บท
ตั้งค่า

5.Falling in love with you.

มายิ้มให้แบบนี้ ก็สาดกระสุนยิงเข้ามารัวๆให้ตายไปเลยดีกว่า

คนอะไร ยิ้มได้ใจมาก เอาคะแนนยิ้มสวยไปเลยเต็มสิบ

ฉันอดที่จะยิ้มตอบเขาไปไม่ได้ ทั้งๆที่ตัวจริงของฉันจะหยิ่งมาก ถ้าไม่ใช่เหล่าแฟนคลับ อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมยิ้มให้ง่ายๆแบบนี้

แล้วเขาก็หันกลับไป

อ้าว?

มายิ้มให้แล้วก็จากไป หมายความว่ายังไงกัน

หรือว่าฉันไม่สวย ...???

หรือว่าแค่ยิ้มทักทาย ...???

ฉันเลยต้องหันกลับมาอย่างเก้อๆ แบบไปต่อไม่ถูก

เป็นคนสวยแล้วก็ค่อนข้างจะถือตัวมานาน ฉันเลยไม่รู้วิธีการจะเข้าหาคนอื่นยังไง เพราะมีแต่คนวิ่งเข้าหาก่อนเสมอ

ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องหาวิธีอะไรซักอย่างที่จะต้องทำให้เขามาสนใจให้ได้

ลองคิดดูซิ บทละครตอนพระเอกนางเอกเขาเจอกัน มีแบบไหนที่พอจะหยิบมาใช้ได้บ้าง

ส่วนมากก็จะต้องเผลอเดินชนกันที่มุมตึก แล้วพระเอกก็ต้องรับร่างที่ร่วงลงของนางเอกเข้าไปในอ้อมกอด สายตาสองคู่สอดประสาน เกิดอาการปิ๊งปั๊งกันทันที

แล้วฉันจะไปหามุมตึกที่ไหนล่ะ?

หรือจะเป็น อยู่ในร้านหนังสือ แล้วบังเอิญใจตรงกันหยิบหนังสือเล่มเดียวกัน จนมือทั้งคู่สัมผัสโดนกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าไปถึงใจ

เอิ่ม.. แต่ที่นี่คือร้านกาแฟ ไม่ใช่ร้านหนังสือซักหน่อย

ตอนที่ฉันคิดจนหัวแทบแตกว่าจะหาวิธีไหนมาทำให้เขาสนใจ เขาก็ลุกขึ้นเดินไปจ่ายเงิน แล้วออกไปจากร้านแล้ว

ฉันได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างๆ ที่เดินจากไปอย่างแสนเสียดาย แถมยังรู้สึกเฟลมากที่เขาไม่สนใจฉันซักกะนิดเลย

นี่ฉันเป็นถึงนางเอกดังเลยนะ ความสวยของฉันไม่เข้าตาเขาเลยรึยังไง

ตาทึ่มเอ๊ย!

ฉันอดที่จะค่อนแคะรสนิยมของเขาไม่ได้ อุตส่าห์ทอดสะพานให้ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกว่า โชคดีแค่ไหนแล้วที่คนอย่างเคียร่ามาสนใจได้

ฉันลุกขึ้นคว้าข้าวของขึ้นมาถืออย่างหงุดหงิด แล้วเดินไปจ่ายเงินด้วยความน้อยใจ

แล้วฉันก็ต้องประหลาดใจจนของในมือแทบร่วง เมื่อพนักงานร้านบอกว่า ผู้ชายคนเมื่อครู่เป็นคนจ่ายค่ากาแฟให้ฉันแล้ว

ใครว่าเขาไม่สนใจ ขอถอนคำพูดว่าเขาเป็นตาทึ่มเดี๋ยวนี้เลย

ฉันหันด้านข้างไปที่ประตู เตรียมจะใช้หัวไหล่ดันประตูตามเขาออกไป

แต่ประตูกลับถูกเปิดออกให้ พร้อมกับร่างสูงที่ส่งยิ้มละลายหัวใจมา จนฉันอดที่จะยิ้มอย่างเขินอายออกไปไม่ได้

คนบ้า ..ทำฉันวุ่นวายใจไปหมดแล้ว

ฉันเดินออกไปยืนหน้าร้านคู่กับเขา กัดปากแน่นอย่างทำตัวไม่ถูก

ก็มันไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน แล้วต้องทำยังไงต่อดี

"เอ่อ ..Thank you. นะคะ"

เมื่อสติไม่อยู่กับตัว ฉันก็หันไปก้มขอบคุณเขาแบบไทยๆ คือไทยคำ อังกฤษคำ นั่นเอง

เขาจะเข้าใจมั้ยนะ

"กำลังจะไปไหนครับ"

เขาถามฉันเป็นภาษาอังกฤษกลับมา ด้วยโทนเสียงเข้มๆทรงพลัง เหมือนเสียงพากย์ของพระเอกหนัง

หน้าตาก็ดี เสียงก็เพราะ

ฉันเคลิ้มไปจนลืมไปว่าเขาถามว่าอะไร จนเขาต้องทวนถามอีกครั้ง ฉันถึงเริ่มได้สติแล้วตอบออกไปว่ากำลังจะกลับโรงแรม

"ผมก็พักอยู่ที่นั่นเหมือนกัน"

ฉันแอบเนื้อเต้นที่รู้ว่า เขาก็อยู่ที่โรงแรมเดียวกันกับฉัน

"จะกลับเลยมั๊ยครับ หรือว่าต้องไปที่ไหนอีก"

ฉันจะตอบเขาว่ายังไงดี

ถ้าบอกว่าจะกลับเลย เขาจะเสนอตัวกลับไปพร้อมกันกับฉันไหม

หรือถ้าจะไปที่อื่นต่อ แล้วเขาจะไปกับฉันด้วยหรือเปล่า

แต่เมื่อก้มลงมองของพะรุงพะรังเต็มมือ ฉันก็เลือกที่จะตอบเขาว่า

"จะกลับไปที่โรงแรมก่อนค่ะ"

เขาพยักหน้าเข้าใจแล้วเอื้อมมือมารวบข้าวของทั้งหมดของฉันไปถือไว้ให้ จนฉันต้องรีบบอกเขาว่า ไม่เป็นไร

แต่สุดท้ายเขาก็บอกว่า

"ให้ผมช่วยเถอะครับ ผมอาคิระ.. "

จู่ๆเขาก็บอกชื่อของเขาที่ฉันอยากรู้แต่ไม่กล้าถาม

"ฉัน เคียร่า ค่ะ เรียกเคลียร์เฉยๆก็ได้"

เขาพยักหน้ารับ แล้วเริ่มออกเดินจนฉันต้องเดินตามเขาไปด้วย

สรุปว่า นี่ฉันกับเขารู้จักกันแล้วใช่ไหม?

เขาตัวสูงจัง ฉันใส่ส้นสูงยังตัวแค่ไหล่เขาเอง ดูแล้วน่าจะสูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซ็นฯได้

โอ๊ย ทั้งหล่อ ทั้งหุ่นดี คนแบบนี้ถ้ายังไม่มีแฟนคงเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อสุดๆไปเลย

พอคิดได้แบบนั้น ฉันก็เริ่มใจฝ่อลง

ถ้าเขามีแฟนแล้ว ฉันก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาเกินไปกว่านี้

แล้วต้องถามเขายังไง ที่จะไม่ทำให้เขารู้ตัวว่าฉันแอบหลอกถามเขาอยู่

"เอ่อ มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ"

เขาหันมามองฉัน แล้วตอบอย่างสบายๆว่า

"มีธุระต้องจัดการนิดหน่อยครับ"

ช่างเป็นคำตอบที่เหมือนไม่ได้ตอบอะไรเลย ฉันเลยยิงคำถามเพิ่มเข้าไป

"มาคนเดียวหรือคะ"

เขามุ่งหน้าเดินช้าๆไม่รีบร้อน ทำให้ฉันเดินตามได้โดยไม่ต้องเร่ง แล้วตอบว่า

"ก็ไม่เชิงครับ"

ก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มอยู่ดี แต่ฉันไม่ยอมแพ้ถามต่อว่า

"แล้ว.. ขากลับต้องซื้อของฝากคนที่บ้านหรือเปล่าคะ"

นี่ถามตรงที่สุดแล้วนะ ตอบมาเดี๋ยวนี้เลยว่ามีแฟนแล้วหรือยัง

เขาหันหน้ามามองฉันแล้วยิ้มบางๆ จนลักยิ้มที่ข้างมุมปากทั้งสองข้างเผยออกมา ดูน่ารักน่าหยิกจนฉันต้องกัดฟันแน่นไม่เอานิ้วไปจิ้มให้เขาตกใจ

"ผมอยู่คนเดียวครับ คงไม่ต้องซื้อของฝากใคร"

นี่แหละ คำตอบที่อยากได้ยิน

ฉันอดที่จะยิ้มแบบใจฟูสุดๆออกไปไม่ได้

ถ้าอย่างนั้น ก็ทางสะดวก ฉันจะจีบคุณแล้วนะ อาคิระ เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย

"ถึงโรงแรมแล้ว ต้องทำอะไรอีกมั๊ยคะ"

คราวนี้เขาใช้สายตาลุ่มลึกมองมาจนฉันต้องรีบบอกขยายความโดยไว

"คือ เคลียร์อยากจะเลี้ยงข้าวขอบคุณที่คุณช่วยถือของให้น่ะค่ะ"

เขาถึงพยักหน้า แล้วบอกว่า

"ได้ครับ แต่ขอให้ผมเป็นคนเลี้ยงข้าวคุณจะดีกว่า"

งึ๊ย.. เป็นสุภาพบุรุษด้วย

"เรียกเคลียร์ดีกว่าค่ะ เรียกคุณฉันไม่ค่อยชินซักเท่าไหร่"

ฉันจ้องมองริมฝีปากสีส้มอมพีช แย้มเยือนอย่างหลงใหล ก่อนจะเรียกฉันด้วยเสียงทุ้มพร่าเหมือนฟองนุ่มๆของเบียร์เขย่าใจว่า

"ครับ เคลียร์"

ข้ามขั้นตอนแล้ว ฉันจะต้องรุกอีก

"งั้นเคลียร์จะเรียกคุณอาคิระว่ายังไงดีคะ"

เขาหัวเราะเล็กน้อย คล้ายอ่อนใจในความก๋ากั่นของฉันแล้วตอบว่า

"เรียกผมว่า อาคิระซัง ก็พอครับ"

"ค่ะ อาคิระซัง"

ฉันตอบแบบอายม้วนต้วน นี่เป็นการจีบหนุ่มครั้งแรกในชีวิตของฉัน และก็ดูเหมือนว่าจะทำสำเร็จไปนิดนึงแล้วด้วย

ตลอดเวลาที่เดินกลับโรงแรม ฉันรู้สึกเหมือนมีดอกไม้บานอยู่รอบๆตัว ทุกอย่างดูสดใสและหอมหวาน เพียงแค่มีเขาเดินอยู่ข้างๆแบบนี้

นี่ใช่มั้ย ที่เขาเรียกกันว่า Falling in love with you.

( ตกหลุมรักคุณเข้าแล้ว )

เขามาส่งฉันถึงหน้าห้อง แล้วนัดกันลงไปทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารด้านล่างตอนหนึ่งทุ่ม

เมื่อปิดประตูกลับเข้ามาอยู่ในห้องคนเดียว ฉันก็กรีดร้องแล้วเต้นระบำไปจนถึงเตียงนอน

ในท้องมันเหมือนมีผีเสื้อบินไปบินมานับร้อย จนต้องกลิ้งตัวไปมาอย่างทนไม่ไหว

จนเสียงข้อความโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันเลยหยิบขึ้นมากดเปิดอ่านไลน์ที่พี่พอลลี่ส่งมา

พี่พอลลี่ส่งลิงค์ข่าวมาให้ ฉันกดเปิดดูทันทีว่าเรื่องอะไร

"ดาราสาวเคียร่า ซุ่มบินออกนอกประเทศกลางดึก ปิดข่าวว่ากำลังอุ้มท้องอ่อนๆไปคลอดที่ต่างประเทศ !!"

ฉันจ้องมองภาพที่ถูกมือดีแอบถ่ายได้ตอนอยู่ที่สนามบิน อย่างอกสั่นขวัญแขวน

เรื่องที่ฉันหนีมาแดงขึ้นมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นหวงซีห่าวก็คงจะรู้แล้วว่าฉันหลอกเขา

ฉันรีบปิดโทรศัพท์แล้วจิตตกขึ้นมาทันที

กลัวว่าถ้าหวงซีห่าวตามมาถึงที่ญี่ปุ่นนี่ ฉันจะทำยังไง

แล้วที่สำคัญ ถ้าอาคิระซังรู้ว่าฉันเป็นใคร เขาจะยังอยากรู้จักฉันต่อไปอีกหรือเปล่า

ใครก็ได้บอกฉันที ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องบ้าบออะไรแบบนี้ด้วย !!

**********

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel