บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.6

รุ่งเช้าวันต่อมาคิดไม่ถึงว่าอยู่ๆ ท่านป้าจู คนสนิทของมารดาจะมาแจ้งว่ามารดาเรียกนางเข้าพบ เมื่อเข้าไปในเรือนตะวันออกได้เห็นสภาพของมารดาซึ่งแตกต่างจากที่หญิงสาวจินตนาการ บอกตามตรงว่าหัวใจของโม่อวี๋ยิ่งลอบปลง

ลี่ซื่อ หรือโม่ฮูหยินผู้สง่างามในวันเก่าไม่มีแล้ว มีเพียงสตรีวัยกลางคนที่แม้ยังคงมีเค้าความงดงาม หากแต่ความอิดโรยซูบซีดกลับทำให้นางดูอ่อนแอเต็มทน

...ดูเหมือนนางจะล้มป่วยจริงๆ

“อวี๋เอ๋อร์”

หญิงสาวมองเห็นความรู้สึกผิดในดวงตาแดงก่ำคู่นั้น เพียงแต่จะถามหาความเห็นใจจากนาง? นางไม่มีให้ และไม่มั่นใจว่าโม่อวี๋คนเดิมจะสามารถให้อภัยมารดาของตัวเอง

ความรู้สึกเจ็บปวด สับสน ไม่เข้าใจ กระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ ท้อแท้ สิ้นหวัง กระทั่งยอมรับความตายในที่สุด ทุกอย่างที่โม่อวี๋รู้สึก นางเองก็รู้สึกถึงมันได้อย่างชัดเจน

นางโกรธ โกรธแทน แต่ไม่อาจทำอะไรได้เพราะจะอย่างไรสตรีตรงหน้าก็คือมารดาแท้ๆ ที่ให้กำเนิดโม่อวี๋

…ขอเพียงต่อไปไม่ยุ่งกับนาง นางก็จะไม่ถือสาและไม่ถือโทษโกรธเคือง เห็นแก่เจ้าของร่างนี้ที่ให้โอกาสนางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

“ลูกคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”

“เจ้า...สบายดีหรือ” ลี่ซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มฝาดเฝื่อน ความห่างเหินในดวงตาบุตรสาวทำให้นางได้แต่หลบตาอีกฝ่าย

“นอกจากร่างกายที่เจ็บป่วยอิดๆ ออดๆ ช่วงอากาศเย็น ที่เหลือล้วนไม่มีปัญหา ลูกนับว่า...สบายดีเจ้าค่ะ” นางยิ้มบาง “ดูเหมือนท่านแม่ไม่สบายจริงๆ ตามหมอมาดูอาการแล้วหรือยังเจ้าคะ”

“ท่านหมอเพิ่งกลับไปเจ้าค่ะ”

เป็นท่านป้าจูที่ตอบคำถามนั้น ท่านป้าจูคนนี้เป็นคนสนิทเก่าแก่ของมารดา ดังนั้นฐานะของนางในจวนจึงเหนือกว่าบ่าวไพร่คนอื่นๆ

“ที่เรียกเจ้ามาหาเพราะมีเรื่องหนึ่งอยากไหว้วาน”

โม่อวี๋นิ่งฟังอย่างสงบ

“เจ้าคงได้ยินมาบ้างว่าแม่กับพ่อของเจ้ารับบุตรชายของท่านอามาเป็นบุตรบุญธรรม”

โม่อวี๋กะพริบตามองมารดา เรื่องนี้นางเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก “ขออภัยเจ้าค่ะ ลูกเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกจากท่านแม่ อาจเพราะหนทางจากเมืองหลวงไปซางจี๋ช่างห่างไกล ดังนั้นคนส่งข่าวจึงเลอะเลือนจนลืมบอกลูก”

นางแค่นยิ้ม ในใจลอบสบถคำด่าออกมาราวกับพ่นไฟ แต่ดวงหน้ากลับยังคงเรียบเฉย

บิดากับมารดาไม่มีบุตรชาย มารดาเองก็ไม่ยอมให้บิดามีอนุ ดังนั้นด้วยอายุที่มากขึ้นบวกกับร่างกายที่ไม่แข็งแรงเรื่องมีบุตรจึงจำต้องยอมแพ้ การรับบุตรบุญธรรมเพื่อเข้ามาสืบทอดตระกูลจึงสำคัญมาก เรื่องนี้คนในแคว้นต้าเยวี่ยล้วนไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกใหม่

ท่านอา... ที่มารดากล่าวถึงคงจะเป็นน้องชายของบิดาซึ่งบัดนี้เป็นขุนนางขั้นสี่ ประจำอยู่ที่เมืองเจียงโจวทางเหนือ ได้ยินมาว่าเขามีบุตรชายถึงห้าคน ดังนั้นจึงยกบุตรชายคนเล็กให้เป็นบุตรบุญธรรมของโม่หวัง

“เขามาอยู่ที่เมืองหลวงได้ปีครึ่งแล้ว” ลี่ซื่อกล่าว

“เหตุใดข้ามาถึงหลายวันแล้วไม่พบเขาในจวนเล่าเจ้าคะ”

“เขาเข้าพำนักในสำนักศึกษาหลวงนับจากมาถึง เจ้าคงเคยได้ยินเรื่องสำนักศึกษาหลวงมาบ้าง ที่นั่น...ดีมาก”

อ้อ...

“เช่นนั้นเรื่องที่ท่านแม่อยากไหว้วานคือ?”

“ในหนึ่งเดือนสำนักศึกษาหลวงจะเปิดให้คนนอกนำของใช้จำเป็นไปให้กับบรรดาบัณฑิตที่ศึกษาอยู่ พรุ่งนี้เช้าแม่อยากให้เจ้านำของใช้จำเป็นเหล่านั้นไปให้น้องชายของเจ้า”

โม่อวี๋ครุ่นคิดเล็กน้อย ทบทวนดูแล้วไม่เห็นเป็นเรื่องเสียหายอะไรจึงรับปาก ดีเสียอีกที่นางจะได้ออกไปสูดอากาศ มาเมืองหลวงแต่กลับเอาแต่อุดอู้ในจวนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอึดอัด ออกไปเดินเล่นดูรอบๆ ก็ดีเหมือนกัน ที่สำคัญไปกว่านั้นใจนางยังอยากแวะไปกราบไหว้หลุมศพของแม่นมจ้าวที่อยู่นอกกำแพงเมืองหลวงอีกด้วย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel