1 การกลับมาของเขา
บทที่1 การกลับมาของเขา
ผ้าม่านสีครีมแง้มออกจากกันด้วยปลายนิ้วเรียว เมื่อครู่รถของอนงค์เพิ่งขับเคลื่อนเข้ามาจอดที่โรงรถ เท่ากับว่าตอนนี้ผู้ชายคนนั้นกลับมาแล้ว นิรินรู้สึกว่าลำคอตัวเองกำลังขมปร่าเมื่อนึกถึงหน้าของพิชญ์ แม้ว่าหลายปีนี้จะไม่ได้เจอกันเลยก็ตาม แต่เมื่อใดที่ชื่อนี้ผ่านเข้ามาในหัวอะไรหลายๆ อย่างมักตีรวนขึ้นมาจนทำตัวไม่ถูก
ทั้งดีใจทั้งวิตกกังวล
การที่ไม่ได้ไปรับชายหนุ่มที่สนามบินนับว่าเป็นเรื่องที่เสียมารยาท เพราะถึงอย่างไรพิชญ์ก็เป็นลูกชายคนเดียวของอนงค์ หากไม่มีท่านทุกวันนี้เธออาจจะต้องปากกัดตีนถีบคงไม่ได้อยู่สุขสบาย ด้วยสาเหตุนี้กระมังพลอยทำให้เขาตั้งแง่ใส่กันตลอดเวลา ทำอะไรก็ขัดหูขัดตาไปเสียทุกอย่าง
พิชญ์กลับมาหลังจากที่คว้าปริญญาทั้งสองใบให้กับคนเป็นแม่ ส่วนเธอจบปริญญาตรีพอดี อนงค์เคยเกริ่นหลายครั้งว่าต้องการให้เธอเข้าทำงานที่บริษัท แน่นอนว่าตอบปฏิเสธไปเพราะอยากยึดอาชีพที่คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ อยู่ห่างจากพิชญ์ได้มากเท่าไหร่ยิ่งดีต่อตัวเธอมากเท่านั้น
แต่เหมือนความตั้งมั่นของเธอกลับสั่นคลอนเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น นิรินกัดปากชั่งใจกระนั้นก็ยังลากฝีเท้าไปหยุดยืนอยู่หน้าประตู บางทีมันคงถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากัน ช้าหรือเร็วก็เท่านั้น
แม้เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีแต่การเปิดประตูรับเจ้าของบ้านครั้งนี้เกือบจะพรากลมหายใจของเธอไป ทว่าพอเห็นว่าใครที่ยืนส่งยิ้มมาให้ เสมือนว่าความอัดแน่นภายในกลับมาเป็นปกติไม่อึดอัดเหมือนเมื่อครู่
“คุณป้า”
“เห็นเด็กบอกว่าไม่สบาย เป็นยังไงบ้างลูก” อนงค์ใช้มืออังหน้าผากด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะดันหลังหลานสาวเข้าบ้าน "เข้าบ้านดีกว่าอากาศครึ้มๆ เหมือนฝนจะตกเดี๋ยวยิ่งไปกันใหญ่"
นิรินกลืนก้อนสะอึกลงคอเมื่อเห็นความห่วงใยจากผู้มีพระคุณ เธอปิดประตูดังเดิมแล้วเดินตามไปนั่งที่โซฟาชุดเล็ก เห็นท่านมาคนเดียวแบบนี้ค่อนข้างโล่งใจที่ใครอีกคนไม่ได้ตามติดมาด้วย
ใจหนึ่งนั้นดีใจแต่อีกใจกลับวูบโหวงแปลกๆ
“กินข้าวกินยาหรือยัง ฮึ…” เห็นหลานหน้าซีดหน้าเซียวแล้วอยากจับตี ตั้งแต่เล็กจำได้ว่านิรินขยาดโรงพยาบาลมากแค่ไหน ตอนเด็กๆ ป่วยบ่อยต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายต่อหลายครั้ง ตอนนั้นเพื่อนรักของเธอกินน้ำตาแทนข้าวเพราะสงสารลูกสุดหัวใจ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ นิ้งไม่ได้ไปเป็นเพื่อนคุณป้า…”
“พักผ่อนบ้างเถอะนิ้งเอ้ย ที่จริงป้าอยากให้เรามาทำงานด้วยกัน ไม่เห็นต้องไปทำงานไกลแบบนั้น รถยนต์น่ะเป็นสิ่งจำเป็นรู้ไหม ป้าว่า”
“คุณป้า…นิ้งนั่งรถโดยสารไปได้ค่ะ ไม่ได้ลำบากอะไรเลยต่อเดียวก็ถึง” นิรินซบหน้าลงกับต้นแขนของท่าน “ลำพังแค่บ้านหลังนี้ที่คุณป้ามอบให้นิ้งก็ดีใจจนไม่อยากได้อะไรเพิ่มแล้วค่ะ”
เคยขอท่านออกไปอยู่ข้างนอกเช่าบ้านเอง อนงค์คัดค้านไม่ยอมท่าเดียวไม่กี่อาทิตย์ต่อมาบ้านน็อคดาวน์หลังนี้ถูกตั้งอยู่บนพื้นที่สวนข้างบ้านที่อยู่ห่างออกมาจากเรือนใหญ่พอประมาณ
‘ถือเสียว่าเป็นของขวัญล่วงหน้าที่นิ้งกำลังจะเรียนจบ เป็นของขวัญวันเกิดที่ใกล้จะถึงแล้วด้วย ป้าอยากให้รู้ว่าป้าภูมิใจในตัวนิ้ง รู้ใช่ไหมลูกว่าป้ารักเราไม่ต่างจากลูกหลานในไส้’
‘ค่ะ’
‘ใครจะว่าอะไรเราห้ามปากเขาไม่ได้ นิ้งไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ แคร์เฉพาะคนที่รักเรา คนที่เรารักก็พอ’
อนงค์ลูบศีรษะเล็กแล้วส่งยิ้มให้หลาน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านิรินหน้าเหมือนมารดามาก เหมือนยิ่งกว่าฝ่ายบิดาเสียอีก และเพราะเหตุนี้ทำให้คนรอบข้างเลิกที่จะปฏิบัติกับนิรินไม่เหมือนกัน บ้างก็เอ็นดูบ้างก็นำอคติในเรื่องเก่ามาบดบังใจ
“เอาเถอะตามใจ ป้าเคารพการตัดสินใจของเรา”
“ขอบคุณคุณป้ามากนะคะ”
“ป้าจะบอกว่าพี่เขากลับมาแล้ว ตอนนี้คงนอนพักอยู่บนห้อง ไว้ตอนเย็นค่อยเจอกันทีเดียว” อนงค์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ต่างจากนิรินที่มีสีหน้าเปลี่ยนไป นี่เป็นอีกเรื่องทีกังวลไม่น้อย “นิ้งรู้ใช่ไหมลูกว่าตาพิชญ์เป็นคนยังไง อย่าถือสาพี่เขาเลยนะ”
“นิ้งไม่เป็นไรค่ะคุณป้า ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เพราะเอาเข้าจริงสิ่งที่ท่านกลัวนั้นมันยังไม่ถึงเศษเสี้ยวกับเรื่องที่เธอต้องเจอด้วยซ้ำ เหมือนน้ำท่วมปากไม่สามารถแพร่งพรายออกไปได้
เนิ่นนานหลายปี…
“เราก็พักเยอะๆ ป้าไปก่อนจะไปดูว่าเย็นนี้จะเตรียมอะไรบ้าง ไม่ต้องไปช่วยล่ะ เดี๋ยวไม่หายสักที”
“ไว้หายแล้วนิ้งจะทำของโปรดให้คุณป้าทานเยอะๆ เลยค่ะ”
“ตายแล้ว ป้าลงพุงจนไม่รู้จะยังไงแล้วลูก นิ้งขยันทำแต่ของอร่อยๆ ตาพิชญ์ถึงกับทักว่าแม่อวบขึ้น” อนงค์หัวเราะลั่นกอดตอบเมื่อหลานออดอ้อนเอาใจ
ดูสิน่ารักขนาดนี้ ถ้าเจ้าคนพี่มันจะชิงชังน้องให้มันรู้ไป
ยังไงตอนนี้เธอก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ แม้ว่าหลายวันที่ผ่านมาจะอ่อนเพลียมากแค่ไหน เพราะว่าตอนนี้มีเรื่องกวนใจจนหลับไม่ลง ขนาดที่ว่าล้มตัวลงนอนอีกครั้งหลังจากที่อนงค์ออกไปก็ตาม
