บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.1

ขบวนรถม้ากลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งกำลังแล่นผ่านถนนกลางเมืองหวงซาน เมืองหลวงอันมั่งคั่งแคว้นต้าเยวี่ย หญิงสาวผู้ซึ่งนั่งโดยสารเลิกม่านรถม้าขึ้นช้าๆ สายตากวาดมองความคึกคักของผู้คนซึ่งกำลังจับจ่ายใช้สอย บ้างก็เพียงออกมาเดินเล่นชมความงดงามยามเช้าตรู่

‘โม่อวี๋’ บุตรสาวคนรองของเจ้ากรมโยธา ขุนนางขั้นสองซึ่งเพิ่งจะได้รับการเลื่อนขั้น

สองปีก่อนหลังปักปิ่นนางถูกส่งตัวไปยังเมืองซางจี๋ วันนี้เพิ่งกลับมาดังนั้นจึงไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับบิดา

“คุณหนูปิดม่านลงเถิดเจ้าค่ะ ท่านเพิ่งหายจากอาการป่วย ที่นี่อากาศเย็นระวังจะล้มป่วยนะเจ้าคะ” เสี่ยวชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใยโม่อวี๋กลับแค่นยิ้มพึมพำกับตัวเอง

“ล้มป่วย?” นึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น ร่างกายที่ป่วยออดแอดนับจากเรื่องราวในวันนั้น “นั่นสินะ”

เสี่ยวชุนลอบมองเสี้ยวหน้าของผู้เป็นนาย ในใจได้แต่ครุ่นคิดด้วยความประหลาดใจ สองปีมานี้นางติดตามคุณหนูออกไปพำนักยังเมืองซางจี๋ ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของผู้เป็นนายแน่นอนว่านางรับรู้

วันนั้นคุณหนูของนางตกลงไปในสระบัวกลางสวน สายน้ำเย็นเยียบหน้าหนาวยามค่ำคืนเกือบจะกลืนกินชีวิตของอีกฝ่าย หากแต่ผู้เป็นนายก็เอาชีวิตรอดมาได้ ถึงอย่างนั้นสุขภาพกลับไม่อาจเรียกคืน อาการป่วยทำให้ผู้เป็นนายต้องไปรักษาตัวยังต่างเมือง กระทั่งการแต่งงานก็มีอันต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาว

ค่ำคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น เหตุใดคุณหนูของนางไม่เคยกล่าวถึง เพราะอะไรคนที่สุขภาพอ่อนแออยู่แล้วจึงไม่ระวังจนตกลงไปในสระบัว กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่แน่ชัดถึงสาเหตุ ยังไม่รวมเรื่องที่ว่าเมื่อไปอยู่ที่ซางจี๋ จากคนที่ไม่แยแสสิ่งใดกลับเริ่มต้นเรียนรู้ที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเองอีกด้วย

รถม้าหยุดลงหน้าจวนตระกูลโม่ ป้ายหน้าจวนยังคงใหม่เอี่ยม อักษรซึ่งเป็นลายมือของใต้เท้าฉู่ อัครมหาเสนาบดีของแคว้นดูมั่นคงหนักแน่น หากเป็นเมื่อก่อนโม่อวี๋อาจรู้สึกชื่นชมและยินดีกับความก้าวหน้าของบิดาและคนตระกูลโม่

เพียงแต่...วันนี้ไม่เหมือนวันวาน

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองกำแพงสูงของจวนตระกูลโม่ ในใจนึกสงสารในชะตากรรมของสตรีในยุคโบราณเหล่านี้

ใช่...ที่นางกล่าวไปนั้นไม่ผิด เพราะตัวนางไม่ใช่สตรียุคโบราณ ไม่ใช่โม่อวี๋ และไม่สมควรมาอยู่ในดินแดนแห่งนี้ซึ่งไม่มีระบุเอาไว้ในประวัติศาสตร์ ในบันทึกไม่มีการกล่าวถึงแคว้นต้าเยวี่ย ไม่มีฮ่องเต้โจวชิงหวง ไม่มีสิ่งใดระบุว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ในช่วงเวลาใดของอดีต

ในวันนั้นขณะขับรถกลับบ้านหลังเลิกงาน ช่วงที่รถกำลังติดไฟแดงด้านหลังกลับมีรถบรรทุกแล่นเข้ามาด้วยความเร็ว แม้พยายามเบี่ยงออกไปด้านข้างเพื่อไม่ให้ถูกชน แต่ช่วงท้ายกลับยังคงถูกกระแทกจนรถตกลงไปในคลอง

หญิงสาวพยายามใช้เหล็กจากที่วางศีรษะบนเบาะรถยนต์งัดกระจกรถให้แตกและว่ายน้ำออกมา แต่ทันทีที่หลุดออกมาจากตัวรถ ตรงหน้ากลับมีหญิงสาวอีกคนที่กำลังตะเกียกตะกายเอาตัวรอด

ที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นคือท่ามกลางสายน้ำยามค่ำคืน หญิงสาวกลับมองเห็นชัดเจนว่าเบื้องล่างมีบุรุษชุดดำกำลังดึงท่อนล่างของสตรีอีกคนให้จมดิ่งลงไป

ไม่รู้ว่าเกิดเป็นคนใจดีกะทันหันหรือความวู่วามเกินเหตุ หญิงสาวเข้าไปช่วย แต่เมื่อพาร่างของหญิงสาวคนนั้นหลุดรอดมาได้ตัวเองกลับถูกดึงให้จมลงไปแทน

ชั่วขณะที่กำลังจะหมดสติ เสียงร่ำไห้ของหญิงสาวคนนั้นดังขึ้นข้างหู ภาพความเจ็บปวด ความโกรธแค้น ความสิ้นหวัง ความหดหู่ในใจของอีกฝ่าย ทำให้ในภายหลังหญิงสาวตระหนัก

…ทั้งหมดนั้นมันคือความทรงจำ

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาโม่อวี๋คนเดิมก็ไม่อยู่แล้ว มีเพียงร่างที่มีผู้อื่นเข้ามาแทนกับความทรงจำซึ่งยังคงชัดเจน ไม่มีรถที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีโลกปัจจุบัน ตรงหน้ามีเพียงม่านหน้าเตียงลายปักงดงาม กับโลกล้าหลังซึ่งยากจะทำใจให้ยอมรับและทำตัวให้เคยชิน

จากหญิงสาววัยทำงานอายุยี่สิบหก กลับกลายมาเป็นเด็กสาววัยสิบห้าที่กำลังถูกส่งไปต่างเมือง อีกทั้งความทรงจำของโม่อวี๋ที่เต็มไปด้วยความคับแค้นไม่ได้รับความเป็นธรรม พานทำให้คนรู้สึกหดหู่ใจหาย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel