6
6
บ่ายสองโมง
รถยนต์โกเมศเคลื่อนตัวมาจอด หน้าโรงเรียนอนุบาลเอกชน ห่างร้านน้องมาวินราวหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง คนในรถก้าวลงจากรถ ก่อนเดินเข้าไปในโรงเรียน
“มาวินจบอนุบาลจะให้เรียนต่อที่ไหน ไปเรียนที่โรงเรียนของพี่มั้ย พี่ออกค่าใช้จ่ายให้หมดเลย” โกเมศเสนอ
“ไม่เอาหรอกค่ะ เกรงใจ ค่าเทอมไม่ใช่แค่หมื่นสองหมื่นนะคะ หลักแสนเลย ไหนจะค่าเสื้อผ้าอีก โน่นนั่นอีกเพียบ เค้กส่งลูกเรียนเท่าที่ไหวดีกว่าค่ะ ไม่อยากทำอะไรเกินตัว และไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนด้วย”
“เดือดร้อนอะไรกัน คิดมากหรือเปล่า มาวินก็เป็นหลานของพี่นะ ลุงส่งหลานเรียนจะเป็นไรไป”
“อย่ามาโน้มน้าวให้ยากค่ะ ยังไงเค้กก็จะให้เรียนโรงเรียนธรรมดา ที่มีคุณภาพ และที่เค้กไหว” คนเป็นแม่ยืนกรานคำเดิม
“ตอนนี้อาจจะยัง อนาคตไม่แน่ จะกรอกหูทุกวันเลย” พี่ชายนอกสายเลือดยอมแพ้ที่ไหน “ไปหาหลานรักดีกว่า มาพอดี”
พรปวีณ์ถอนหายใจ มองตามร่างสูงใหญ่เดินไปตรงจุดที่ทางโรงเรียน จัดไว้ให้ผู้ปกครองมารับนักเรียน โกเมศย่อตัวเล็กน้อย กางแขนรับตัวเด็กชายมาวิน ที่วิ่งมาให้อุ้ม
“สาหวัดดีคับคุณลุงเตอร์” มาวินทำตามคำสอนของคนเป็นแม่ มือไม้อ่อนยกมือไหว้ทักทาย
“สวัสดีครับคุณหลานสุดที่รัก คิดถึงมาวินมากๆ เลยครับ” ความคิดถึงนอกจากผ่านคำพูด เขาหอมแก้มมาวินวัยสี่ปีหนึ่งเดือน
“ผมคิดถึงคุณลุงเตอร์ฮะ” เด็กชายฉลาด บอกความคิดถึงไม่พอ หอมแก้มกลับ
“น่ารักแบบนี้ วันนี้ของเล่นไม่มีลิมิต อยากได้อะไรบอกคุณลุงสุดหล่อ คุณลุงจัดให้”
“พอเลยค่ะเรื่องของเล่น ของเก่ายังเล่นได้อยู่ อีกอย่างวันนี้ก็เพิ่งซื้อของมาฝาก พักไปแบบยาวๆ เลยค่ะ”
“โอ๊ย เป็นไรเนี่ย อยู่ๆ ก็หูดับ ไม่ได้ยินเสียงเค้กเลย สงสัยต้องไปหาหมอซะแล้ว” โกเมศทำท่าแคะหู สะบัดหน้าเบาๆ “ไปกันดีกว่าเนอะมาวินหลานคุณลุงสุดหล่อ ไปกินสุกี้กัน”
โกเมศฟังที่ไหน เดินอุ้มมาวินไปยังรถยนต์ของตน โดยมีสายตาพรปวีณ์มองตามไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข และดีใจที่ทุกคนรอบกายรักและเอ็นดูมาวิน เมื่อโกเมศ พรปวีณ์และมาวินนั่งประจำที่ โกเมศทำหน้าที่ขับรถพาสองแม่ลูกไปยังห้างสรรพสินค้า
20.30 น.
บ้านปูนชั้นเดียวในหมู่บ้านขนาดกลาง คือที่อยู่อาศัยของพรปวีณ์ ยายลำดวนและเด็กชายมาวิน แม้ว่าอาณาเขตของบ้านเพียงสามสิบตารางวา ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ คนที่ทำให้พรปวีณ์มีเรี่ยวแรง เก็บหอมรอมริบ ต่อสู้อุปสรรคต่างๆ ด้วยใจแข็งแกร่ง คือมาวิน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน พลังใจอันแรงกล้าของคนเป็นแม่
บนเตียงนอนขนาดห้าฟุต มาวินนอนเหยียดตัวคว่ำหน้า นอนดูการ์ตูนผ่านช่องยูทูป เด็กชายดูไปหัวเราะไป สนุกกับตัวการ์ตูนเรื่องโปรด คนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ ยิ้มกับภาพเดิมๆ ที่เห็นครั้งใดไม่มีเบื่อ
“มาวินครับ อีกสิบนาทีนะครับ” คนเป็นแม่เตือนลูกชายถึงเวลา “ดูจบแล้วไปแปรงฟันด้วยนะครับ”
“คับแม่” พูดไปตายังดูจอแท็บเล็ต หลังจากดูการ์ตูนจบ เด็กชายรีบวิ่งไปแปรงฟันในห้องน้ำ ก่อนออกมานอนข้างมารดา ที่จัดที่หลับที่นอนเรียบร้อย “แม่คับ รักแม่ที่สุด”
มาวินช่างอ้อน หอมแก้มมารดาหลายฟอด กอดร่างอันแสนอบอุ่นดังเช่นทุกวัน คนเป็นแม่ยิ้ม กอดร่างลูกชาย หอมแก้มอย่างสุดแสนรัก
“แม่รักมาวินนะครับ รักที่สุดในโลก”
คือถ้อยคำแห่งความผูกพันที่สองแม่ลูกใช้สื่อสารให้กันและกันรับรู้เสมอ โดยเฉพาะพรปวีณ์ เธอรักลูกชายสุดหัวใจ รักอย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ แม้คนรอบข้างติฉินนินทาเธอด้วยคำพูดบาดลึกอย่าง “ท้องไม่มีพ่อ” หรือ “สาวใจแตก” ท้องในวัยเรียน แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจคำนินทาเหล่านั้น เพราะยายลำดวนย้ำเตือนเธอว่า “เด็กไม่ผิด” ผู้ที่ผิดคือตัวเธอเองที่พลั้งเผลอลืมกินยาคุม มาวินจึงเป็นทั้ง ของขวัญอันล้ำค่า และเป็นดั่งเครื่องเตือนใจถึงความรักที่เคยหลอกลวงในอดีต
มาถึงวันนี้พรปวีณ์ยืนยันได้ว่า การทิ้งทุกสิ่ง ทั้งความฝัน อนาคต ความปวดร้าว มิตรทรยศ และรักแท้ที่ฝังใจ คือความคุ้มค่าอย่างที่สุด เพื่อแลกกับอีกหนึ่งชีวิตอันล้ำค่าเหนือกว่าทรัพย์ใดในโลก ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ ความสุขทางใจอันบริสุทธิ์ที่มิอาจแสวงหาได้จากผู้ใด
ห้องจัดเลี้ยงแกรนบอลลูน ภายในโรงแรมหรูชื่อดังย่านสุขุมวิท กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ของทายาทคนโตของตระกูล อนันภพ ที่สามารถนำพาบริษัทก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดคือ ประมูลงานใหญ่ระหว่างประเทศ มูลค่างานกว่าเจ็ดพันล้านบาท นอกจากได้งานใหญ่ นั่นหมายถึงความพร้อม กับการให้กวินกิตต์ขึ้นมาสู่ตำแหน่งรองประธาน บริหารงานเต็มตัว
“อิจฉาคุณพี่จริงๆ ค่ะ นอกจากมีลูกชายหล่อ ยังเก่งอีกด้วย ถ้าคุณพี่ไม่บอกว่า งานนี้เคนเป็นคนจัดการล่ะก็ น้องคงคิดว่า คุณเม่นเป็นคนคุมบังเหียน”
นบน้อมพูดกับคุณหญิงสุนิต มารดากวินกิตต์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงประจำปีนี้
“เคนศึกษางานตั้งแต่อยู่ปีสอง ตอนจบป.ตรีก็เข้ามาทำงานในบริษัท ศึกษางานไปด้วยเรียนป.โทไปด้วย เรียนจบก็ทำงานเต็มตัว ส่วนเรื่องงานนี้ เคนทุ่มเต็มที่ หวังงานนี้มากนะ สุดท้ายก็ได้ตามความตั้งใจ” คนเป็นแม่พูดไป ยิ้มไป ปลื้มกับลูกชายมาก
“เก่งแบบนี้ มีแฟนหรือยังคะ ถ้ายังไม่มี น้อมจะแนะนำหลานสาวให้เคนรู้จักค่ะ จีเพิ่งเรียนจบ กลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อวานนี้ค่ะ”
“เรื่องหัวใจ พี่แล้วแต่เคนนะ พี่ไม่บังคับ เคนรักใครพี่ก็รักคนนั้น” สุนิตออกตัว “แต่จะให้เคนกับจีทำความรู้จักกันก็ได้นะ ถ้าเคนโอเค พี่ก็โอเค”
สุนิตแม้ไม่เคยบังคับให้กวินกิตต์คบหากับใคร ตามนางกล่าวไป เรื่องนี้สุดแต่ใจกวินกิตต์ ทว่าก็ไม่ปิดกั้นหากนบน้อมพาหลานสาวมาแนะนำให้ลูกชายคนโตรู้จัก
“ถ้างั้นพรุ่งนี้ดีมั้ยคะ กินมื้อเย็นด้วยกัน ที่บ้านคุณพี่ก็ได้ค่ะ”
“ค่ะ แล้วเรานัดเวลากันอีกทีนะ”
สุนิตไม่ปฏิเสธ นบน้อมยิ้มพอใจ เรื่องนี้จบลงจึงคุยกันเรื่องอื่นต่อ
