5 ไว้ใจ
ตลอดทางไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของหญิงสาว ดวงตากลมเหม่อมองไปไกลขณะที่ข้างในใจเต็มไปด้วยคำถามว่าเหตุใดต้องเจอแต่เรื่องราวแบบนี้ บางทีเธอก็อยากหลุดพ้นจากวงจรอึดอัดแต่ไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง
“หิวหรือเปล่า” เสียงเข้มดังขึ้น ที่ถามไม่ได้เป็นห่วงแต่เป็นการบอกกลายๆ ว่าเขาต้องการสารอาหารลงท้อง ครั้งนี้ดูท่าเจ้าตัวจะทะเลาะกับครอบครัวอย่างหนัก
“ฉันไม่หิว”
“แต่ผมหิว”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร นายแวะหาข้าวกินก่อนก็ได้ ฉันจะนั่งรอบนรถ”
พลาธิปจอดเทียบท่าข้างทางส่งผลให้คนตัวเล็กถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเห็นสภาพร้านอาหารด้านหน้า เหลือบมองชายหนุ่มแวบหนึ่งไม่คิดว่าเขาจะกินของพวกนี้ได้ มันก็แปลกใจเล็กน้อยเพราะตั้งแต่รู้จักกันเธอกับเขามักจะกินข้าวตามร้านที่ติดแอร์มากกว่า
ข้างถนนแบบนี้…ไม่เคย
“ดึกแล้วแถวนี้หากินยาก” เขาตอบเหมือนรู้ว่าเธอกำลังสงสัยเรื่องอะไร “ลงเถอะ เรายังต้องเดินทางอีกหลายชั่วโมง เดี๋ยวจะหิวเสียก่อน”
“จะไม่ท้องเสียใช่ไหม” ดรัณยาว่าอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยนั่งกินตามข้างถนนนะ แต่นานๆ ถึงกินทีและกินเมื่อใดก็มักท้องเสียแทบทุกรอบ
“ผมแวะปั๊มให้คุณได้”
“นั่นมันไม่ใช่คำตอบที่ดีเลย” อดที่จะแขวะชายหนุ่มไม่ได้ เธอเห็นเขายกยิ้มจางๆ ก่อนจะพยัดพเยิดหน้าให้ลงจากรถ สุดท้ายก็ต้องยอมตามไปติดๆ
ทั้งสองคนใช้เวลากับอาหารมื้อดึกไม่นานนัก ก็ออกเดินทางต่อไม่ทันจะได้ถามว่าพาไปไหนกันแน่หนังตาของเธอกลับเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
“นอนเถอะ อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึง คงเช้าพอดี” คนขับรถบอกโดยไม่หันมามองหน้า
“สรุปจะไปที่ไหน นายไม่ได้จะพาฉันไปขายใช่ไหม” ดรัณยานอนตะแคงข้างหันไปหาชายหนุ่ม นึกขอบคุณพลาธิปในวันที่แย่ที่สุดอย่างน้อยเธอก็ยังมีเขาอยู่ข้างๆ
“ถ้าผมพาคุณไปขาย รับรองเลยว่าผมจะเป็นลูกค้าคนแรก”
“เพลิง !”
“ล้อเล่นน่ะ” เสียงทุ้มบอกพร้อมยื่นมือมาขยี้ผม “จะพาไปพักผ่อนหย่อนใจ รับรองว่าคุณชอบแน่ๆ”
“ฉันไว้ใจนายนะ” ดรัณยาอุ่นใจไม่น้อยเมื่ออีกฝ่ายหันมาส่งยิ้มให้ ตั้งแต่รู้จักกันมาพลาธิปเป็นที่ปรึกษาที่ดีมาตลอด เขายอมรับฟังปัญหาของเธอทุกเรื่องในขณะที่คนอื่นไม่สนใจ
มันก็นานเกือบปีแล้วหลังจากที่โดนแทงข้างหลังจากคนที่ไว้ใจที่สุด ยอมรับว่ากลัวกับการเปิดใจอีกครั้ง เธอไม่เคยยอมให้ใครเข้ามาอีกและผู้ชายคนนี้เป็นคนแรก...
“ขอบคุณมากนะเพลิง”
ลืมตาอีกทีก็ตอนที่รถยนต์จอดสนิท ท้องฟ้าเริ่มสว่างบ่งบอกว่าวันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว พลาธิปพาเธอมาแหล่งซื้อของคล้ายๆ ตลาดแล้วแยกกันจับจ่ายของใช้ส่วนตัว
บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอย่างไรเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วพบว่าไม่มีสายจากทางบ้านสักสาย ดรัณยาแค่นยิ้มถามตัวเองว่ากำลังหวังอะไรอยู่กันแน่ หญิงสาวส่ายหน้ายิ้มๆ ปัดเรื่องกวนใจออกไป จัดการเบิกเงินสดติดตัวไว้จำนวนหนึ่งเผื่อมีเรื่องฉุกเฉิน สายชาร์จแบตฯ เธอก็ซื้อติดไว้ดูแล้วยามนี้โทรศัพท์น่าจะสำคัญที่สุด
“ซื้อครบหรือยัง” พลาธิปรออยู่ที่รถก่อนแล้ว
“ครบแล้วล่ะ ไปกันเลยไหม”
“อืม” เจ้าของร่างสูงช่วยเธอถือของแล้วเดินนำหน้าไปท่ามกลางความงุนงงของหญิงสาว
“เดี๋ยวเพลิง เราไม่ขับรถไปเหรอ”
“เราจะนั่งเรือไป” ปลายนิ้วชี้ไปยังท่าเรือ ดรัณยามองบริเวณรอบๆ ตอนแรกเข้าใจว่าเขาพามาพักผ่อนที่ทะเล อาจจะเป็นบ้านพักละแวกนี้แต่ไม่คิดว่าจะต้องนั่งเรือข้ามไป
ความงามรอบตัวทำให้ดรัณยาลืมเรื่องเสียใจลงไปได้บ้าง เครื่องมือสื่อสารถูกปิดเหมือนเดิมเพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่มีใครโทรตามอยู่ดี
เหลือบมองชายหนุ่มข้างกายแล้วก็ได้แต่ครุ่นคิดว่าเหตุใดเธอถึงกล้าที่จะมากับเขา ทั้งที่ความสัมพันธ์ยังไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น
“มองหน้าแบบนี้อยากได้อะไร” คนตกอยู่ในภวังค์ถึงกับสะดุ้งเฮือก อายแสนอายเมื่อโดนจับได้ หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นแล้วไหวไหล่
“ไม่ได้มองสักหน่อย”
“จะโทรบอกที่บ้านก่อนไหม ที่ที่เราจะไปไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์”
“นายพาฉันไปที่ไหนกันแน่ ทำไมมันกันดารขนาดนั้น” รู้แบบนี้ขอแยกตัวเดินทางเองคนเดียวดีกว่า แต่จะให้กลับลำตอนนี้คงไม่ได้เพราะอยู่กลางทะเล
“เกาะส่วนตัวของผมเอง” พลาธิปบอกพลางยกยิ้มสังเกตคนตัวเล็กไปในตัว ทว่าหญิงสาวไม่มีความตื่นเต้นใดๆ ให้เขาได้เห็น ดรัณยายังทำหน้าบูดราวกับไม่พอใจนัก
“ไหนนายบอกว่าที่บ้านทำธุรกิจสวนปาล์ม” อันที่จริงเธอไม่ได้สนใจฐานะอะไรเขาหรอก เพียงแต่ถ้าหากในอนาคตความสัมพันธ์เธอกับเขาไปด้วยกันได้ดีจะได้ไม่ลำบากตอนที่คนในครอบครัวรู้เข้า
ตัวอย่างของธนโชติมีให้เห็นมาแล้ว...
“แล้วคนอย่างผมจะมีเกาะส่วนตัวเพิ่มไม่ได้หรือไง”
“ถ้าจะส่วนตัวจนไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ฉันว่ามันลำบากเกินไปไหม นายพาฉันมาทำอะไร” เสียงหวานโอดครวญยิ่งทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ
ชีวิตของดรัณยาคงไม่เคยเจอความลำบากมาก่อน เกิดมาท่ามกลางความมั่งคั่งถึงล้มก็ยังมีพรมนุ่มๆ คอยรองรับ ต่างจากน้องสาวของเขา ซึ่งความเพียบพร้อมของหญิงสาวไม่อาจขัดเกลาจิตใจของเธอได้ ถึงทำแต่เรื่องเลวๆ เป็นฆาตกรพรากชีวิตบริสุทธิ์ในท้องมธุรสไปอย่างไม่มีวันกลับ
แถมยังลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้สึกผิด ขณะที่ครอบครัวพยายามปกปิดความผิดของเจ้าหล่อน กลายเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทั้งที่มันไม่ใช่...
ใครไม่เอาเรื่อง แต่เขาจะเอา !
