บทที่ 6 หมิ่งเยว่
หลังจากที่ถือกำเนิดองค์ชายและองค์หญิง บุตรของเทียนจวินและเทียนโฮ่วเมื่อสามพันปีต่อมา ดอกบัวที่ม่วงทองยังคงตูมไม่ผลิดอกออกมาเหวินเต๋อเทียนโฮ่วดูแลดอกบัวม่วงทองเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับเซียนบุปผาที่จำแลงเป็นปลาแหวกว่าย นางเซียนทั้งสองดูแลดอกบัวสวรรค์ดอกนี้เป็นอย่างดี ไม่ให้มารตนใดย่างกายเข้ามาขโมยดอกบัวทองดอกนี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีมารแฝงตัวเพื่อมาทำลายดอกบัว เทียนจวินกำจัดสมุนพญามารเหล่านั้นในทันที เทียนจวินจึงเอาอ่างดอกบัวนี้เร้นกายอยู่กับเขาโดยตลอด เพื่อไม่ให้มารเหล่านั้นเอาบัวดอกนี้ไปทำลายได้
“ผ่านมาสามพันปีแล้ว ทำไมจึงยังไม่ออกมาเสียที ข้าอยากเห็นใบหน้าของเจ้าว่าจดงามเช่นเยว่เอ๋อร์ หรือจะมีใบหน้าคล้ายกับข้า” เทียนจวินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วปล่อยพลังเวทสีทองไปในดอกบัว
“นางคงบำเพ็ญเพียรอยู่ในนั้นอย่างที่เทพบิดรเอ่ยบอกกับพระองค์และหม่อมฉัน อีกทั้งนางมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องกำจัดพญามารตั้งแต่อย่างไม่เกิด เหล่ามารต่างขึ้นสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เพื่อช่วงชิงดอกบัวดอกนี้เพื่อไปทำลาย” เทียนโฮ่วเอ่ยบอกทอดสายตามองดอกบัวที่ยังคงมีรัศมีเรืองรองอยู่เช่นเดิม เหมือนครั้งหนึ่งหมื่นปีที่แล้ว
“ข้าจะไม่ยอมให้สมุนมารตนใดมาเอาลูกของข้าไปได้” เทียนจวินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด และยังคงทอดสายตามองดอกบัวดอกนี้ที่ไม่มีท่าทีจะปรากฏร่างเซียนแต่อย่างใด
“ฟู่จวิน เหนียงชินพวกท่านพักผ่อนเถิด ข้าจะดูแลน้องหญิงเอง” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสวมใส่ชุดสีขาวสะอาดทั้งตัว ใบหน้าของเขาสง่างดงามไร้มลทิน คิ้วหนา นัยน์ตาอ่อนโยน จมูกโด่งเป็นสัน และยังมีริมฝีปากไม่หนามากจนเกินงาม วงหน้าของเขาราวกับว่าเขาเป็นชายหนุ่มอายุสิบหกปี ใบหน้าคงเดิมตั้งแต่อายุสิบหกปีหลังจากได้กำเนิดมา เขาก็คือองค์ชายเสวี่ยเหรินกำเนิดจากครรภ์เวทย์ที่เทียนหมิงเทียนจวินและเหวินเต๋อเทียนโฮ่ว
“ไม่เป็นไรเหนียงชินจะดูแลนางเอง ส่วนเจ้าข้าเตรียมขนมดอกท้อให้เจ้าไว้แล้ว ข้าให้เหยาอิงไปส่งขนมที่ตำหนักของเจ้า” เทียนโฮ่วเอ่ยบอกเสวี่ยเหวินด้วยรอยยิ้ม
แต่ทว่าแสงสีม่วงทองเปล่งออกมารัศมีเจิดจ้าออกมาจากดอกบัวสีม่วงทอง ทำให้เหล่าเซียนสตรีต่างตื่นตาตื่นใจเป็นอันมาก เพราะพวกเขาเฝ้ารอให้องค์หญิงถือกำเนิดออกมาจากดอกบัว ไม่นานนักแสงสีทองม่วงก็ค่อยๆ เลือนหาย และปรากฏร่างของเด็กทารกเพศหญิงลอยอยู่เหนือดอกบัว เทียนโฮ่วและเทียนจวิน รวมไปถึงองค์ชายเสวี่ยเหรินและผู้คนในตำหนักต่างปีติยินดีที่เห็นนาง
ไม่ใช่เพียงเทพเซียนต่างปีติยินดีเพียงเท่านั้น เมื่อมองออกไปท้องนภามีแสงสีทองส่องสว่างไปทั่ว และยังมีปักษีวิหคต่างมาร่ายรำร่วมยินดีกับการถือกำเนิดของนาง
“นางออกมาแล้ว” เทียนโฮ่วเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา เทียนโฮ่วโอบกอดเด็กตัวน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มและยังหัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน เป็นนิมิตหมายมงคลเป็นอย่างยิ่ง
“ดูสินางหัวเราะด้วย” เสวี่ยเหรินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เทียนจวินทอดสายตามองทารกน้อยเพศหญิงใบหน้าของนางงดงามเป็นทรงกลมนัยน์ตาใสเป็นประกาย จมูกนิด ริมฝีปากน้อย ผิวขาวสะอาดตาไม่ต่างกับเสวี่ยเหรินผู้เป็นพี่ชายของนาง
“ข้าขอตั้งชื่อนางว่า หมิ่งเยว่ก็แล้วกัน เจ้าว่าดีไหม” เทียนจวินเอ่ยถามเทียนโฮ่วด้วยรอยยิ้ม เทียนโฮ่วทอดสายตามองไปยังหมิ่งเยว่ตัวน้อยในผ้าสีทองลายนกยูงมองด้วยความรักและความเอ็นดู เสวี่ยเหรินเผยรอยยิ้มมองนางด้วยความรักและความเอ็นดูนางเป็นอย่างยิ่ง
หมิ่งเยว่เจ้าเกิดมาพร้อมกับภาระอันยิ่งใหญ่ เจ้าไม่ใช่เป็นเพียงเทพเซียนเช่นผู้ใดเขา ฟ้าลิขิตไว้แล้วว่าเจ้าต้องสังหารพญามาร เพื่อสวรรค์เก้าชั้นฟ้า แดนมนุษย์ และแดนนรกให้ยังคงอยู่ ทุกสรรพสิ่งขึ้นอยู่กับตัวเจ้าแล้วหมิ่งเยว่