สุดท้ายการทำความสะอาดบ้านจึงคำตอบสุดท้าย บ้านหลังนี้กว้างขวางเกินกว่าจะอยู่คนเดียวด้วยซ้ำ มีหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ แถมยังมีโซนรับแขกรวมถึงโซนครัวแยกออกไปอย่างชัดเจน ด้านข้างมีระเบียงออกไปชมสวนด้วยซ้ำ ยอมรับว่าตอนที่เห็นครั้งแรกเธอเผลอหลุดปากอุทานว่าสวย
อนงค์ดูท่าจะดีใจมากที่เห็นว่าเธอชอบ ท่านจัดการให้โดยไม่บอกเกริ่นกันก่อน คงเพราะถ้าหากพูดก่อนเธอคงปฏิเสธไม่สามารถรับได้ จำนวนเงินไม่ใช่หลักพันหรือหลักหมื่น ไม่กล้าถามว่าราคาที่แท้จริงมันเท่าไหร่ส่วนท่านก็ไม่เคยปริปากพูดถึงค่าใช้จ่ายพวกนั้น
เครื่องใช้ในครัวถูกหยิบมาล้างเนื่องจากไม่ค่อยได้นำมาใช้แต่ก็ซื้อติดไว้ ส่วนมากเธอจะทำอาหารที่บ้านใหญ่มากกว่า แต่วันไหนที่กลับบ้านช้าและไม่ได้เข้าบ้านใหญ่ก็จะทำอาหารง่ายๆ กินที่นี่
คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีคนมาเคาะประตูอีกครั้ง หลังจากที่เจ้าของบ้านออกไปจนถึงตอนนี้ห่างกันประมาณสิบห้านาทีได้กระมัง
“ค่า” นิรินขานรับแล้วละจากซิงก์ล้างจานเช็ดมือกับกางเกงรีบจ้ำเท้าไปเปิดประตู คิดว่าอนงค์อาจจะลืมของหรือลืมสั่งอะไรสักอย่าง พอเปิดประตูก็พบก็กับผู้มีพระคุณยืนยิ้มอยู่ทว่าเสื้อผ้าของท่านไม่เหมือนเดิม
“ป้าจะออกไปซื้อของข้างนอกจ้ะ ตั้งใจจะไปเลือกซื้อของโปรดให้พี่เขา”
“คุณป้ารอนิ้งแป๊บหนึ่งได้ไหมคะ ขอเปลี่ยนชุดสองนาทีค่ะ”
“หนูไม่สบายพักผ่อนก่อนเถอะลูก ป้าแค่จะมาถามว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ป้าไปกับติ๋มเราไม่ต้องห่วงหรอก” เผลอแป๊บเดียวกลายเป็นสาวสวยสะพรั่งเรียนจบทำให้เธอภาคภูมิใจไม่แพ้บุตรชายตัวเอง
“นิ้งกินอะไรก็ได้ค่ะ คุณป้าไม่ให้นิ้งไปด้วยจริงๆ เหรอคะ”
“ไม่ต้องจ้ะ ป้าแค่แวะมาถาม งั้นเดี๋ยวป้าหาของบำรุงร่างกายให้เราดีกว่า พักนี้ไม่สบายง่ายเหลือเกิน ภูมิแพ้กำเริบหรือเปล่า หืม ?”
“นิดหน่อยค่ะ” รู้สึกไม่ดีเลยที่ต้องโกหกท่านแบบนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วต่อให้เลี่ยงพิชญ์เพียงใด ยังไงก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี เธอแค่พยายามซื้อเวลายืดออกไปก็เท่านั้น
“งั้นป้าไปก่อน รีบซื้อจะได้รีบกลับ เราก็นอนเอาแรงสักหน่อย ถึงเวลาตั้งโต๊ะค่อยออกมา ห้ามทำงานบ้านเด็ดขาด ถ้าป้ารู้ป้าจะโกรธ” นิรินรับคำก่อนที่อนงค์จะเดินไปอีกทาง
ทว่า…ช่วงที่เธอปิดประตูนั้นมันกลับถูกยื้อไว้ด้วยแรงมหาศาล ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะแทรกเบียดตัวเข้ามาในบ้านพร้อมกับจัดการปิดประตู ท่ามกลางความตกใจของหญิงสาวเมื่อเพ่งมองชัดๆ ถึงคนบุกรุกอย่างอุกอาจ
เสียงกดล็อกดังขึ้นประจวบกับใบหน้าคมเข้มหันกลับมาเผยให้เห็นเต็มตา…
