บท
ตั้งค่า

4.โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

ฉันตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ว่า เมื่อคืนนี้กลับมาที่ห้องพักเองได้ยังไง

ประมาณว่า หลังจากที่ดื่มบรั่นดีไปแค่แก้วกว่าๆ แล้วภาพก็ตัด หลังจากนั้นก็จำอะไรอีกไม่ได้เลย

ติ๊ง หน่อง!

เสียงกริ่งหน้าห้องพักของโรงแรมดังขึ้น ทำให้ฉันต้องเดินไปเปิดประตู แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อมีบริกรเข็นอาหารเช้ากับราวแขวนชุดกันหนาวหลากสีเข้ามา

“เอ่อ ..ผิดห้องหรือเปล่าคะ ฉันไม่ได้สั่งนะคะ”

ฉันรีบบอกทันที ที่เห็นของที่ทางบริกรของโรงแรมนำเข้ามาให้

“นี่เป็นอภินันทนาการ ที่ทางโรงแรมของเรา มีความยินดีมอบให้กับคุณลูกค้าคนพิเศษครับ”

ทางบริกรตอบอย่างนอบน้อม และก็ทำให้ฉันประหลาดใจมากยิ่งขึ้นว่า ฉันเป็นลูกค้าคนพิเศษ.. ได้ยังไง?

แต่พอจะถาม ทางบริกรก็ก้มศีรษะให้อย่างสุภาพ แล้วเดินกลับออกไปทันที

ฉันจึงมองราวแขวนเสื้อกันหนาวที่จู่ๆก็ได้มาฟรีๆ อย่างกับรู้ว่าฉันต้องการมันมากแค่ไหนในตอนนี้

เสื้อกันหนาวที่อยู่ในราวแขวน มีอยู่ทั้งหมดเจ็ดชุด มีทั้งแบบสั้นแบบยาว แถมยังมีถุงมือ ถุงเท้า และรองเท้าบูทเข้าชุดให้อีกเจ็ดคู่!

ถ้าเป็นอภินันทนาการจากทางโรงแรมจริงๆ ฉันจะรีบเข้าไปรีวิวให้ดาวห้าดวงเต็มๆเลย แถมโปรโมทให้ฟรีๆอีกด้วย เพื่อเป็นการขอบคุณกับการบริการดีเยี่ยมขนาดนี้

แต่...

การที่ฉันเป็นดารามาตั้งแต่เด็กๆ และได้รับข้าวของจากแฟนคลับมาทุกรูปแบบแล้ว เลยทำให้รู้ว่า เสื้อกันหนาวที่บอกว่าทางโรงแรมส่งมาให้นั้น มันไม่น่าจะใช่แน่นอน

จะต้องมีใครซักคนที่ส่งมาให้ฉันโดยตรง แต่ไม่อยากออกตัวให้รู้

แต่จะเป็นใครก็ขอบคุณนะ เพราะเสื้อกันหนาวพวกนี้ มันมีความหมายกับฉันตอนนี้มากๆเลยล่ะ

แล้วยังมีชุดอาหารเช้าอีก ที่มาในเวลากำลังหิวพอดี

ฉันเปิดฝาครอบสแตนเลสขึ้น ก็เห็นซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิล กับครัวซอง ส่งกลิ่นหอมฉุยจนต้องรีบนั่งลงจัดการเข้าท้องน้อยๆก่อนทันที

อย่างน้อยในที่ห่างไกลและโดดเดี่ยวแบบนี้ ยังมีใครซักคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉัน ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน จนต้องขอบคุณคนๆนั้นในใจอีกครั้ง

' ขอบคุณนะคะ '

ฉันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเลือกชุดกันหนาวตัวยาวสีขาว ที่เข้าคู่กับรองเท้าบูทสีเดียวกันอย่างเหมาะเจาะ

คนที่ส่งเสื้อผ้าชุดนี้มาให้ ฉันเดาว่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่เข้าใจในเรื่องแฟชั่นพอตัวเลยล่ะ

เธอคนนั้นต้องเป็นคนที่มีรสนิยมดีมากๆด้วย

เมื่อแต่งตัวเสร็จ ฉันก็พร้อมที่จะออกไปเดินเล่นแถวโรงแรม บางทีอาจจะต้องซื้อเสื้อผ้าเพิ่มอีกหน่อย เพราะที่ฉันเอาติดตัวมาก็มีแต่เสื้อผ้าบางๆไม่กี่ชุดเท่านั้น

ตกบ่าย ฉันก็หอบหิ้วถุงเสื้อผ้า และของใช้กระจุกกระจิกมาเต็มมือจนแทบจะถือไม่ไหว เลยต้องแวะร้านค็อฟฟี่ช็อพที่ดูเก๋ไก๋ร้านหนึ่งเพื่อพักเหนื่อย

ฉันต้องใช้หัวไหล่ดันประตูเข้าไป เพราะถือของเต็มมือทั้งสองข้าง แต่ขณะที่กำลังจะดันประตูเข้าไป ก็มีมือของใครซักคนช่วยเปิดเข้าไปให้อย่างใจดี

ฉันเงยหน้ามองคนตัวสูง ที่ยื่นมือยาวเข้ามาดันประตูให้เปิดออก แล้วก็พบกับรอยยิ้มของแสงอาทิตย์เจิดจ้าที่ทำให้ตาพร่าไปในทันที

ฉันจ้องมองร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างมาดแมนสุดๆ ของผู้ชายตรงหน้าจนตาแทบถลน

ฟีโรโมนของเขาแรงกล้าจนทำให้หัวใจของฉันสั่นหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ใบหน้าที่เปล่งประกายของเขาดูดีจนน่าเหลือเชื่อ ยามเขาขยับริมฝีปากสีแดงอมส้มคล้ายลูกพีช จะปรากฏลักยิ้มที่มุมปากของเขาทั้งสองข้าง เติมเสน่ห์ให้เขาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

จะมีก็แต่ดวงตาเรียวยาวที่หลุบลง ทำให้เขาดูน่าค้นหาจนฉันอยากจะเป็นนักสืบโคนัน เพื่อที่จะสืบหาความจริงในดวงตาที่ซ่อนความรู้สึกนั้นออกมาให้ได้

โดยเฉพาะ สืบเรื่องที่ว่า.. เขามีแฟนแล้วหรือยัง แล้วผู้หญิงที่เขาชอบเป็นแบบไหน ( แบบฉันล่ะ ชอบหรือเปล่า )

เขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ด้วย แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นที่ฉันแปลไม่ออก ส่วนอีกมือก็ดันประตูเปิดกว้างไว้ให้ฉัน เลยทำให้เขาอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือถึงเท่านั้น

เสียงของเขาทุ้มห้าว ฟังแล้วดูเป็นผู้ช๊าย ผู้ชาย จนฉันใจเต้นๆตึ๊กๆตั๊กๆ แถมตัวก็หอมคล้ายขนมคุกกี้ที่อบร้อนๆ

ผู้ชายอะไร ทำไมน่ากินชะมัดเลย

จนเขาจ้องมองลงมา แล้วเลิกคิ้วเข้มๆขึ้นเล็กน้อย เหมือนเป็นการถามว่า ฉันจะเข้าไปในร้านหรือเปล่า

ฉันถึงได้สติ แล้วรีบขยับตัวเข้าไปอย่างเขินๆ

เป็นดารามาตั้งนาน เห็นคนหล่อจนชินตาไปหมดแล้ว แต่ทำไมกับคนนี้ฉันถึงได้ใจเต้นขนาดนี้ได้ก็ไม่รู้

ฉันหาโต๊ะว่างด้านในแล้วรีบนั่งลง เพื่อที่จะแอบมองผู้ชายคนนั้นอีกหน่อย ก็เห็นเขานั่งลงที่โต๊ะใกล้ๆกัน แล้วยังคุยโทรศัพท์ต่อ

พนักงานร้านเข้ามาวางเมนูเครื่องดื่มให้เขา แต่เขาไม่ได้เปิดดูเลยและสั่งเครื่องดื่มทันที

"เอสปุเรสโสะ" ( เอสเปรสโซ่ )

ฉันเดาว่าเขาน่าจะสั่งกาแฟ เอสเปรสโซ่ แสดงว่าเขาชอบดื่มกาแฟรสเข้มข้นนี่เอง

พอพนักงานร้านเอาเมนูมาวางให้ ฉันเลยบอกว่า

" Espresso, please. " ( เอสเปรสโซ่ค่ะ )

ก็สั่งเหมือนกันไปเลยสิ

พอสั่งเสร็จฉันก็ทำทีจัดวางถุงข้าวของที่ซื้อมา ไม่ได้หันไปมองเขาให้มีพิรุธ

กริ่ง กริง กริ๊ง

กริ่ง กริง กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ฉันตั้งเสียงนี้เป็นพี่พอลลี่ ผู้จัดการส่วนตัวที่โทรเข้ามา ฉันกดรับทันที

"อยู่ไหนแล้วคะ พี่พอลลี่"

เสียงแหลมๆของพี่พอลลี่ก็ตอบกลับมาทันทีว่า

"ยังแพ็คกระเป๋าอยู่ เครื่องออกสี่ทุ่ม จะรีบไปไหนนะแม่คุณ"

เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าที่ไทยสองชั่วโมง เพราะฉะนั้น ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นบ่ายโมง ที่เมืองไทยก็เพิ่งจะสิบเอ็ดโมงเท่านั้น

"หนูเหงา อยู่คนเดียวไม่มีพี่แล้ว หนูเดินไม่เป็นเลยค่ะ"

ฉันแกล้งหยอดพี่พอลลี่ว่าไม่มีเขาแล้วฉันว้าเหว่แค่ไหน เสียงปลายสายจึงอ่อนลง

"พี่จะรีบไป อย่าทำตัวเป็นภาระสิ แล้วกินข้าวกินปลาหรือยัง"

"ยังเลยค่ะ ไม่มีพี่พอลลี่ ใครจะหาข้าวหาปลาให้หนูกินล่ะคะ"

ฉันแอบหัวเราะเมื่อปลายสายดูร้อนรนแทนอย่างห่วงใย

"ต๊าย ..ลูกสาวฉัน ป่านนี้ยังไม่กินข้าวอีก ไปหาอะไรกินบัดเดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่จะเป็นลมเป็นแล้งไปก่อน"

อิ อิ การแกล้งผู้จัดการนิดๆหน่อยๆเป็นเรื่องสนุกประจำวันของฉันเลยล่ะ

"พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ ถึงหนูจะไม่ได้กินอะไร แต่ตอนนี้หนูอิ่มมากเลยล่ะ"

"หือ ไปอิ่มอะไรมา"

พี่พอลลี่ดูจะสงสัยมาก และฉันก็รีบเฉลยอย่างทะเล้นว่า

"เก๊าะ..ดูผู้ชายแล้วอิ่มแบบพี่ไงคะ"

"ว้ายตายแล้ว นังเคลียร์แกไปแอบดูผู้ชายที่ไหน"

เสียงพี่พอลลี่ดูจะตกอกตกใจอย่างมาก

"แถวๆนี้แหละค่ะ ขอบอกว่าเด็ดสุดๆไปเลย"

ฉันพูดเสียงดังอย่างลืมตัว จนต้องเอามือป้องโทรศัพท์ไว้ตอนหัวเราะอย่างผู้หญิงเจ้าชู้

"กรี๊ด..ดด อิผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร ถึงทำให้ฮอร์โมนเพศหญิงของแกทำงานได้ซักทีห๊ะ"

พี่พอลลี่ดูตกใจและก็อยากรู้ใจจะขาดทันที

ใช่แล้วล่ะ ผู้ชายโต๊ะข้างๆคนนี้เป็นคนแรกในรอบยี่สิบสี่ปี ที่ทำให้ฉันสนใจเพศตรงข้ามขึ้นมาได้

"ถ้าพี่อยากรู้ ก็รีบๆมาหาหนูสิคะ"

ฉันทิ้งท้าย หยอดให้พี่พอลลี่อยากรู้จนนั่งไม่ติด จนต้องรีบแจ้นมาหาฉันไวๆ

"คนอย่างแก เห็นแต่รักหมา แล้วไอ้ผู้ชายคนนั้นหน้าตาท่าทางเป็นยังไง ระวังจะถูกเขาหลอกนะ"

เสียงวุ่นวายใจของพี่พอลลี่ที่เป็นห่วงฉันจนต้องตักเตือนเอาไว้ก่อน ทำให้ฉันอดเหล่มองหนุ่มโต๊ะข้างๆอีกครั้ง แล้วตอบพี่พอลลี่ไปว่า

"พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เขาหล่อมากเลยค่ะ หล่อเหมือนโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ บ้านข้างๆเลย ที่ตัวใหญ่ ใจดี และไม่กัดเด็ก"

พอฉันพูดจบ ก็เหมือนได้ยินเสียงผู้ชายโต๊ะข้างๆ ทำเอสเปรสโซ่ติดคอจนต้องกระแอมไอหลายที

"นังเคลียร์ แกจะเปรียบเทียบผู้ชายกับหมาไม่ได้นะ มันคนละสปีชี่ส์กัน"

พี่พอลลี่แย้งกับตรรกะป่วยๆของฉัน แต่ทำยังไงได้ล่ะ ก็ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

"ก็เขาเหมือนหมาจริงๆนี่คะ เป็นโกลเด้นเลยนะพี่ น่ากอดฟัดสุดๆไปเลย"

"เฮ้ออ.."

เสียงพี่พอลลี่ดูทอดถอนใจ แล้วตัดบทว่า

"เดี๋ยวพี่ต้องจัดกระเป๋าอีกหน่อย แล้วจะรีบไปนะ แกรีบหาข้าวหาปลากินไปก่อน อย่าทำตัวเป็นลูกแหง่ให้พี่ห่วง เข้าใจมั้ย"

ฉันรับคำแล้ววางสาย ก่อนจะลองหยิบแก้วเอสเปรสโซ่ที่พนักงานร้านเอามาวางไว้ให้ขึ้นลองชิม

รสชาติกาแฟเข้มข้นแบบนี้ ดูเหมาะกับเขามากก็จริง แต่ไม่เหมาะกับฉันที่ชอบของหวานๆเลย

ฉันเห็นเขาวางโทรศัพท์ แล้วนั่งไขว่ห้างพิงหลังกับเก้าอี้ คล้ายกำลังผ่อนคลาย

ใจฉันเต้นโครมครามขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจู่ๆเขาก็หันหน้ามา แล้วส่งยิ้มทักทายมาให้ แบบอบอุ่นราวตะวันขึ้นยามเช้า

*********

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel