยาซาเอามือไปจับที่คอ จึงรู้ว่าเธอเสียชีวิตแล้ว
ตอนที่รถกระดอนขึ้น หัวชันดาไปชนกับด้านบนของรถ และสะบัดกระแทกหน้าต่างอย่างแรง ทำให้เธอคอหัก ตายโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
"นายหญิง...โธ่!.."
ยาซาทำมือคารวะชันดา เขาออกมาดูคาลิมอีกครั้ง คาลิมมองหน้าเขาเหมือนจะถาม
"ชันดา..."
ยาซาหลับตาพยักหน้า
"ที่รัก...คุณตายเพราะผมแท้ ๆ"
คาลิมน้ำตาไหล เขาใช้แรงเฮือกสุดท้าย...ถอดสร้อยคอที่มีเหรียญอันใหญ่คล้องอยู่ด้วย...ยื่นให้ยาซา
"ฝากให้คุณชายน้อยด้วย เธอก็ไปอยู่กับบาดิลเถอะนะ เขาจะดูแลเธอเอง เธอจะปลอดภัย..."
"นายท่าน...ผมจะพาท่านไปหาท่านบาดิลนะครับ ท่านแข็งใจหน่อยนะ ผมจะพาท่านไปเอง"
ยาซาเอาแขนคาลิมพาดบ่า แต่เขาขืนตัวไว้
"ไม่มีประโยชน์หรอก ฉันไม่ไหวแล้ว เธอไปเถอะ แต่ก่อนไป...ช่วยพาชันดามาหาฉันหน่อยได้ไหม"
ยาซาพยักหน้า เขาเข้าไปอุ้มร่างนายหญิงมาให้คาลิม เขากอดภรรยาสุดที่รักไว้แนบอก
"ที่รัก...เราจะไปด้วยกันนะ รอผมด้วย...ชัน...ดา"
คาลิมซบหน้าลงบนหน้าของเธอ เขาหลับตาลงพร้อมกับลมหายใจที่ขาดหายไปด้วย ยาซาร้องไห้อาลัยนายและนายหญิงที่เขาเคารพรัก เขาบาดเจ็บพอสมควร แต่ยังพอทนได้
ยาซาเอาผ้าใบผืนใหญ่ที่ท้ายรถมาคลุมร่างของคนทั้งสอง เขาคุกเข่ากราบคารวะ แล้วเริ่มเดินไปหาบาดิลที่เมืองดุคฮาน...
