บทที่ 2 ความจริงหรือความฝัน
วิดีโอปริศนาที่อยู่ในเมมโมรี่การ์ดได้ปรากฏภาพหญิงสาวชุดเดรสรัดรูปสีดำกำลังทำร้ายร่างกายมินตราอย่างทารุณกรรม...
เพียะ!!
"ฮึก~ฉันไปทำอะไรให้คุณ...ทำไมคุณถึงมาทำร้ายฉันแบบนี้! "
"เธอแย่งคู่หมั้นฉัน! ใครหน้าไหนที่ยุ่งกับของของฉันมันต้องเจอแบบนี้! "
"หึ~ฉันไม่เคยแย่งติณมาจากคุณเลย คุณต่างหากล่ะที่มาทีหลัง!"
เพียะ!! เพียะ!!
"ปากเก่งนักนะ! ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าต่อจากนี้ไป...เธอจะยังปากเก่งอยู่หรือเปล่า..."
"คุณจะทำอะไรฉัน?"
"เดี๋ยวก็รู้เองจ้ะ...พวกแกเข้ามาได้แล้ว~"
"ว้าว~ผมรอเวลานี้มานานแล้วครับเจ้านาย~"
"จัดการกับมันได้ตามใจชอบ...อ่อ~ถ้าเสร็จแล้ว...ฆ่ามันทิ้งซะ! "
“ขอให้สนุกนะจ้ะสาวน้อย~”
"ฮึก! ไม่นะ... ติณ...ติณคุณอยู่ไหนช่วยมินตราด้วยฮือๆ !! "
ติณภพแทบควบคุมสติไม่ได้ เมื่อได้เห็นการกระทำอันโหดร้ายของรสา ‘เธอมันไม่ใช่คน!’ พายุความแค้นเริ่มก่อรอบตัวชายหนุ่ม เขาขอสัญญาว่าจะล้างแค้นแทนมินตราให้ถึงที่สุด
สิ่งที่อยู่ในเมมโมรี่การ์ดทำให้ภูเบศและธีรดลแทบไม่อยากจะเชื่อว่า คนนิสัยท่าทางน่ารักเรียบร้อยอย่างรสาจะโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้
"ถ้าฉันไม่ได้เห็นวิดีโอนี้ฉันคงไม่เชื่อแน่ๆ ว่าคุณรสาเป็นคนทำ ท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานขนาดนั้น ใครจะไปคิดล่ะว่าที่จริงนั้นร้ายเงียบ"ธีรดลพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
"มันก็จริงของแกว่ะ...ฉันว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ อยู่นะ...แกจะเอายังไงต่อไปไอ้ติณ"ภูเบศเห็นด้วยอีกเสียง แต่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร
“...” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากติณภพ ร่างสูงรีบลุกขึ้นยืนอย่างโมโหร้าย ก่อนจะก้าวขาเดินออกจากห้องไปด้วยท่าท่างที่คาดการณ์ได้ยาก...
“ทำไมแกถึงมั่นใจนักว่าคุณรสาเป็นคนทำ? บางทีอาจไม่ใช่เธอก็ได้” ภูเบศยังเชื่อเซ้นส์ตัวเองว่าการฆาตกรรมครั้งนี้มันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ
“หึ~หลักฐานทุกอย่างมันชัดเจนขนาดนั้น แกยังคิดว่ายัยนั่นไม่ได้ทำอีกเหรอ!” ติณภพยังยืนยันคำเดิมเพราะเชื่อในสิ่งที่เห็นมากกว่า
“แต่มันก็แค่คลิปวิดีโอเองนะบางที...” ภูเบศยังคงพยายามอธิบายต่อ
“พอ! ถ้าพวกแกจะมาแก้ตัวแทนแบบนี้...กลับไปซะ!!” ติณภพตัดบทด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“อ้าวไอ้นี่! คนเขาอุตส่าห์หวังดี ถ้าเกิดมันไม่เป็นอย่างที่แกคิดไว้ล่ะก็...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน! ...ไปกลับไอ้ธี!” ภูเบศเริ่มมีอารมณ์โกรธบ้าง ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟังเขาจะไม่ยุ่งอีกต่อไป
“อ้าวเฮ้ยไอ้หมอรอก่อนดิวะ! ...งั้นฉันกลับก่อนนะไอ้ติณไว้เจอกันที่บริษัท” ธีรดลที่ไม่รู้จะเข้าข้างใครดีเพราะเขานั้นก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง
“เออ!”ติณภพตอบกลับเสียงแข็ง ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากเพื่อระงับอารมณ์โกรธ
"ไปสั่งเครื่องดื่มมาเพิ่มอีกธันวา! "ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มครอบงำติณภพมากขึ้นเรื่อยๆ
"เอ่อ...ผมว่าเจ้านายเมามากแล้วนะครับ"ธันวาบอกเจ้านายหนุ่มด้วยความหวังดี
"ฉันยังไม่เมา! นี่กล้าขัดคำสั่งฉันหรอ! ไปสั่งมาใหม่! "ติณภพยังยืนกรานที่จะกินต่อให้ได้ ถึงแม้ร่างกายจะเริ่มโอนเอนแล้วก็ตาม
"ครับนาย"ธันวาจำต้องทำตามคำสั่งแล้วเดินออกไปนอกห้องอย่างขัดไม่ได้
22.00 น.
