บทที่ 1.4
“คุณหนู!” เสี่ยวชุนก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางตกอกตกใจ “ท่านใช้น้ำเย็นล้างหน้าอีกแล้วหรือเจ้าคะ!”
“ไม่เป็นไรอย่าเอะอะไป มาช่วยข้าแต่งตัวเถิด”
เสี่ยวชุนวางอ่างน้ำร้อนที่นางนำมาด้วย จากนั้นรีบเดินมากุมมือเย็นเยียบของผู้เป็นนาย “เหตุใดไม่รอข้าเจ้าคะ”
“ช่างเถิด ออกไปกินมื้อเที่ยงที่ศาลาข้างเรือน ข้าหิวแล้ว” นางปล่อยให้เสี่ยวชุนช่วยแต่งตัวจากนั้นจึงออกมายังสวนด้านของเรือนจวี๋ฮวา
สาวใช้สามคนยังคงยืนอยู่ พวกนางล้วนแต่งกายด้วยชุดของสาวใช้ในจวน ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราน่ามองรวมไปถึงท่าทีซึ่งคล้ายจะเหนือไปกว่าสาวใช้คนอื่นๆ ทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจ นางหันไปมองเสี่ยวชุน
“พวกนางเพิ่งถูกส่งมาเจ้าค่ะ ได้ยินท่านป้าจูบอกว่าพวกนางจะมาช่วยข้าดูแลท่าน เห็นว่าได้รับการอบรมเป็นอย่างดีมาจากจวนตระกูลหวังซึ่งเป็นจวนของเสนาบดีสำนักราชเลขา ”
ดูเหมือนอนุคนหนึ่งของจวนตระกูลหวังจะเป็นลูกผู้น้องของมารดา อีกฝ่ายถึงกับส่งคนมาช่วยดูแลนาง...นี่หาใช่เรื่องปกติที่สมควรเกิดขึ้น
ยิ่งมองดูใบหน้าผุดผ่องและท่าทีที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี โม่อวี๋ก็ยิ่งรู้สึกว่าการกลับมาครั้งนี้อาจมีเรื่องบางอย่างแอบแฝง ยิ่งมอง ‘เสี่ยวมั่น’ หนึ่งในสาวใช้ที่ถูกส่งมา นางเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของป้าจู ใบหน้านวลเนียนผุดผ่องราวกับไม่ใช่สาวใช้...
หญิงสาวนั่งกินมื้อเที่ยงเงียบๆ ทั้งยังไม่ได้สั่งให้สาวใช้ทั้งสามคนถอยออกไป ตรงกันข้ามนางยังปล่อยให้สาวใช้เหล่านั้นปรนนิบัตินางแทนเสี่ยวชุนที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ด้านหลัง กระทั่งตระหนักว่าสาวใช้ทั้งสามคนนี้ทำงานได้คล่องแคล่วยิ่งนัก เพียงแต่...มือและนิ้วของทั้งสามกลับเนียนนุ่มน่ามอง คล้ายไม่เคยผ่านงานหนักมาก่อนนี่สิ
โม่อวี๋อิ่มหนำก็สั่งให้ทั้งสามเก็บสำรับ นางให้เสี่ยวชุนอยู่เป็นเพื่อนมองดูสาวใช้ทั้งสามคนจากไป
“คุณหนู” เสี่ยวชุนกระซิบ
“เสี่ยวชุน”
“เจ้าคะ”
“หากข้าออกเรือนเจ้าจะทำอย่างไร”
เสี่ยวชุนเลิกคิ้ว “แน่นอนว่าหากท่านอยากให้ข้าติดตามไปรับใช้ ข้าล้วนแล้วแต่คุณหนู แต่...เอ๋!” เสี่ยวชุนอ้าปากค้างมองผู้เป็นนายจากนั้นหันไปชี้ยังทิศทางที่สาวใช้ทั้งสามเพิ่งเดินออกไป
“คะ...คุณหนู หรือท่านคิดว่า...คิดว่า”
สาวใช้ที่ติดตามผู้เป็นนายออกเรือนส่วนใหญ่จะกลายเป็นสาวใช้คอยอุ่นเตียงให้ท่านเขย หากท่านเขยพอใจก็อาจได้เป็นอนุในเรือน ยกระดับฐานะขึ้นมาขั้นหนึ่ง แต่ยังคงเป็นรองอนุที่แต่งเข้าประตูข้าง ยิ่งไม่อาจทัดเทียมฮูหยินเอก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าทางฝ่ายของท่านเขยจะรับหรือไม่รับสาวใช้ผู้นั้นมาคอยอุ่นเตียง
“ไม่ต้องคิดแล้ว นี่ไม่ใช่เริ่มชัดเจนแล้วหรือไร เจ้าคิดว่าท่านพ่อกับท่านแม่เรียกข้ามาเพราะรู้สึกสงสารเห็นใจที่ส่งข้าไปอยู่ต่างเมืองหรือ หากเป็นเช่นนั้นแล้วเหตุใดจึงปล่อยช่วงเวลาล่วงเลยไปถึงสองปีเล่า” นางแค่นหัวเราะ
“เจ้าออกไปซื้อขนมที่ร้านเซียงเถียน ลอบสอบถามว่ามีข่าวลืออะไรน่าสนใจบ้าง อย่าสวมชุดสาวใช้ของจวนตระกูลโม่ เอาเป็น...พรุ่งนี้ก็แล้วกัน วันนี้ดูไปก่อนว่าคนที่นี่มีท่าทีอย่างไร บางทีอาจมีเสียงซุบซิบให้ได้ยินบ้าง”
“เจ้าค่ะ”
“เจ้าไปทำอย่างอื่นเถิด ข้าอยากนั่งพักเงียบๆ ยกชามาสักกาก็พอ”
“เช่นนั้นข้าน้อยจะไปดูที่ห้องครัวว่ามีของว่างหรือไม่”
“อืม”
ทั้งสองสบตากันเงียบๆ ก่อนหน้าเกิดเรื่องนอกจากเสี่ยวชุน ยังมีสาวใช้คนอื่นหลายคนช่วยกันรับใช้โม่อวี๋ แต่ตอนออกไปอยู่ต่างเมืองมีเพียงเสี่ยวชุนที่ยอมติดตามหญิงสาวไปด้วย ช่วงสองปีที่ผ่านทั้งสองนายบ่าวรู้ใจกันยิ่งกว่าสาวใช้ต้นห้องกับนายคู่อื่นๆ
โม่อวี๋สังหรณ์ใจไม่ผิดจริงๆ ข่าวลือและเรื่องซุบซิบในเมืองหลวงขณะนี้ ทำให้ขุนนางไม่ว่าจวนใดล้วนเชื้อเชิญญาติสนิทหรือแม้กระทั่งส่งคนไปรับหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนมายังเมืองหลวง
องค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง องค์ชายสาม รวมไปถึงบุตรชายของขุนนางใหญ่หลายคนจะเข้าพิธีสวมหมวก สตรีที่ได้รับเลือกเป็นคู่ในพิธีอาจได้รับเลือกให้เป็นชายาหรือชายารอง ขอเพียงฐานะเหมาะสม ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อสนทนาที่กำลังได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษในเมืองหลวง
วันต่อมาปลายยามเซิน โม่หวังเรียกตัวโม่อวี๋ไปพบ กลับมาเมืองหลวงล่วงเข้าวันที่สอง หญิงสาวไม่ได้พบทั้งบิดาที่กลับดึกและมารดาที่อ้างว่าล้มป่วย นางไม่รู้จริงๆ ว่าสมควรรู้สึกเช่นไร