บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของความแค้น
ณ ผับดังใจกลางกรุงเทพมหานคร
หลังจากติณภพไปส่งรสาที่บ้านเป็นที่เรียบร้อย เขามักจะแวะหาที่พักพิงจิตใจ ณ ผับแห่งนี้ ก่อนกลับบ้านแทบทุกวัน...
ธันวาลูกน้องคนสนิทของติณภพ เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาภายในผับ ขาแกร่งจึงรีบเดินเข้าไปหา
“คุณธีกับคุณภูรออยู่ในห้องโซนVIPแล้วครับนาย”
“อืม” ติณภพพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินไปยังห้องโซนวีไอพีที่ตนนั้นได้นัดกับเพื่อนไว้...
ภายในห้อง VIP
ชายหนุ่มท่าทางหล่อเหลามีภูมิฐานทั้งสองคน กำลังนั่งสังสรรค์รอติณภพอย่างออกรส
แอ้ด~
เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องทำให้ทั้งคู่ละสายตาออกจากแก้วน้ำสีอำพัน
“อะแฮ่ม! เป็นไงบ้างครับคุณว่าที่เจ้าบ่าว ไปกินข้าวกับคู่หมั้นแสนสวยมาอร่อยมั้ยครับ~” เมื่อเห็นติณภพมาถึงแล้ว เพื่อนซี้อย่างธีรดลก็ไม่วายเอ่ยน้ำเสียงกวนประสาท
“....” ถ้อยคำกวนประสาทของธีรดลทำให้ติณภพชักสีหน้าไม่พอใจ
“ฉันว่าดูจากสีหน้ามันแล้วต้องอร่อยมากแน่ๆ ว่ะฮ่าๆ” ภูเบศเสริมทัพด้วยอีกคน
“หุบปากเน่าๆ ของพวกแกเหอะ! ฉันไม่อยากฟัง!” มือแกร่งยื่นไปแย่งแก้วบรั่นดีจากมือธีรดลอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกระดกเข้าปากรวดเดียวราวกับว่ามันคือน้ำเปล่า ขาแกร่งทรุดนั่งลงโซฟาด้วยท่าทางหงุดหงิด
“แหม~ทำเป็นไม่อยากฟัง แต่ก็ยอมตกลงแต่งงานกับเขาไม่ใช่เหรอ” ท่าทางเบื่อโลกของติณภพทำให้ธีรดลอดที่จะแขวะต่อไม่ได้
“ฉันมีเหตุผลของฉัน” ร่างสูงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“เหตุผลอะไรของแกวะ...นี่อย่าบอกนะว่าแกคิดจะแก้แค้นเธอ?” ภูเบศเริ่มมีลางสังหรณ์แปลกๆ ว่าเพื่อนต้องทำอย่างที่คิดไว้แน่
ติณภพไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด มือแกร่งทำเพียงกระดกเหล้าชั้นดีเข้าปากอย่างไม่สะทกสะท้าน
“แกอย่าคิดอะไรบ้าๆ นะไอ้ติณ! ฉันไม่เห็นด้วยเด็ดขาด คุณรสาเธอมีพ่อมีแม่นะเว้ย อีกอย่างเรื่องนี้มันก็ผ่านไปเกือบปีแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะจะได้จบๆ กันไป” ภูเบศรีบเตือนเพื่อนรักด้วยความหวังดี
“ฉันไม่จบ! แกคิดว่าการตายของมินตราเป็นเรื่องล้อเล่นอย่างนั้นเหรอวะ!” ถ้อยคำไม่เข้าหูของภูเบศ เสมือนมีดคมมาสะกิดแผลเก่าให้เหวอะหวะยิ่งกว่าเดิม อารมณ์โกรธเคืองของติณภพจึงปะทุขึ้นมาอย่างง่ายดาย
ร่างสูงตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อภูเบศอย่างลืมตัว ธีรดลและธันวาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบแยกทั้งสองออกจากกัน
“ใจเย็นๆ สิวะไอ้ติณ ไอ้ภูมันแค่หวังดีไม่อยากให้แกทำร้ายใคร”
ติณภพพยายามควบคุมสติให้ได้มากที่สุด ก่อนจะปล่อยภูเบศให้เป็นอิสระ
พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไร เขามักจะควบคุมตัวเองไม่ได้สักที เหตุการณ์ครั้งนั้นเขายังจำฝังใจ มันทรมานจริงๆ มันเหมือนกับหัวใจของเขาได้ตายไปพร้อมกับมินตรา ใครที่ทำอะไรไว้มันต้องได้รับผลกรรม เขาสัญญาว่าจะทำให้ผู้หญิงสารเลวคนนั้นได้รับรู้ว่าการตายทั้งเป็นมันเป็นยังไง
“ตอนนี้ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น! ในหัวของฉันมันมีแต่คำว่าแก้นแค้น! และต้องได้เอาคืนให้มันสาสมกับสิ่งที่ผู้หญิงสารเลวคนนั้นได้ทำกับคนรักของฉัน! ...รับรองว่าเธอต้องได้รับมากกว่าเป็นร้อยเท่า!”ติณภพเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอาฆาตแค้น เพราะเขายังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่มีวันลืม
หนึ่งปีก่อน
ณ คอนโดXXX 19.00 น.
ติณภพเปิดประตูเข้ามาด้วยความแปลกใจ ภายในห้องมืดผิดปกติ หรือว่ามินตราจะออกไปข้างนอก แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะเธอจะโทรมาบอกเขาก่อนทุกครั้ง
มือแกร่งจึงยื่นไปเปิดไฟ ทันใดนั้นดวงตาคมก็เบิกกว้างไปด้วยความตกใจ เมื่อเห็นข้าวของกระจัดกระจายเต็มห้องไปหมด ความรู้สึกเป็นห่วงคนรักตีตื้นขึ้นมาทันที
"คุณอยู่ไหนมินตรา! "ติณภพตะโกนเรียกหาคนรักอย่างร้อนรน
ร่างสูงวิ่งวนไปทั่วห้องแต่ก็ไม่พบคนรัก จนเหลือที่สุดท้ายคือห้องนอน เขาไม่รอช้ารีบผลักประตูเข้าไป...
"ไม่จริง..."ติณภพถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ ขาแกร่งทั้งสองข้างแทบยืนไม่ไหว เมื่อเห็นสภาพคนรักนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงนอน ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวทั่วตัว และยิ่งไปกว่านั้นคือ...เธอถูกยิงที่กลางหน้าอก
"มินตรา!!! "ติณภพรีบวิ่งเข้าไปกอดคนรักราวกับคนเสียสติ ดวงตาคมทั้งสองข้างนองไปด้วยน้ำตา หัวใจแกร่งบีบรัดอย่างหนักหน่วงเมื่อได้เห็นสภาพคนรักใกล้ๆ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!
"ตะ...ติณ~"เสียงของคนรักทำให้สติที่มีอยู่น้อยนิดของมินตราค่อยๆ กลับคืนมา
"ใครทำอะไรคุณมินตรา! "ติณภพเอ่ยถามอย่างร้อนรน
"ระ...เฮือก...รสา...เฮือกก! "มินตราฝืนเอ่ยออกมาด้วยความทรมาน ร่างบางหอบหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ร่างกายเธอไม่ไหวแล้ว
กรามแกร่งขบกันจนขึ้นสันนูนเมื่อได้ยินชื่อคนทำ ซึ่งคนนั้นก็คือว่าที่คู่หมั้น คนที่มารดาแนะนำให้รู้จักเมื่อเดือนก่อน มันชักจะมากเกินไปแล้ว! เธอกล้ามากรสา! กล้ากระทำเรื่องแบบนี้กับคนรักของเขา! เขาไม่ปล่อยเธอเอาไว้แน่! แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาคิดเรื่องอะไร เขาต้องรีบพาคนรักไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
“อย่าพึ่งเป็นอะไรนะมินตรา ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาล"ติณภพจัดการหาผ้ามาคลุมให้คนรัก ก่อนจะช้อนเธอขึ้นมาแนบอก แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที...
ณ โรงพยาบาลXXX
ติณภพเดินวนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจที่ร้อนรน และหนึ่งชั่วโมงต่อมา ภูเบศจึงเดินออกมาบอกอาการ ร่างแกร่งไม่รอช้ารีบกู่เข้าไปถามอย่างมีความหวัง
“มินตราปลอดภัยดีใช่มั้ยไอ้ภู!”
"..."
"ตอบฉันมาสิวะ!! "ความเงียบทำให้ติณภพเริ่มใจคอไม่ดี
"ฉันพยายามช่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว...เธอเสียเลือดเยอะเกินไป...เสียใจด้วยว่ะไอ้ติณ"ภูเบศกลั้นหายใจบอกเพื่อนรักด้วยความเสียใจ
"ไม่จริง..."ถ้อยคำของภูเบศทำให้ขาแกร่งทั้งสองข้างทรุดลงพื้นอย่างหมดแรง
"แกโกหกฉันใช่มั้ยไอ้ภู! มินตรายังมีชีวิตใช่มั้ย! "ติณภพเอ่ยถามย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เธอไปสบายแล้วไอ้ติณ"ภูเบศทำได้เพียงตบไหล่ให้กำลังใจ ตอนนี้เขางงไปหมดทุกอย่าง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมมินตราถึงได้โชคร้ายเช่นนี้
"ไม่จริง! ฉันไม่เชื่อ! "ตอนนี้ติณภพราวกับคนเสียสติ
ร่างสูงรีบวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว และเมื่อเข้ามาในห้อง หัวใจแกร่งก็แตกสลายในทันที เมื่อได้เห็นร่างอันไร้วิญญาณของคนรัก
"ฮึก~คุณอย่าพึ่งทิ้งผมไปสิมินตรา แล้วผมจะอยู่ยังไง"ติณภพกอดร่างมินตราด้วยหัวใจที่เจ็บปวด
"มันเกิดอะไรขึ้นวะไอ้ติณ ทำไมแฟนแกถึง...” ธีรดลได้ทราบข่าวจากภูเบศเขาก็รีบมาที่โรงพยาบาลทันที
"รสา! รสาเป็นคนทำ! ฉันจะไปเอาเรื่องเธอ! "เมื่อนึกได้ถึงต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ความเครียดแค้นของติณภพก็เพิ่มสูงขึ้น ขาแกร่งกำลังจะก้าวออกไปเอาเรื่องเธอ ธีรดลเห็นอย่างนั้นจึงห้ามไว้ได้ทัน
"มีสติหน่อยสิวะไอ้ติณ หลักฐานเราก็ไม่มีจะไปเอาผิดเธอได้ยังไงกัน"ติณภพทำได้เพียงกำหมัดแน่น เพราะไม่มีหลักฐานอย่างที่ธีรดลพูด
"แต่ฉันเห็นมินตรากำเมมโมรี่อันนี้แน่นเลยว่ะ หวังว่าคงจะมีอะไรอยู่ในนั้น?” ภูเบศล้วงเมมโมรี่การ์ดออกมาจากกระเป๋าเสื้อกราวด้วยความสงสัย เพราะระหว่างที่เขาช่วยชีวิตมินตรา เขาเห็นเธอกำสิ่งนี้ไม่ปล่อย
คำพูดของภูเบศทำให้ติณภพเริ่มมีหวังขึ้นมาทันที...
