บทที่ 11 เส้นทางใหม่ของราชินี (2/3)
“ได้ งั้นเดี๋ยวแม่บอกท่านให้เอง วันจันทร์หน้าลูกเริ่มไปฝึกกังฟูได้เลย เจ้าหน้าที่ของสำนักงานกลางจัดการให้ลูกเรียบร้อยแล้ว แคลร์จะไปเป็นเพื่อนลูกที่โรงเรียนนั่น เพราะลูกจะต้องอยู่ฝึกฝนที่นั่นหกเดือน แล้วแม่กับพ่อจะไปเยี่ยมเดือนละสองครั้ง”
“ค่ะแม่”
ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วที่ดาร์ลีนมาฝึกที่วัดเส้าหลิน
“สีกาลี่เซียนแข็งแรงมาก ร่างกายก็ยืดหยุ่นได้ดี” หลวงจีนวัยกลางคนที่เป็นผู้ฝึกสอนส่วนตัวให้ดาร์ลีนออกปากชม ระหว่างให้ดาร์ลีนและแคลร์หยุดพักสิบห้านาทีก่อนจะฝึกต่อกันยาวๆ
สำนักงานกลางของรัฐบาลติดต่อให้ดาร์ลีนมาเรียนคอร์สส่วนตัวที่วัดแห่งนี้ เพราะเป็นวัดที่ขึ้นชื่อที่สุดเรื่องกังฟู คอร์สส่วนตัวจะทำให้ดาร์ลีนไม่เป็นที่สังเกตของคนอื่นและเธอจะได้เรียนรู้เร็วขึ้น ซึ่งเธอเรียนรู้ได้เร็วจริงๆ เพราะพื้นฐานที่ฝึกหนักมาจากการซ้อมสเก็ตทำให้ร่างกายของเธออดทนได้ดีกว่าคนทั่วไป และเธอก็หัวไวอย่างยิ่งกับการเรียนกังฟู
“ขอบคุณค่ะ ที่ฝึกนี้ ฉันคงต้องบอกว่ายังไม่หนักหนามากนักค่ะ ฉันทนได้”
“จริงสินะ อาตมาก็ลืมไปว่าสีกาซ้อมสเก็ตมาก่อน แม้จะห่างมาสามปีแล้วก็ตาม เกรงว่าตอนนั้นสีกาคงฝึกหนักกว่านี้มาก”
“หนักมากจริงๆ ค่ะ ถามครูฝึกของฉันก็ได้ค่ะ” เธอตอบแล้วบุ้ยใบ้ไปทางแคลร์ที่ฝึกกับเธอด้วย
หลวงจีนรูปนี้ได้แต่หัวเราะออกมา พร้อมกับเพิ่มการฝึกให้เธอหนักขึ้นเพราะเห็นว่าร่างกายของเธออดทนได้ดี และเธอเรียนรู้ได้ไว
ตอนนี้ครบหกเดือนที่ฝึกกังฟูแล้ว ดาร์ลีนและแคลร์จึงกลับมาบ้าน แต่การกลับมาครั้งนี้ แคลร์ที่สอนสเก็ตให้เธอมายี่สิบเอ็ดปีบอกกับเธอและทุกคนในครอบครัวว่าต้องกลับไปประเทศ U เพราะคุณพ่อของแคลร์ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ แม่ของเธอเพิ่งส่งข่าวมาบอกเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน
ทุกคนอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง พวกเขาได้แต่อวยพรให้คุณพ่อของแคลร์หายป่วยในเร็ววัน
“มีปัญหาอะไร ติดต่อฉันได้ตลอดเวลานะแคลร์ ฉันพร้อมช่วยเธอเสมอ” กุลนันท์บอกกับเพื่อนรักเมื่อมาส่งเธอที่สนามบินในวันรุ่งขึ้น
“ขอบใจ ฉันจะนึกถึงเธอเป็นคนแรก ฉันไปก่อนนะทุกคน หวังว่าจะได้พบกันอีก” แคลร์กล่าวอำลา เธอเองก็คิดถึงพวกเขาไม่น้อย
ทุกคนกลับมาบ้านด้วยอาการหม่นหมอง เพราะแคลร์สนิทสนมกับพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกมายี่สิบกว่าปี แต่เศร้าซึมได้ไม่นาน ก็มีคนส่งเอกสารมาให้ดาร์ลีนในช่วงบ่ายของวันนั้น
“นี่เป็นบทละครสามเรื่องที่ตรงตามความต้องการของลูก ทางสำนักงานกลางเพิ่งให้คนส่งมาให้เมื่อครู่ ลูกลองอ่านดู ชอบเรื่องไหน แม่จะได้บอกสำนักงานกลาง ทางกองถ่ายจะได้เอารายชื่อลูกเข้าไปในลิสต์ของนักแสดงในเรื่องนั้น” กุลนันท์บอกหลังจากเปิดซองเอกสารออกดู
