5
4 ปี 10 เดือนต่อมา
กลิ่นขนมปังอบใหม่โชยออกมาจากเตาอบ เจ้าของร้านสวมถุงมือกันความร้อน ดึงถาดครัวซองมาวางไว้ตรงโต๊ะสแตนเลสตัวยาว จากนั้นหันไปหยิบอีกสามถาดมาวางเรียงกัน ลำดับต่อไปคือ นำพิมพ์อบเค้กรูปสี่เหลี่ยม ตามลูกค้าสั่งเข้าไปอบในเตา
เจ้าของร้านยังคงมีความสุข กับการทำขนมที่ตนเองรัก และชื่นชอบ แม้ว่าตนจะผ่านเรื่องเลวร้าย ทำให้หัวใจดวงนี้บอบช้ำ ทว่าหัวใจของเธอแข็งแกร่งอย่างไม่มีใครคาดถึง เธอออกจากชีวิตทุกคน เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่ตนรักปานชีวิต
ขณะรอครัวซองกลิ่นหอมเย็น เจ้าของร้านไม่ได้อยู่นิ่งเฉย หันไปจัดการเตรียมแฮมกับชีสมาวางเรียงบนโต๊ะ อีกด้านจะวางกล่องใสใส่ขนมปังชนิดนี้ รอให้ครัวซองเย็นกว่านี้อีกสักหน่อย ค่อยทำครัวซองแฮมชีสไปส่งลูกค้า
“โทษทีนะแก รถติดมาก เลยมาช้า” เครือวัลย์เดินไปล้างมือ เช็ดให้แห้ง สวมถุงมือเพื่อช่วยเพื่อนทำงาน
“ขอโทษทำไม แค่แกมาช่วยฉัน ฉันก็เกรงใจจะแย่”
“เกรงใจทำไม เราเป็นเพื่อนกันนะ อีกอย่างฉันไม่ได้ช่วยแกฟรีๆ สักหน่อย ฉันหวังผู้ย่ะ” เครือวัลย์พูดไปด้วยทำงานไปด้วย พรปวีณ์ยิ้มกับคำพูดเพื่อน
“เรื่องผู้น่ะ ถ้าแกเหนื่อยวิ่งตาม ก็หยุดวิ่งหยุดเดินบ้างสิ พักเหนื่อยเอาแรง บางทีไม่แน่นะว่า ผู้ของแกอาจจะเป็นฝ่ายเดินมาหาแกเองก็ได้”
“ฉันก็อยากหยุดวิ่งนะ แต่ใจมันรักผู้หมดใจน่ะสิ ทำไงได้”
“แกเหนื่อยไม่ใช่เหรอ ถ้าเหนื่อยก็ลองทำดู ผลออกมาเป็นยังไง บางทีแกอาจตัดสินใจได้ว่า จะแอบรักผู้ต่อ หรือไปหาผู้ใหม่ เพราะการทำอะไรให้ใครสักคนแล้วเขาไม่เห็นค่า มันเหนื่อยมากนะ เหนื่อยทั้งกายและใจ” พรปวีณ์แนะนำเพื่อน
“มันก็จริง” เครือวัลย์เห็นด้วย “ถ้างั้นแกต้องปลอบใจฉันด้วยสุกี้ โอเคมั้ย”
“เออ ไม่ลืมหรอกน่า ไปส่งของเสร็จก็เลยไปเลย” พรปวีณ์ตอบกลับ
“ได้ยินอย่างนี้ค่อยมีแรงหน่อย แกไปดูหน้าร้านเถอะ ตอนเข้ามาฉันเห็นคนเยอะ หน่องคนเดียวคงไม่ทัน ตรงนี้ฉันจัดการเอง”
พรปวีณ์ไม่ได้พูดอะไร เดินออกจากห้องด้านหลัง ไปยังส่วนหน้าของร้าน ที่วันนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะ เธอทำหน้าที่เจ้าของร้าน รับออเดอร์ โดยให้หน่องเป็นคนจัดของให้ลูกค้า
สิบห้านาทีต่อมา ประตูร้านเบเกอรี่มาวินเปิดกว้าง ชายรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาด้านใน มือเขาถือถุงกระดาษใบใหญ่เข้ามาด้วย เป็นปกติหากมีใครเข้ามาในร้าน คนอยู่ตรงเคาน์เตอร์จะหันมองคนเดินเข้ามา พรปวีณ์ยิ้มให้ชายหนุ่มหน้าตาดี
“สวัสดีค่ะพี่เตอร์ ไหนบอกว่าจะกลับต้นเดือนหน้าไงคะ” พรปวีณ์ทักโกเมศ พี่ชายแสนดี
“คิดถึงเค้กไง เลยต้องรีบกลับมา” เจ้าของร้านยิ้มอีกครั้ง เดินห่างเคาน์เตอร์ไปนั่งบนเก้าอี้ริมร้าน โกเมศนั่งฝั่งตรงข้าม “ของฝากเพียบ”
พรปวีณ์มองของฝากเพียงนิด หันมองคนมาหา
“เกรงใจจังค่ะ ปกติพี่เตอร์ไม่ไปไหนก็ซื้อของมาฝากแทบทุกวัน คราวหน้าไม่ต้องนะคะ”
“ของแค่นี้เอง พี่ซื้อได้ โดยเฉพาะซื้อให้เค้กกับ...” เสียงโกเมศหยุด เมื่อเสียงของคนที่เดินมาทางด้านหลังดังขึ้น
“เค้ก เนยล่ะ” ศุภศักดิ์ถามพรปวีณ์
“อยู่หลังร้านน่ะ” คนถามพยักหน้า เดินไปด้านหลัง
“ใครน่ะ ไม่เคยเห็นหน้า”
“เขาชื่อเกริก เป็นเพื่อนของเนยค่ะพี่เตอร์ เกริกเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นค่ะ ไปอยู่ที่นั่นเกือบสิบปี”
“อ๋อ มิน่าล่ะพี่ไม่เคยเห็นหน้า”
“เพื่อนที่แบบว่า คิดกับเนยเกินเพื่อน แต่เนยนี่สิ ไม่รับรักสักที” พรปวีณ์พูดไปอย่างนั้น เธอแค่ต้องการให้โกเมศรู้ว่า คนอย่างเครือวัลย์ที่เขามักตินั่นติดนี่เสมอ ก็มีเสน่ห์ มีผู้ชายมาชอบ
“อย่างเนยนี่นะ มีผู้ชายมาชอบ ปากก็จัด ดื่มเหล้าก็เก่ง เที่ยวกลางคืนก็บ่อย ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย เป็นเมียใครล่ะก็ ซวยตาย”
“คนเราคิดไม่เหมือนกันนะคะ พี่เตอร์อาจมองว่า เนยไม่สวย นิสัยไม่ดี เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ตรงกับใจพี่เตอร์ แต่เนยในสายตาคนอื่น โดยเฉพาะเกริก เนยดีที่สุดค่ะ” พรปวีณ์พูดตามเนื้อผ้า “บางครั้งนะคะพี่เตอร์ เราไม่ชอบใคร หรือนิสัยของใคร เก็บไว้ในใจก็ได้ค่ะ เพราะถ้าเผื่อพูดออกไป เจ้าตัวได้ยิน อาจทำให้คนนั้นเสียใจนะคะ”
“ของแบบนี้ก็แล้วแต่คนชอบเนอะ ถ้าพี่ไม่ชอบพี่แค่ไม่พูด ไม่แสดงออก”
“ใช่ค่ะ พี่ไม่ชอบก็แค่นิ่งไว้ ตราบใดที่พี่เตอร์ไปมาหาสู่เค้ก พี่เตอร์หนีไม่พ้นเจอหน้าเนยค่ะ”
“ก็จริง สนิทกันแบบนี้ เลี่ยงยาก” โกเมศพูดปลงๆ “วันนี้มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย งานจะได้เสร็จเร็วๆ เราจะได้ไปหาของกินอร่อยๆ กัน ไปรับมาวิน จะได้เลยไปเลย”
“มีแค่สองอย่างค่ะ แต่อย่างแรกเนยคงทำเสร็จแล้ว รายนั้นน่ะมือโปร” หากพรปวีณ์ไม่มีเครือวัลย์ หัวเธอคงหมุนมากกว่านี้แน่นอน “อีกอย่างนึงพี่เตอร์คงช่วยไม่ได้ รอเค้กตรงนี้นะคะ ไม่นานค่ะ”
โกเมศไม่ได้นั่งรอ เขาลุกตามร่างเล็กที่เดินไปทางด้านหลัง ชายร่างสูงมองสองหนุ่มสาวที่ช่วยกันบรรจุครัวซองใส่กล่องใส ทั้งสองดูสนิทกันมาก ทำไปพูดคุยกันไป ยิ้มให้กันไป ใครมองเห็นภาพนี้ คงคิดว่าเป็นแฟนกันแน่นอน โกเมศไม่ได้อะไรกับภาพนี้ เดินไปช่วยพรปวีณ์ โดยไม่รู้ตัวว่า เครือวัลย์ลอบมองเขาอยู่
