บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.5

ถึงอย่างนั้นก็ยังให้เสี่ยวชุนช่วยแต่งตัวจากนั้นไปพบบิดาที่ห้องหนังสือด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ลูกคารวะท่านพ่อ”

“เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว ช่วงนี้สุขภาพของแม่เจ้าไม่ใคร่จะดี กลับมาอยู่เป็นเพื่อนนางก็ดีเหมือนกัน” โม่หวังกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผ่านไปสองปีใบหน้าของเขาดูไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก เว้นแต่เพียงใต้ดวงตาและหางตาที่มีริ้วรอยเพิ่มขึ้น

นางไม่ได้บอกบิดาว่าตั้งแต่กลับมาถึงมารดาก็ยังไม่ให้นางเข้าไปเยี่ยมคารวะ ทั้งยังอ้างว่าอาการป่วยทรุดลงต้องการนอนพัก

“เจ้ากลับมาครั้งนี้ดูโตขึ้น” โม่หวังกล่าวประโยคนี้ขณะที่โม่อวี๋กำลังเหม่อลอยถึงมารดา

“เจ้าค่ะ”

“เจ้าก็...อายุล่วงเข้าสิบเจ็ดปีแล้ว”

“เจ้าค่ะ”

“อวี๋เอ๋อร์”

“เจ้าคะ”

โม่หวังมองดูใบหน้าเรียบเฉยของบุตรสาว ความห่างเหินระหว่างบิดากับบุตรทำให้ทั่วทั้งห้องอึดอัด เขาเอื้อมมือไปคว้ากล่องไม้แกะสลักซึ่งวางอยู่บนโต๊ะส่งให้บุตรสาว

“ของขวัญต้อนรับกลับบ้าน ไปอยู่ต่างเมืองมาถึงสองปี เครื่องประดับที่มีก็เก่ามากแล้วกระมัง นี่เป็นของที่ฝ่าบาทพระราชทานมาเมื่อครั้งก่อน เจ้ารับไปสิ”

โม่อวี๋รับมาโดยดีก่อนกล่าวคำขอบคุณเขา กระทั่งน้ำเสียงของนางก็ยังไม่แสดงออกว่ามีท่าทีดีใจหรือไม่กับสิ่งที่ได้รับ

“อวี๋เอ๋อร์ เจ้าโทษพ่อหรือไม่ที่สองปีมานี้...” เขากระแอมราวไม่รู้ว่าสมควรพูดอะไรออกมาดี

นางยิ้มบางๆ “เรื่องก็ผ่านไปแล้ว คำตอบของลูกยังสามารถเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ”

โม่หวังชะงักและเงียบไป “เจ้า...ตอนนี้ก็นับว่าเติบโตแล้ว คิดว่าคงรู้จักใช้ชีวิตเหนือเหตุผล พ่อหวังว่าเจ้าจะเข้าใจในสิ่งที่...เกิดขึ้น”

“ท่านพ่อ” นางเงยหน้าสบตากับโม่หวัง “หากลูกบอกว่าเข้าใจ แต่ในใจกลับรู้สึกว่าแม่นมจ้าวไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่นนี้แล้วท่านพ่อคิดว่าลูกสมควรใช้เหตุผลข้อใดมาหักล้างความละอายใจนี้ดีเจ้าคะ”

กล่าวจบนางก็นิ่งเงียบมองท่าทีกระอักกระอ่วนของบิดา

“การตายของแม่นมจ้าวพ่อเองก็รู้สึกผิด แม่ของเจ้าเองล้มป่วยก็เพราะเรื่องนี้ คนก็ตายไปแล้ว ชดเชยได้พ่อก็ชดเชยไปแล้ว”

“แต่ชีวิตไม่อาจหวนคืน” เช่นกันกับวิญญาณของโม่อวี๋...

นางยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มแห้งผากไปไม่ถึงดวงตา “หากเรื่องนี้ผลออกมาตรงกันข้ามเล่าเจ้าคะ หากคนที่สิ้นใจคือข้าไม่ใช่แม่นมจ้าว”

นางมองเขาแต่เขากลับไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาบุตรสาว โม่อวี๋หนอโม่อวี๋...เด็กสาวผู้น่าสงสาร

ไม่ว่าผู้ใดต้องการให้นางตาย แต่ผลสุดท้ายบิดาก็ยังทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ซึ่งชัดเจนแล้วว่ารอบกายของโม่อวี๋เต็มไปด้วยคนเช่นไร

บิดาที่ห่วงผลประโยชน์และตำแหน่งในราชสำนัก มารดาที่รักลูกไม่เท่ากัน เพียงเพื่อให้อีกคนได้แต่งงานและสานผลประโยชน์ให้กับวงศ์ตระกูล ทั้งสองกลับปิดหูปิดตาไม่รับรู้ทั้งยังร่วมกันปิดบังสิ่งที่เกิดขึ้น โยนบาปทั้งหมดให้โม่อวี๋อย่างไร้ความเป็นธรรม

มาคิดๆ ดูแล้วโม่อวี๋ย่อมเข้าใจได้ ...กลับกันหากโม่อวี๋ยอมแต่งเข้าตระกูลซู แน่นอนว่าการจะให้นางที่เป็นคนหัวแข็งเกลี้ยกล่อมผู้เป็นสามีสร้างรากฐานที่มั่นคงขึ้นให้กับบิดา โม่อวี๋ย่อมทำไม่ได้

ผิดกับโม่เหยาที่หัวอ่อนและคล้อยตามบิดามารดามาตั้งแต่ไหนแต่ไร เห็นชัดจากผลลับที่บิดาของนางได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้ากรมโยธาอย่างไรเล่า

แม้นางรอดตายมาได้ สาเหตุหนึ่งไม่ใช่นางโชคดี แต่คงเพราะแผนการที่คิดว่ารอบคอบกลับกลายเป็นมีช่องโหว่ พยานที่เชิญมากลับกลายเป็นคนช่วยชีวิตนางเอาไว้

ในวันนั้นโม่หวังเชิญปราชญ์ท่านหนึ่งมาที่จวนเพื่อสนทนา คราแรกเขาควรจะกลายเป็นพยานการสิ้นใจของโม่อวี๋ คาดไม่ถึงว่านางจะสามารถตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ เพราะชายชุดดำที่ลากแม่นมจ้าวลงไปนั้นรั้งผิดคน

เขาเห็นแล้วว่านางสำลักและยังคงมีลมหายใจ นี่คงเป็นสาเหตุที่นางไม่ถูกโยนกลับลงไปในสระบัวกระมัง...

ผลที่ออกมาคือข่าวลือว่าโม่อวี๋ไม่อยากแต่งงานจนใช้ชีวิตตัวเองข่มขู่บิดามารดา แม่นมจ้าวกระโดดลงน้ำเพื่อชีวิตช่วยนางขึ้นมาได้ แต่กลับต้องมาสิ้นใจเสียเองอย่างน่าสลดใจ

ด้วยเรื่องนี้จึงมีเหตุผลอันน่าฟังเพื่อเปลี่ยนตัวเจ้าสาวและส่งนางออกไปอยู่ต่างเมืองเพื่อไว้ทุกข์สำนึกผิด คนในตระกูลโม่ทุกคนเว้นนางล้วนมีแต่คนเห็นอกเห็นใจ

คนตระกูลโม่ช่างแก้สถานการณ์ได้อย่างน่าชื่นชม น่าปรบมือให้สักรอบ!!!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel