:::: Chapter 5 ::::
ณ ตำหนักบุปผาสวรรค์ ที่ตั้งอยู่ในสรวงสวรรค์ชั้นที่เจ็ด
องค์ราชินีบุปผาสวรรค์ผู้เลอโฉม นั่งจิบชาดอกบัวหิมะพันปีที่ได้มาจากการบ่มเพาะด้วยกรรมวิธีเฉพาะจากชาวบุปผาสวรรค์ ด้วยอิริยาบทสบายๆ ท่วงท่าผ่อนคลาย ใบหน้าระบายไปด้วยความอภิรมย์อย่างหาที่สุดมิได้
แก้วชาใบสวยถูกหยิบยกขึ้นมาจรดริมฝีปากงาม และถูกนำไปวางไว้บนโต๊ะลายหายากข้างกาย หลังจากที่น้ำชาดอกบัวหิมะพันปีทุกหยาดหยดในแก้วใบงามถูกกลืนลงลำคอขาวเนียนราวกับหยกชั้นดี ก่อนจะเปรยในสิ่งที่ท่วมท้นออกมาจากใจของตนว่า.......
“ใช่!! เจ้าจะเปลี่ยนร่างได้อีกครั้งหลังจากเจ้ายังสามารถอยู่รอดได้ และยังหายใจได้ถึงเจ็ดวัน!”
สิ้นเสียงพึมพำ ก็เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะร้าย เป็นเสียงที่ดังแหลมก้องอยู่ภายในตำหนักที่สวยงามราวกับหยิบยกเอาทุ่งดอกไม้ทุกหมู่ทุกมวลมารวมเอาไว้ที่นี่ทั้งสวน
ไม่น่าเชื่อว่า เจ้าหนอนต้วมเตี้ยมตุ้ยนุ้ยตัวนี้ จะสามารถได้ยินเสียงหัวเราะขององค์ราชินี ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากที่มันอยู่มากโข เป็นเสียงที่เขาไม่รู้สึกพึงใจเลยแม้แต่น้อย เป็นเสียงที่ทำให้เขารู้สึกขนพองสยองเกล้า เกินกว่าที่จะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้
หากในอนาคตข้างหน้าเขาจะต้องได้ยินเสียงของคนผู้นี้ทุกวี่ทุกวัน เขาขอเลือกที่จะหูดับไปเลยดีกว่าที่จะต้องมาทนฟังเสียงที่แหลมบาดหูเช่นนี้
“นางหัวเราะสิ่งใดกัน? บรึ๊ยส์~~ ช่างให้ความรู้สึกที่น่าขนลุกนัก!”
เจ้าหนอนหนุ่ม โก่งตัวหนาๆ ของเขาขึ้นพร้อมๆ กับส่ายไปส่ายมา ราวกับพยายามที่จะขับไล่ความขนลุกขนพองของตนทิ้งเสีย
พาให้ภูติน้อยเทพธิดาบุปผางามอย่างอิงฮวา ถึงกับต้องเอามือกุมท้องหัวร่องอหงาย กับท่าทางที่เจ้าหนอนตุ้ยนุ้ยสหายของนางแสดงออกมา
และไม่วายที่จะหยอกเย้าตอแยเจ้าหนอนหนุ่มตุ๊ต๊ะตนนี้ เพราะนี่คือสิ่งที่สร้างความสุขให้นางที่สุด
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! นี่เจ้าหนอนมาดเข้ม เจ้าจะขนลุกได้อย่างไร ในเมื่อทั้งตัวของเจ้ามีเพียงหนังบางๆ ห่อหุ้มเท่านั้น”
“หึ เจ้าจะไปรู้อะไร ข้าก็แค่เปรียบเปรยเท่านั้น จำเป็นจะต้องให้เจ้าคิดมากถึงเพียงนี้ โธ่! โธ่! โธ่! ”(=..=)
เจ้าหนอนหนุ่มหันมาต่อปากต่อคำกับภูตน้อยแสนสวยตนนี้ของเขาอย่างไม่มีใครยอมใคร เขายังแสร้งทำท่าหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่ จนอิงฮวาขำกลิ้งกับท่าทางที่น่ารักเกินต้านของเขาอีกด้วย
“โอ๊ยๆ!!! เจ้าหยุดเถิด ข้าหัวเราะมากเกินไป จนรู้สึกปวดท้องแล้ว ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!”
“ชิส์!! เจ้ายิ่งชอบละสิไม่ว่า”
แม้จะแสร้งต่อว่าต่อขานนาง หากแต่สายตาของเขาก็ไม่อาจละเลยรอยยิ้มของอิงฮวาได้เลย ทำราวกับว่ายิ่งได้มองยิ่งทำให้ใจของหนอนน้อยตนนี้หวั่นไหวยิ่งนัก
หากแต่เจ้าของรอยยิ้มงามผู้นี้ หาได้รู้ตัวไม่
“เอ๋??... นั่นๆ เจ้าหนอนยักษ์ เจ้าเป็นอะไรไปอีกแล้วละ? ทำไมเจ้าจึงตาลอยเช่นนี้ หรือเจ้ากำลังจะไม่สบายอีกครั้งหนึ่งแล้ว?”
“อะแอ่ม... เด็กอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร”
“ชิส์! ใครว่าข้าเป็นเด็กกัน ข้าเป็นถึงภูตเทพธิดาบุปผาสวรรค์เชียวนะ และที่สำคัญข้าผู้นี้ก็ฟักร่างออกมาก่อนเจ้าเสียอีกด้วย เพราะฉะนั้น เจ้าสมควรที่จะเรียกข้าว่า ‘พี่สาว’ อย่างไรกันเล่า”
“พะ... พะ... พี่สาวเช่นนั้นหรือ เจ้าชักจะกำเริบมากไปแล้วนะ”
“นี่เจ้า! มานี่เลยนะ ข้าจะจับเจ้าแล้วเอาเถาวัลย์มัดรีดไขมันเจ้าให้ผอมเลยทีเดียวเชียว”
ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ปากเล็กๆ สีชมพูระเรื่อ จีบปากจีบคอถกเถียงกับเจ้าหนอนหนุ่มขี้เก๊กตนนี้อย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ใบหน้างามละมุน ยื่นหน้าเข้ามาประชิดกับปลายจมูกของเจ้าหนอนเพื่อนเกลอ พร้อมกับแกล้งถลึงดวงตากลมโตใสแบ๊วของตนเองเข้าใส่
ทำเอาผู้ที่ถูกประชิดตัว ตกใจด้วยเพราะเกิดอาการขวยเขิน จนเสียหลักหงายหลังม้วนกลิ้งล้มลงอย่างไม่เป็นท่า
“โอ้!!!! สะ… สะ… สวรรค์ จะ… จะ... เจ้าจะทำเยี่ยงนี้กับข้า ไม่ได้นะ!”
“ทำอันใดไม่ได้ ข้าทำสิ่งใดรึ!?”
อิงฮวายังคงสนุกในท่าทีที่เขาตอบสนอง นางยังคงแกล้งตามประกบเขาไม่ห่าง และลอยหน้าลอยตา ยื่นใบหน้างามของตนเองเข้าไปใกล้อีกครั้ง จนเจ้าหนอนหนุ่มหมดความอดทน พยายามตะเกียกตะกายยันตนเองขึ้น เพื่อลุกหนีหญิงสาวจอมทะเล้นผู้นี้
หากแต่ความพยายามของมันกลับไม่เป็นผล เพราะสิ่งที่คิดจะทำ กับสิ่งที่ทำได้จริงนั้นช่างขัดแย้งกันมากนัก
