บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เธอเป็นใครกันแน่

00.00 น.

           “ฮึก~” ร่างเล็กสะอื้นไห้จนตัวสั่นโยน ดวงตากลมโตหันไปมองชายหนุ่มที่นอนข้างกายอย่างละอายแก่ใจ ‘เธอมันน่ารังเกียจมีนา! เธอทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างหรือเปล่า!’

           มีนาพร่ำด่าทอตนเองในใจอย่างเอืยมระอา เพราะดันเผลอตัวเผลอใจไปมีอะไรกับชายแปลกหน้า ทั้งที่พึ่งเจอกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมง มิหนำซ้ำเขายังเข้าใจผิดว่าเธอคือคนที่เขารู้จัก ซึ่งเธอไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อมินตราเลยสักนิด

           ‘เธอมันคนใจง่าย’ มันน่าอายยิ่งนักที่ตนสมยอมอย่างไม่ขัดขืน ถ้าเขาตื่นขึ้นมาแล้วรู้ความจริงว่าเธอไม่ใช่มินตราที่เขาพูดถึง เธอต้องเดือดร้อนแน่ คงอยู่ในห้องนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว มีนาจึงฝืนตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

           “โอ้ย~” ความเจ็บแปลบตรงหว่างขาทำให้เธอเผลออุทานออกมา ร่างบางร้องไห้ออกมาอีกระลอกใหญ่ เพราะตนนั้นได้เสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว...

           มีนากัดฟันฝืนทนความเจ็บปวด แล้วค่อยๆ เก็บเสื้อผ้าที่ตกพื้นมาใส่อย่างยากลำบาก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี เธอก็รีบพยุงตัวเดินออกไปจากห้องนี้ได้ในที่สุด

           ปึก!

           “โอ้ย!” ด้วยความที่เธอรีบไม่ทันได้มองอะไร ทำให้เธอเดินชนเข้ากับอะไรบางอย่าง

           ธันวาที่ออกไปสูดอากาศด้านนอกรอเจ้านายหนุ่มสงบสติอารมณ์ เมื่อคิดว่าเจ้านายหนุ่มน่าจะเป็นปกติแล้ว เขาจึงเดินกลับมาที่เดิม แต่ก็ดันไปเดินชนเด็กเสิร์ฟ

           “ขอโทษครับคุณเป็นอะไรรึเปล่า...คะ...คุณมินตรา!” ธันวารีบเดินเข้าไปพยุงเธอให้ลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าเหมือนกับอดีตคนรักของเจ้านายหนุ่ม

           “ฉะ...ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ ขอตัวนะคะ” ใบหน้าสวยรีบก้มหลบแทบไม่ทัน ขาเล็กฝืนเร่งฝีเท้าเดินหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน มีคนทักว่าเธอเป็นมินตราอีกคนแล้ว

           ธันวามองตามร่างบางอย่างสับสน เป็นไปไม่ได้ที่มินตราจะมาอยู่ตรงนี้ เขาคงตาฝาดไปเอง...

           ติณภพรู้สึกตัวในเวลาต่อมา มือแกร่งยกขึ้นกุมขมับในทันที ความปวดหัวขั้นรุนแรงเล่นงานเขาจนได้ แถมยังรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายเหมือนไปทำอะไรมาอีกต่างหาก...จริงสิ! หรือว่าเขาไปทำอะไรมาจริงๆ!

           ตาคมกวาดมองบรรยากาศภายในห้องอย่างร้อนรน เพราะตนนั้นฝันแปลกประหลาดมาก มันรู้สึกเหมือนจริงจนเขาคิดว่าไม่ได้ฝันไป แต่แล้วทุกอย่างก็ปกติดี ‘เขาคงคิดถึงมินตรามากสินะ ถึงฝันอะไรแบบนั้น’

           “นายครับ...เรากลับกันได้หรือยังครับ” ธันวาเปิดประตูห้องเข้ามาถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่รู้ว่าเวลานี้เจ้านายหนุ่มอารมณ์ปกติแล้วหรือยัง

           “อืม” ติณภพหันไปตอบลูกน้องหนุ่มด้วยท่าทางปกติ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล

           จู่ๆ ติณภพก็เหลือบมองไปที่แขนด้านซ้ายก็พบกับรอยแผลขนาดเล็ก ตาคมเบิกกว้างขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อมันเหมือนกับในฝันของเขาทั้งหมด สายตาคมเริ่มมองตามโซฟาสีขาว เขาจึงได้เห็นรอยเลือดเป็นวงขนาดใหญ่ ซึ่งเขามั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากรอยแผลที่แขนแน่ๆ ...แต่เป็น...

           "ซวยแล้วมั้ยล่ะไอ้ติณ" ติณภพยกมือขึ้นกุมขมับอย่างคิดหนัก เมื่อรู้แล้วว่าทุกอย่างคือเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน นี่เขาเมาจนขาดสติเผลอไปข่มขืนใครก็ไม่รู้ แถมยังซิงอีกต่างหาก แต่แปลกตรงที่เธอคนนั้นไม่อยู่เรียกร้องอะไรเลย ทำไมเขาชักอยากเห็นหน้าเธอคนนั้นอีกครั้ง ‘เธอเป็นใครกันแน่?’

           ณ ร้านอาหารไทย

           08.30 น.

