6
ภายหลังจากที่ลาออกจากโรงเรียนกันทั้งคู่ ต้นกล้าก็เริ่มชีวิตการทำงานที่ร้านสะดวกซื้อ โดยใช้วุฒิมอ.ต้นในการสมัครเข้าทำงาน เงินเดือนที่ได้รับก็สี่หลักปลาย ๆ
ส่วนลลิลแพ้ท้องหนักมากจนไม่สามารถทำงานได้ เด็กสาวเอาแต่นอนอยู่ในห้อง แทบจะไม่ออกมารับแสงเดือนแสงตะวันเลย อายุครรภ์ของลลิลย่างเข้าแปดสัปดาห์แล้วและดูเหมือนว่าอาการแพ้ท้องจะหนักขึ้นทุกวันจนตอนนี้ร่างกายของเด็กสาวซูบผอมลงกว่าเดิมมาก
หลังจากที่ยืนกรานว่าจะไม่ทำแท้ง ลลิลกับพ่อก็พูดคุยกันน้อยลง พ่อออกจากบ้านไปขับรถแท็กซี่เกือบทั้งวันทั้งคืน จะกลับเข้ามาในบ้านก็ตอนที่อาบน้ำเท่านั้น ส่วนแม่ก็ยังใช้ชีวิตอย่างปกติ แม่ไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับลูกสาว ปล่อยลลิลให้เป็นหน้าที่ของต้นกล้าดูแล
ลลิลไม่โกรธพ่อกับแม่ที่ไม่สนใจ ไม่ดูแลเธอเหมือนอย่างที่เคยทำ อย่างที่แม่พูดในเมื่อเธอเลือกชีวิตของตัวเองก็ต้องยืนด้วยสองขาของตัวเองให้ได้ จะมาหวังให้แม่กับพ่อกับแม่ดูแลเอาใจใส่เหมือนที่ท่านเคยทำมันก็คงไม่เหมาะสม
“ลิล แม่ออกไปขายของก่อนนะ มีอะไรก็โทรหาต้นนะ” แง้มประตูห้องนอนของลูกสาวออกนิด เห็นใบหน้าซีดเซียวของลูกก็สงสารจับใจ แต่ก็ต้องฝืนใจทำเฉย ในเมื่อลูกเลือกชีวิตของลูกแล้ว ก็ถึงคราวที่พ่อกับแม่ต้องปล่อยมือจากลูก “ง่วงก็นอนซะ แม่ไปก่อน”
“แม่ พ่อยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง น้ำตาซึมที่หางตา ลลิลไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย เธออยากให้พ่อกลับบ้านเหมือนทุกวัน
“กลับมาอาบน้ำแล้วก็ออกไปแล้ว” ผู้เป็นแม่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอเห็นใจทั้งสามีและลูกสาว รู้ว่าพ่อของลูกเจ็บปวดและเสียใจมากขนาดไหน เพราะอย่างนี้ถึงไม่คิดที่จะพูดอะไรที่ทำให้สามีเจ็บช้ำไปมากกว่าที่เป็น คงต้องให้เวลาเยียวยาบาดแผลใจของเขา
“แม่ ที่พ่อไม่อยู่บ้านเลยเป็นเพราะลิลใช่ไหม ?” ยันตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วพิงศีรษะไปที่ผนังห้อง น้ำตาไหลอาบแก้ม สองมือกำผ้าห่มที่คลุมกายแน่น
“ลิลต้องให้เวลาพ่อ มันไม่ง่ายนะลิลที่จะทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะพ่อรักลิลมาก”
“ลิลรู้แม่ ลิลรู้ว่าพ่อรักลิล ลิลก็รักพ่อ”
สะอื้นไห้ต่อหน้าแม่อย่างไม่มีความเอียงอายใด ๆพ่อเป็นคนใจดี ตั้งแต่เด็กจนโตไม่ว่าจะขออะไรจากพ่อ พ่อจะหามาให้ทุกอย่าง ทั้งที่รายได้ของพ่อก็ไม่มากนัก แต่พ่อก็ไม่เคยปริปากบ่นที่จะใช้จ่ายเงินเพื่อลูกสาวคนเดียวของพ่อ
“อย่าคิดมาก เดี๋ยวจะกระทบกับลูกในท้อง ถ้าต้นกลับมาก็พากันกินข้าวก่อนได้เลยนะ ไม่ต้องรอแม่”
ดึงประตูปิดแล้วยืนนิ่งอยู่หน้าห้องของลูก ฟังเสียงร่ำไห้ที่ลอดผ่านออกมาด้วยหัวใจเจ็บหน่วง ขอบตาร้อนผ่าว เสียงร้องของลูกบาดลึกไปจนถึงขั้วหัวใจ
“ลิลลุกมากินข้าวก่อน พี่ซื้อก๋วยเตี๋ยวต้มยำของโปรดลิลมาให้” หลังจากเลิกงาน ต้นกล้าก็รีบกลับมาหาลลิลทันที ทุกวันก่อนที่จะไปทำงานและเลิกจากงาน ต้นกล้าจะแวะมาหาลลิลที่บ้าน จะอยู่กับแฟนสาวจนดึกแล้วถึงกลับไปนอนที่บ้านของตัวเอง เขากับลลิลตกลงกันว่าในระหว่างที่เขายังทำงาน ลลิลควรจะพักอยู่ที่บ้านไปก่อน หลังจากที่คลอดลูกแล้วถึงจะย้ายไปหาบ้านเช่าอยู่กันตามลำพัง
“กลับมาแล้วเหรอคะ” งัวเงียลืมตาตื่น พอเห็นหน้าของต้นกล้าชัด ๆก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“เป็นไงบ้าง วันนี้แพ้เยอะไหม ?” พยุงแฟนสาวให้ลุกขึ้นมานั่งแล้วมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ต้นกล้ายกมือลูบที่แก้มนวล ยิ้มละมุนอยู่ในหน้า
“กินอะไรก็อ้วกออกมาหมดเลยค่ะ แม้แต่น้ำเปล่าก็ยังอ้วก” พูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงชัดถึงความเหนื่อยล้า ลลิลไม่คิดเลยว่าอาการแพ้ท้องจะหนักหนาขนาดนี้ จะกิน จะนอน จะนั่งก็รู้สึกเวียนหัวไปเสียหมด “ลิลนอนทั้งวันเลย”
“งั้นฝืนกินหน่อยนะ ถ้าอ้วกออกก็ช่างมัน อย่างน้อยให้ข้าวตกถึงท้องสักหน่อยก็ยังดี ลิลรอพี่เดี๋ยวนะ พี่แกะก๋วยเตี๋ยวใส่ชามให้ก่อน”
พูดแล้วก็เดินออกไปจากห้องนอนของ
ลลิล ครู่เดียวก็ถือชามก๋วยเตี๋ยวกลับเข้ามาวางอยู่บนพื้นห้อง
“กินเองไหวไหมหรือจะให้พี่ป้อน”
