บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

ผ่านไปสองปีการปรับตัวเป็นไปได้ด้วยดี ขณะกำลังคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่ซางจี๋อย่างสงบสุข ตระกูลโม่กลับนึกขึ้นได้ว่ามีโม่อวี๋อีกคนและส่งรถม้าไปรับกลับเมืองหลวงเสียนี่

พ่อบ้านรีบเข้ามาต้อนรับหญิงสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม กล่าวรายงานว่าบิดาของนางเข้าวังหลวงจะยังไม่กลับจวนจนกว่าจะบ่ายคล้อย มารดาของนางล้มป่วย ถึงอย่างนั้นยังกำชับไม่ให้นางกังวลและกลับเรือนไปพักผ่อน

โม่อวี๋แค่นยิ้มที่มุมปากแต่ไม่กล่าวคำ หญิงสาวเพียงเดินกลับเข้าไปด้านในซึ่งความทรงจำมากมายประดังเข้ามาในห้วงความคิด

จวนหลังนี้ทุกซอกมุมเคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แต่มาวันนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเงียบงันและเย็นชา เรือนด้านหลังฝั่งตะวันออกเป็นของบิดากับมารดา ถัดมาเคยเป็นเรือนของพี่สาวซึ่งออกเรือนไปแทนนาง เรือนหลังเล็กที่สุดเป็นของนาง

...เรือนจวี๋ฮวา

ดูเหมือนสาวใช้ที่เคยอยู่ที่นี่ถูกเปลี่ยน อาจเป็นได้ว่าพวกนางถูกขายออกไปหลังเกิดเรื่อง

“คุณหนู ท่าน...คิดถึงแม่นมจ้าวหรือเจ้าคะ”

แม่นมจ้าว?

...อา นั่นสินะ หากไม่ใช่แม่นมจ้าวเอาชีวิตตัวเองแลก กล้ากระโดดลงไปในสระบัวเพื่อช่วยโม่อวี๋ ไม่แน่ว่าคงไม่เกิดการสลับวิญญาณหรือเรื่องบ้าบอเช่นนี้กระมัง

“เสี่ยวชุน”

“เจ้าคะคุณหนู”

“ข้าไม่หิวอยากนอนไม่ต้องยกสำรับเช้าเข้ามา”

“แต่...”

“เจ้าออกไปเถิด”

“ไม่ให้ข้าน้อยช่วยเปลี่ยนชุดก่อนหรือเจ้าคะ”

“ไม่ต้อง”

เสี่ยวชุนชะงักครู่เดียวจึงรีบออกไปจากห้อง เสียงหับประตูทำให้โม่อวี๋ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ นางเดินไปนั่งลงยังหน้าคันฉ่อง จากนั้นใคร่ครวญถึงสาเหตุที่บิดามารดาให้คนไปรับนางกลับเมืองหลวง ทั้งที่วันเวลาผ่านไปแล้วถึงสองปี

บุตรสาวคนหนึ่งถูกส่งออกไปอยู่นอกเมืองถึงสองปี ไม่มีข่าวสาร ไม่มีจดหมาย ไม่เคยไปเยี่ยมเยียน ยิ่งเป็นไปได้ว่าไม่เคยกล่าวถึงด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดอยู่ๆ จึงยินยอมให้กลับมา

…โม่อวี๋หนอโม่อวี๋ เหตุใดชะตาของเจ้าจึงอาภัพเช่นนี้ ผู้อื่นต้องระวังภัยที่จะเกิดจากภายนอก แต่เจ้ากลับพานพบกับภัยที่เกิดขึ้นจากคนใกล้ตัว ทั้งยังเป็นบิดา มารดา รวมไปถึงพี่สาวของตนอีก

นางมองใบหน้าผุดผ่องที่ส่องสะท้อนกลับมาจากคันฉ่อง โม่อวี๋ความจริงนับเป็นสาวงามคนหนึ่ง เพียงแต่สตรีในยุคนี้ล้วนตกเป็นเครื่องมือของบิดามารดา

หากเกิดมาเป็นบุรุษก็แล้วไป เพราะจะอย่างไรก็ยังสามารถสืบทอดตำแหน่งและเชิดชูวงศ์ตระกูล

แต่สตรีเล่า...ต้องยึดถือสามเชื่อฟังสี่จรรยา ชีวิตที่ไม่อาจตัดสินใจสิ่งใดด้วยตัวเองแม้แต่ความตาย เช่นนี้ยังจะเรียกว่าชีวิตได้อยู่หรือ

กลางสวนยามค่ำคืนอากาศหนาวเหน็บ ศาลาริมสระบัวมีเงาร่างของสตรีนางหนึ่งยืนรออยู่ โม่อวี๋ส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“พี่ใหญ่ท่านเรียกหาข้าหรือ”

“อวี๋เอ๋อร์เจ้ามาแล้วหรือ”

“ท่านให้เสี่ยวอิงไปเรียกข้า มีเรื่องสนทนา?”

“อืม เจ้าคงยังไม่ง่วงกระมัง”

“ไม่ง่วงแต่รู้สึกหนาว ไปสนทนากันในเรือนไม่ได้หรือ”

“อวี๋เอ๋อร์”

“เจ้าคะ”

โม่เหยาเดินไปยังบันไดเชื่อมลงไปในสระบัว นางนั่งลงและถอนหายใจออกมา สีหน้าในเงามืดมองไม่ออกว่ากำลังคิดเรื่องใดอยู่

“พี่ใหญ่ ท่านคงไม่ได้จะมาเกลี้ยกล่อมข้าเรื่ององครักษ์ซูแทนท่านพ่อกระมัง”

“ข้า...”

“ท่านชอบเขาแล้วเหตุใดอยากให้ข้าแต่งกับเขากัน ข้าปฏิเสธเพราะรู้ว่าท่านชอบเขามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง”

“แต่เขาชอบเจ้าไม่ใช่ข้า”

โม่อวี๋ถอนหายใจ “แล้วอย่างไร ท่านจะปล่อยไปทั้งอย่างนี้? เขาเพิ่งส่งแม่สื่อมายังพอมีเวลาแก้ไข ขอเพียงข้าไม่ตกลงข้าไม่เชื่อว่าเขาจะดึงดัน”

“อวี๋เอ๋อร์เจ้าไม่เข้าใจ การแต่งงานครั้งนี้สำคัญยิ่งนักจะผิดพลาดไม่ได้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากปฏิเสธ การแต่งงานก็จะไม่เกิดขึ้น”

“ข้าก็หวังอยากให้เป็นเช่นนั้น”

“ท่านพ่ออยากให้ตระกูลโม่กับตระกูลซูเชื่อมสัมพันธ์ผ่านการแต่งงาน ขอเพียงเจ้าหมั้นหมายและแต่งเข้าตระกูลซู ด้วยความช่วยเหลือของใต้เท้าซูซึ่งเป็นถึงเจ้ากรมขุนนาง บางทีท่านพ่ออาจได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นเจ้ากรมโยธา แต่หากเจ้าปฏิเสธองครักษ์ซูก็ไม่มีทางยอมให้เกิดการเชื่อมสัมพันธ์นี้ขึ้น เขา...ไม่ได้ชอบข้า”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel