บทที่ 7 สองวันเท่านั้นนะ
สามหมื่นปีต่อมาหลังจากหมิ่งเยว่กำเนิดขึ้นมาในแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เทพเซียนยังคงสงบสุขเรื่อยมาจวบจนตอนนี้ ศึกสงครามเทพเซียนก็ยังไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้เทียนหมิงเทียนจวินและเหล่าเทพเซียนต่างไม่คิดถึงเรื่องสงครามระหว่างพญามารเนิ่นนาน ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่พญามารยังไม่ถือกำเนิด ลูกสมุนมารที่ยังหลงเหลืออยู่ในทะเลเพลิงเลยไม่คิดกล้าต่อตีกับเผ่าสวรรค์ แต่เทียนจวินก็ยังคงให้เทพสงครามเยียนจื่อไปคอยเฝ้าดูเป็นเนืองๆ เพราะจอมมารหลายตนก็คอยจะบุกตีเผ่าสวรรค์ หาใช่ระวังแต่พญามารอย่างเดียว
เมื่อหมิ่งเยว่เติบโตขึ้นมาได้สามร้อยปีเทียนโฮ่วเป็นผู้สอนให้นางเล่าเรียนเขียนหนังสือเช่นเดียวที่เคยสอนเสวี่ยเหริน จนนางอ่านเขียนได้อย่างแตกฉานในเพลารวดเร็วเป็นที่พึงใจของเทียนโฮ่วและเทียนจวิน จึงส่งให้นางไปเรียนกับสำนักเซียนห่าวหรานของเทพซางจวิน เป็นสำนักเดียวกับที่เทียนโฮ่วเคยเล่าเรียน การเรียนของนางก็ก้าวหน้ารวดเร็วถึงกับฝึกควบคุมน้ำควบคุมไฟได้แล้วในวัยแค่ห้าร้อยปี
หมิ่งเยว่เป็นเด็กที่ซุกซน นางอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกอย่าง ครั้งหนึ่งนางเหาะเหินเดินอากาศท่องเที่ยวไปยังโลกมนุษย์ นางได้พบสมุนของพญามารที่ถูกผนึกในหุบเหวทะเลเพลิง พวกเขาล่วงรู้ว่าหมิ่งเยว่เป็นคนที่สังหารพญามารได้จึงลอยตัวลงมาสู่พื้นดิน ทำให้ชาวบ้านในตลาดต่างแตกตื่นกันมาก และวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง
“เด็กน้อยผู้นี้นั้นหรือที่จะมาสังหารองค์เหนือหัวของเรา” จินเหยาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน หมิ่งเยว่ไม่อยากให้ผู้คนแตกตื่นนางเลือกที่จะหันหลังหนี นางกลับพบเจอกับมารอีกตนนามว่าจื่อซิน
“เจ้าจะหนีไปไหน” จื่อซินเอ่ยถามหมิ่งเยว่ด้วยน้ำเสียงดัน หมิ่งเยว่ไม่มีทางรอดมากนักนางจึงเสกกระบี่มาไว้ในมือแล้วถอยห่างจากมารทั้งสอง
“ถ้าเจ้าอยากตายมากก็เข้ามาเลย” หมิ่นเยว่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง มารจื่อซินใช้ไอมารและกระบี่ในมือหนาสู้กับหมิ่นเยว่ คิดหรือว่าหมิ่งเยว่จะยอมให้พวกมารทำร้ายนางฝ่ายเดียว นางใช้กระบี่ฟาดกลับพลังเวทย์ของนางสูงส่งด้วยเป็นบุตรที่เกิดจากพลังเวทย์ของเทียนจวินและเทียนโฮ่วแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า มารจื่อซินโดนกระบี่ทรุดลงที่พื้น
“จื่อซิน เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม!” มารจินเหยาเอ่ยถามสหายรักด้วยความเป็นห่วง เห็นมารจื่อซินกระอักเลือดออกมา แล้วหันไปมองหมิ่งเยว่ด้วยความเดือดดาล “หน่อยเจ้าเด็กน้อย!!!” จินเหยากัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกลี้ยว เขาจึงชักกระบี่ฟาดหมิ่งเยว่โดยทันที มีหรือหมิ่งเยว่จะยอมโดนฟาดด้วยกระบี่ นางเองก็ศิษย์สำนักห่าวหรานของเทพซ่างจวิน นางเรียนรู้การใช้กระบี่มาไม่น้อย
นางใช้กระบี่ฟาดฟันกับจินเหยาเพียงลำพัง เพราะจื่อซินบาดเจ็บจากการที่นางใช้กระบี่ฟาดลงที่ตัวเขาอย่างจัง แต่ทว่าจื่อซินลุกขึ้นมาช้าๆ เพื่อจะตลบหลังนางโดยใช้ไอมารสังหารนาง ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้างดงามลอยลงมาจากฟากฟ้า อ้าแขนออกกว้างรับไอมารเข้าไปอย่างจัง ทำให้เขากระอักเลือดออกมา หมิ่งเยว่หันไปดูชายหนุ่มผู้นั้นด้วยความตกใจ
“เยี่ยนกูโถว!” หมิ่งเยว่เอ่ยเรียกเขาด้วยความดีใจที่เขาไม่ได้เป็นอะไร มารสองตนจึงหนีหายไปในทันทีเพื่อกลับไปตั้งหลัก เยี่ยนกูโถวมองใบหน้าของนางด้วยความดีใจที่นางไม่ได้มีรอยขีดข่วนแต่อย่างใด
“หมิ่งเยว่ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เยี่ยนกูโถวเอ่ยถามนางด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นอะไร พวกมันแค่เป็นแค่สมุนมารพลังเพียงน้อยนิดเท่านั้น” หมิ่งเยว่เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม
“แล้วเจ้ามาทำอะไรในแดนมนุษย์” เขาเอ่ยถามนาง
“ข้าอยู่ตำหนักนานๆ แล้วเบื่อ เลยอยากลงมาเที่ยวในโลกมนุษย์ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอมารสองตนนี้” นางเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เจ้าเป็นที่หมายหัวของพวกมัน เจ้าต้องระวังตัวให้มาก ถ้าเจ้าบำเพ็ญเพียรไม่พอเช่นตอนนี้ เจ้าอาจจะบาดเจ็บได้ ต่อไปถ้าเจ้าอยากมาโลกมนุษย์ก็ชวนข้ามาด้วย ข้าจะมากับเจ้า” เขาเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วง
“เยี่ยนกูโถว เจ้าโลกันตร์ ท่านมีเพลาว่างที่จะมาเที่ยวเล่นได้หรือ ท่านเองต้องเฝ้าขุมนรก ไม่ได้มีเพลาว่ามาเที่ยวเล่นเช่นข้าหรอก” หมิ่งเยว่เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เยี่ยนกูโถวกลับมองบนใส่นาง ศิษย์ในสำนักเขาห่าวหรานของเทพซ่างจวินไม่มีใครเอาชนะวาจาของนางได้แม้แต่คนเดียว
“เยี่ยนกูโถว ข้าหมักเหล้าดอกท้อไว้สามร้อยปีสนใจอยากดื่มกับข้าไหม” หมิ่งเยว่เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ากำลังจะหาที่เลี่ยงไปอยู่ตำหนักของข้า เพื่อไม่ให้เทียนโฮ่วดุเจ้าเช่นเคย ใช่หรือไม่?” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง เหมิ่งเยว่ยิ้มเจื่อนๆ
“รู้ทัน” นางเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และเผยรอยยิ้มออกมาด้วยสายตาออดอ้อน การกระทำเช่นนี้ทำให้ศิษย์พี่ของนางทุกคนใจอ่อนเช่นนี้ร่ำไป เยว่ชิงเป็นศิษย์คนสุดท้ายของสำนัก และนางก็อายุน้อยที่สุด นางเกิดมาไม่ถึงสามหมื่นปีเสียด้วยซ้ำ
“นะศิษย์พี่รอง นะๆ ข้าไม่อยากโดนเหนียงชินด่า ข้าอยากอยู่เงียบๆ สักสองสามวัน ข้าสัญญาจะกลับโดยทันทีไม่ให้เหนียงชินด่าถึงท่าน ถือว่าสงสารลูกนกลูกกาลูกไก่ลูกเป็ดไม่มีที่พึ่งก็ได้ นะ” หมิ่งเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เขาถอนหายใจยาวๆ
“ก็ได้ สองวันเท่านั้นนะ” เยี่ยนกูโถวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หมิ่งเยว่เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วหมิ่งเยว่ก็เลือนหายไปในทันทันที เยี่ยนกูโถวถอนหายใจยาวๆ กับเด็กแสบคนนี้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางมาเที่ยวโลกมนุษย์โดยลำพัง โดยที่ไม่มีใครตามลงมาด้วย เขาไม่อยากคิดเลยว่า ถ้าเขามาไม่ทันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะพลังเวทย์ของนางยังไม่แข็งแรงพอที่จะต่อกรกับพลังของหัวหน้ามารจินเหยา และจื่อซิน เมื่อครู่ที่เขารับพลังไอมารได้เต็มๆ ด้วยเขาฝึกฝนมาเป็นอย่างดีนั้นเอง