“ไม่ต้องคัดนักแสดงเหรอคะ”
“พวกเขาก็คัดตามปกติ แต่ถ้าลูกเลือกแล้ว ทางสำนักงานกลางก็เพียงแจ้งไปให้ผู้กำกับรู้ว่าบทนี้มีเจ้าของแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องแคสต์นักแสดง”
“ไม่เป็นไรค่ะแม่ บอกทางสำนักงานกลางว่าหนูจะไปแคสต์ตัวนักแสดงตามปกติ ถ้าหนูแคสต์ผ่านก็แปลว่ามีความสามารถพอ ถึงได้บทนี้มา”
“งั้นก็ตามใจ”
“เดี๋ยวขอหนูอ่านก่อนว่าจะเลือกเรื่องไหนนะคะ”
ดาร์ลีนนั่งอ่านบทละครสามเรื่องอย่างละเอียด ทำให้เธอต้องเสียเวลาไม่น้อยกว่าจะอ่านครบถ้วน
“หนูเลือกเรื่อง ‘เกียรติยศแห่งดวงดาว’ ค่ะ นี่เป็นละครยุคปัจจุบัน บทที่หนูเลือกคือผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกที่เป็นดาราชื่อดัง เรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กสาวจากต่างจังหวัดที่ใช้ความสามารถไต่เต้ามาจนได้เป็นดารา และต่อมาเธอก็ได้แจ้งเกิดจากละครเรื่องหนึ่งและกลายเป็นดาราดัง”
“ส่วนพระเอกจะเป็นดาราระดับซุปเปอร์สตาร์ที่แอบชอบเธอ เลยพยายามเข้าหาเธอผ่านผู้จัดการส่วนตัวของเธอ ผู้จัดการก็จะช่วยให้พวกเขาแอบคบกัน เพราะเห็นว่าพระเอกน่าจะสนับสนุนนางเอกได้ หลังจากนางเอกดังได้สักสองสามปี ทั้งคู่ก็เริ่มเปิดเผยความสัมพันธ์ จากนั้นก็แต่งงานอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข พล็อตก็น้ำเน่าประมาณนี้แหละค่ะ แต่อย่างว่ามันขายได้” ดาร์ลีนเล่านิยายให้ฟังพร้อมให้ความเห็น
“บทที่หนูเลือกคือผู้จัดการส่วนตัวของเธอที่มาเจอเธอก่อนที่เธอจะดังเป็นพลุแตก ตอนนั้นเธอมีปัญหาที่ผู้จัดการคนเดิมยักยอกเงินของเธอไป เธอเลยเปลี่ยนผู้จัดการใหม่ แล้วบังเอิญมาเจอหนูที่ถูกดาราที่เคยดูแลไล่ออกเพราะจะเอาญาติของตัวเองมาทำแทน เธอสงสาร ก็เลยรับหนูเป็นผู้จัดการส่วนตัว แล้วหลังจากนั้นก็เหมือนจับคู่ถูกทาง หนูจัดการให้เธอได้ดี เธอก็แสดงดีและแจ้งเกิดสำเร็จในที่สุด”
“ผู้จัดการในเรื่องคนนี้ก็อายุประมาณยี่สิบปลายถึงสามสิบ เหมาะกับหนูพอดี ส่วนนางเอกจะอายุน้อยกว่า เธอจะอายุยี่สิบสองปี ในเรื่องผู้จัดการจะรักเธอเหมือนน้องสาว บทไม่มีปัญหาเลย ถ้าจะมีปัญหาก็ดาราที่รับบทนางเอกนี่ล่ะค่ะ” ดาร์ลีนทำสีหน้าละเหี่ยใจ
“ทำไมเหรอลูก” มารดาของเธอถามอย่างแปลกใจ
“ดาราที่รับบทนางเอกคือ หลิวเซียวหลิน”
“จริง? แม่จำได้ว่าเธอแต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว และก็หย่าแล้ว ตอนนี้เธออายุสามสิบเจ็ด แก่กว่าลูกตั้งสิบปี แล้วมารับบทอายุยี่สิบสอง แถมยังเล่นเป็นเหมือนน้องสาวลูกเนี่ยนะ” กุลนันท์ตอบกลับมาอย่างละเอียด เพราะตั้งแต่ดาร์ลีนตัดสินใจที่จะเลือกเส้นทางการเป็นดารา เธอก็ศึกษาข้อมูลและติดตามทุกข่าวของแวดวงดารามาตลอด