ภายในห้องครัวของผับดัง หญิงสาวร่างเล็กกำลังขะมักเขม้นทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างกระตือรือร้น เพราะเธอพึ่งได้ทำงานที่นี่เป็นวันแรก
"นี่ๆ เธอฉันวานเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟลูกค้าห้องวีไอพีหน่อย พอดีฉันปวดหนักน่ะ"เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้ร่างอรชรหันไปมอง
"ได้ค่ะ..."ร่างบางรับคำอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะยังไม่คุ้นชินกับสถานที่
“เอ๊ะ? ...ทำไมฉันไม่คุ้นหน้าเธอเลย คงเป็นเด็กใหม่สินะ ชื่ออะไรล่ะ” ใบแก้วถามด้วยความอยากรู้
“เอ่อ...ชื่อมีนาค่ะ” มีนาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล
“อ๋อยินดีที่ได้รู้จักนะมีนา พี่ชื่อใบแก้วนะหรือเรียกพี่แก้วก็ได้ ยังไงพี่ฝากเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟห้องโซนวีไอพีหน่อยนะไม่ไหวแล้วจริงๆ ไปล่ะๆ” ท่าทางรีบร้อนของใบแก้วสร้างความขบขันให้แก่มีนาเป็นอย่างมาก
“ดะเดี๋ยวก่อนค่ะพี่แก้วเอ่อ...ว่าแต่ห้องโซนวีไอพีอยู่ตรงไหนหรอคะ...พอดีมีนายังไม่ทราบ” ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“อ๋อ~เดินไปชั้นบนสุดนะห้อง401 อยู่ซ้ายสุด”
“ขอบคุณค่ะพี่แก้ว~” ปากบางฉีกยิ้มหวานอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเดินไปยกถาดเครื่องดื่มเพื่อนำไปเสริฟ์ตามคำบอกกล่าวของรุ่นพี่สาว...
เมื่อเดินมาจนถึงห้องโซนวีไอพี 401 มือเรียวจึงยื่นไปเคาะประตูห้องตามมารยาท แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ...
ก๊อกๆ ~
“ขออนุญาตเอาเครื่องดื่มมาเสริฟ์ค่ะ” มีนาตะโกนบอกเพื่อให้คนข้างในได้รับรู้ ก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปข้างในห้อง
แอ้ด~
เมื่อเข้ามาภายในห้องมีนาก็เริ่มประหม่าเล็กน้อย เพราะเจอชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีมีภูมิฐานกำลังเมาขั้นรุนแรง
ติณภพจ้องมองบุคคลที่เข้ามาใหม่ด้วยสายตาที่พร่ามัว...ทำไมเขารู้สึกคุ้นหน้าเธอคนนี้จัง?
มีนาที่กำลังจัดเครื่องดื่มบนโต๊ะอยู่นั้น เริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี เพราะเขาเล่นจ้องเธอแบบไม่วางตา
มือเล็กเริ่มสั่นอย่างลืมตัวทำให้แก้วบรั่นดีในมือหล่นกระทบพื้นเสียงดัง
เพล้ง!
กึก!
“โอ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอห๊ะ!” จู่ๆ เศษแก้วก็กระเด็นขึ้นมาบาดแขนแกร่ง ทำให้ติณภพได้สติเล็กน้อย
“ดะดิฉันขอโทษค่ะที่ซุ่มซ่าม คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ” มีนาตกใจเสียงอันทรงอำนาจ ร่างเล็กรีบปรี่เข้าไปดูอาการอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เมื่อดวงตาใสซื่อสบกับดวงตาคม ราวกับโลกทั้งใบของติณภพหยุดหมุนในทันที ‘ไม่จริง...เขาต้องฝันไปแล้วแน่ๆ มินตราจะมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกัน’
ติณภพสะบัดหัวไปมาเพื่อให้ส่างเมา แล้วหันกลับมาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าดังเดิม และสิ่งที่เห็นก็ยังคงเป็นใบหน้าของมินตรา...
“มินตรา~” ติณภพเอ่ยออกมาคล้ายละเมอ มือแกร่งค่อยๆ ยื่นไปสัมผัสใบหน้านวลอย่างระคนเพ้อฝัน มีนาที่จับต้นชนปลายไม่ถูก จู่ๆ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นกระหน่ำแรงรัว
เมื่อได้จ้องมองใบหน้าสวยชัดๆ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าผู้หญิงตรงหน้าคือ...มินตราคนรักของเขา...หัวใจแกร่งที่แสนเย็นชาจึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ติณภพรีบคว้าเอาร่างบางขึ้นมากอดอย่างถือวิสาสะ
หมับ!
“ใช่คุณจริงๆ ด้วยมินตรา! คุณกลับมาอยู่กับผมแล้วใช่มั้ย! ผมคิดถึงคุณเหลือเกินที่รัก~” ติณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างถึงที่สุด ปากหยักบรรจงจูบไปทั่วผมยาวสลวย
การกระทำของติณภพทำให้มีนาแข็งทื่อราวกับถูกสาบ เมื่อถูกคุกคามหนักขึ้นเรื่อยๆ ความกลัวมากมายจึงเพิ่มขึ้นมาอย่างทวีคูณ
“ปล่อยฉันนะคะ! คุณจำคนผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ใช่มินตราที่คุณพูดถึง ขอตัวนะคะ” มือเล็กจัดการผลักร่างสูงให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
หมับ!
“ไม่! ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น คุณต้องอยู่กับผมนะมินตรา~” เมื่อกลัวว่าจะเสียเธอไปตลอดกาล ติณภพจึงรีบเดินไปคว้าร่างเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” มีนาดิ้นพล่านไปมาอย่างหวาดกลัว ทำไมชีวิตเธอถึงโชคร้ายแบบนี้นะ มาทำงานวันแรกก็เจอคนโรคจิตลวนลามเข้าให้
“อย่าไปจากผมเลยนะมินตรา...ผมอยู่ไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่มีคุณ~” ใบหน้าคมซบลงไหล่มนอย่างร้องขอ มือแกร่งกอดรัดร่างบางแนบแน่น จนมีนาไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลย
“ฮึก~ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ...ฉันไม่ใช่มินตราที่คุณพูดถึงจริงๆ ฮือๆ ~” ร่างบางปล่อยโฮออกมาอย่างไร้ทางสู้
ติณภพตกใจเมื่อได้ยินคนในอ้อมกอดร้องไห้ มือแกร่งรีบพลิกร่างอรชรให้หันมาเผชิญหน้า แล้วบรรจงเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“ไม่ร้องนะคะคนดี~” ปากหยักพรมจูบไปทั่วดวงหน้าหวานเพื่อปลอบประโลม
มีนาหัวใจเต้นสั่นระรัวไปด้วยความเขินอาย อาจเป็นเพราะไม่เคยเจอชายใดกระทำเช่นนี้กับเธอมาก่อน ร่างเล็กจึงหยุดร้องไห้อย่างง่ายดาย
“ผมคิดถึงคุณแทบขาดใจรู้มั้ย~” ปากหยักกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบแห้งจนร่างบางขนลุกซู่
จมูกโด่งเคลื่อนสูดดมแก้มนวลอย่างโหยหา ปากหยักจูบเน้นที่ริมฝีปากเล็กเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ สอดลิ้นหนาเข้าไปชิมความหวาน
หญิงสาวที่ด้อยประสบการณ์ติดกับดักรักอย่างง่ายดาย ความกลัวก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้เพียงความอบอุ่น ตอนนี้เธอกำลังหลงเข้าไปในมนต์สะกดที่ยากจะออกได้ง่าย ลิ้นเล็กจึงค่อยๆ ตอบกลับอย่างเงอะงะ
รสจูบไม่ประสีประสาของมีนาทำให้ติณภพชอบใจยิ่งนัก ร่างสูงบดจูบอย่างเอาแต่ใจจนมีนาหอบหายใจแรง
กายแกร่งค่อยๆ โน้มร่างบางให้นอนราบกับโซฟา ก่อนจะบดขยี้จูบอย่างร้อนแรง เลือดในกายหนุ่มเริ่มพลุ่งพล่านและค่อยๆ ไหลไปตามสัญชาตญาณ
มีนาที่ลุ่มหลงไปกับมนต์เสน่ห์ เธอจะรู้หรือไม่ว่า...ความสาวที่ติดตัวมาจะไม่อยู่กับเธออีกต่อไปแล้ว...