           “ขอบคุณลุงเชิดนะคะที่มาส่ง...ตอนเย็นไม่ต้องมารับรสานะ เดี๋ยวรสากลับกับติณเองค่ะ” รสาหันไปบอกคนขับรถด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะก้าวขาลงจากรถด้วยท่าทางอารมณ์ดี

           “ครับคุณหนู” ลุงเชิดพยักหน้ารับทราบอย่างยิ้มแย้ม รถยนต์จึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น

           เมื่อรถยนต์เคลื่อนตัวออกไปแล้ว ร่างบางจึงเดินเข้าร้านตามปกติของทุกวัน

           กริ้ง~

           เสียงเปิดประตูร้านทำให้พลอยใสที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์หันไปยิ้มให้กับเพื่อนรัก

           “มาสายนะคะวันนี้ยัยคุณหนู~”

           “แหมสายแค่วันเดียวเอง อย่าทำเป็นบ่นเลยยัยพลอย~” รสาตอบกลับด้วยน้ำเสียงงอนนิดๆ

           “ฮ่าๆ อุ๊ย! ทำไมวันนี้สวยเป็นพิเศษ? มีนัดกับคู่หมั้นสุดหล่ออีกแล้วหรอคะ” พลอยใสหัวเราะลั่นเมื่อแกล้งรสาสำเร็จ ก่อนจะพึ่งสังเกตว่าวันนี้เพื่อนสาวแต่งตัวดูดีกว่าทุกวัน

           “เปล่า~ก็แค่จะไปลองชุดแต่งงานเฉยๆ ไม่ได้ไปเดทสักหน่อย~” รสาตอบด้วยท่าทางเขินอาย

           “งุ้ย~ฉันล่ะอิจฉาเธอจริงๆ เลย! เจ้าบ่าวทั้งหล่อทั้งรวย แถมเทคแคร์ดูแลเอาใจใส่แกเก่งอีกต่างหาก เฮ้อทำไมฉันถึงหาไม่ได้แบบนี้สักทีนะ” พลอยใสสาธยายออกมาเป็นฉากๆ จนรสาอดยิ้มตามไม่ได้เลยจริงๆ

           “แกก็พูดเกินไปยัยพลอย พี่พีชแสนดีขนาดนั้น” รสารีบแก้ต่างให้พลอยใสทันที

           “ก็ยังไม่เท่าแกอยู่ดีอะ คุณติณเขาดูรักดูหลงแกมากเลยนะ ดูอย่างฉันสินับวันยิ่งจืดลงเรื่อยๆ” พลอยใสพูดด้วยน้ำเสียงปนเศร้า ก็คนรักของเธอแสดงความรักเหมือนชาวบ้านเขาที่ไหนล่ะ

           “โอ๋ๆ ~ไม่นอยสิ พี่พีชเค้ารักแกจะตายแค่ปากแข็งไปนิดนึง...ป่ะไปทำงานกันดีกว่า อีกหน่อยลูกค้าก็เข้าร้านแล้ว” มือเรียวยกขึ้นมาลูบหัวเพื่อนรักเบาๆ เพื่อปลอบประโลม

           “ก็ได้~” พลอยใสรับคำแล้วก็รีบเดินนำเข้าไปในครัวด้วยท่าทางน่ารัก

           ท่าทางของเพื่อนรักทำให้รสาส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดู เธอและพลอยใสทำธุรกิจเปิดร้านอาหารไทยด้วยกัน ทั้งสองสนิทสนมกันมาก มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด ยิ่งเรื่องความรักนะ พลอยใสจะเป็นคนสแกนผู้ชายทั้งหมดที่มาจีบเธอ ซึ่งติณภพก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ผ่านด่านแซงหน้าคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย

           พอพูดถึงเรื่องของติณภพ เธอและเขารู้จักกันเมื่อปีก่อน ครั้งนั้นบริษัทของบิดาถูกโกง ทำให้หุ้นบริษัทลดลงอย่างรวดเร็วจนเกือบล้มละลาย บิดาจึงไปขอความช่วยเหลือจากบริษัทเพื่อนรัก ซึ่งก็คือบริษัทของบิดาติณภพ ท่านตกลงจะช่วยซื้อหุ้นคืนทั้งหมด แต่ก็มีเงื่อนไขตรงที่ว่าเธอต้องหมั้นหมายกับติณภพเสียก่อนจึงจะทำการช่วยเหลือ

           ตอนนั้นเธอรู้สึกคิดหนักมากเลยล่ะ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เรื่องครอบครัวสำคัญที่สุด เธอจึงยอมตกลงทำตามเงื่อนไขนั้น ต่อมาบริษัทของครอบครัวก็กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง

           ตอนที่เธอพบกับติณภพครั้งแรก เขามีท่าทางเย็นชามากจนเธอรู้สึกอึดอัด แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เปลี่ยนไปคนละคน เขาเริ่มอยากรู้จักเธอมากขึ้น จนเราเริ่มศึกษาดูใจกัน

           ตลอดระยะเวลาที่เราศึกษาดูใจกัน ติณภพคือผู้ชายในฝันของเธอ เขาให้เกียรติเธอทุกอย่าง เทคแคร์ดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ที่เธอเริ่มเปิดใจรับเขาเข้ามาในชีวิต มารู้ตัวอีกทีเธอก็รักเขาไปทั้งหัวใจแล้ว...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel