บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4: พนันวิญญาณในนครเก้าชั้น

กลิ่นอายของเมืองหลวงชั้นบนที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเลือนหายไปทันทีที่ฝาถังไม้ขนาดยักษ์ในโรงฆ่าสัตว์เก่าถูกเปิดออก เฉินจื่ออวี๋และเย่หลันซวินก้าวลงสู่ทางลาดชันที่นำไปสู่ "นครใต้ดินเก้าชั้น" สถานที่ที่แสงตะวันไม่เคยส่องถึง แต่กลับสว่างไสวด้วยโคมไฟสีแดงและม่วงนับหมื่นดวงที่แขวนระย้าอยู่ตามเพดานถ้ำหินย้อย

เสียงตะโกนด่านออจากโรงชำแหละ เสียงดนตรีพื้นเมืองที่จังหวะเร้าอารมณ์ และกลิ่นของฝิ่นผสมกับกลิ่นเครื่องเทศรสจัดจ้านปะทะเข้ากับโสตประสาทของทั้งคู่ทันที

จื่ออวี๋สลัดผ้าคลุมสีหม่นออก เผยให้เห็นชุดรัดกุมสีแดงเพลิงที่นางแอบเตรียมไว้ แววตาของนางบัดนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความเวทนาเหมือนเมื่อคืนที่หอคอยระฆัง แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยความท้าทาย

นางเดินนวยนาดไปตามทางเดินแคบ ๆ อย่างคุ้นเคย ทิ้งให้เย่หลันซวินขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาในชุดพรางกายสีดำยังคงกำด้ามกระบี่แน่น แต่ที่ต่างไปคือสายตาของเขาไม่ได้จ้องมองหาศัตรู... เขากำลังจ้องมองแผ่นหลังของจื่ออวี๋ที่กำลังถูกสายตาหิวกระหายของเหล่าอาชญากรแทะโลม

"เจ้าดูจะร่าเริงผิดปกติในที่โสมมแบบนี้"

เย่หลันซวินกระซิบเสียงต่ำพลางก้าวขึ้นมาขนาบข้าง แผ่รังสีอำมหิตใส่ชายฉกรรจ์ที่พยายามจะเดินเข้ามาใกล้หญิงสาว

"ที่นี่ไม่มีกฎหมายเจ้าค่ะคุณชาย มีเพียง 'ไหวพริบ' ใครที่ฉลาดกว่าคือผู้ชนะ"

จื่ออวี๋หันมาขยิบตาให้เขา แววตาของนางเปลี่ยนจากช่างซ่อมผู้สงบนิ่งเป็นนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

"ท่านเคยอยู่แต่บนยอดหอคอยงาช้าง วันนี้ข้าจะสอนให้ท่านรู้จักรสชาติของการ 'โกง' เพื่อให้อยู่รอด"

"กฎระเบียบถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนเขลาเดินตามทางเดิมอย่างปลอดภัย แต่ในโลกที่มืดมิดที่สุด... มีเพียงคนที่กล้าแหกกฎเท่านั้นที่จะมองเห็นแสงสว่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืด"

เป้าหมายของพวกเขาคือ "โรงพนันเสียงสวรรค์" ที่พำนักของเฒ่าหูหนวก ผู้ครอบครองมุกดับอัคคีอันเป็นวัสดุสุดท้ายที่ต้องใช้เชื่อมแกนกลางของพัดไม้หอม ทว่าเฒ่าหูหนวกไม่ได้ต้องการเงินทอง เขาสิ่งที่เขาต้องการคือ "ความพ่ายแพ้ของอัจฉริยะ"

ภายในห้องพนันที่เงียบงันผิดกับภายนอก มีเพียงเสียงลูกเต๋าหยกที่กลิ้งอยู่ในโหลแก้วหนา จื่ออวี๋เผชิญหน้ากับชายชราที่ดวงตาฝ้าฟาง กติกาคือการทายว่าในโหลมีลูกเต๋ากี่ลูก โดยฟังจากเสียงที่สะท้อนผ่านผนังถ้ำที่บิดเบี้ยว หากชนะจะได้มุกไป แต่หากแพ้... จื่ออวี๋ต้องมอบ 'หู' ของนางให้เขาเป็นเครื่องสังเวย

"จื่ออวี๋ อย่าทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้"

เย่หลันซวินคว้าไหล่นางไว้แน่น มือของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ความคิดที่ว่าจะต้องเห็นนางสูญเสียความสามารถที่รักที่สุดไปทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น

"ข้าจะพาเจ้าหนีไปที่อื่น เราไม่ต้องซ่อมพัดเล่มนี้แล้วก็ได้"

จื่ออวี๋หันกลับมามองเขา แววตาของนางเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางเอื้อมมือไปกุมมือของเขาแล้วบีบแน่น

"ถ้าไม่ซ่อมพัด ท่านก็ไม่มีวันได้รสชาติชีวิตคืน และข้าก็ไม่มีวันล้างมลทินให้ตระกูลได้ ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างคนขี้ขลาด... มันทรมานยิ่งกว่าความตายนะเจ้าคะเย่หลันซวิน"

พฤติกรรมของนางเอกเปลี่ยนไปจากการเป็นผู้ถูกปกป้อง กลายเป็นนักพนันที่ใช้ชีวิตตัวเองเป็นเดิมพันอย่างบ้าบิ่น นางวางเงินเดิมพันก้อนสุดท้ายของเย่หลันซวินลงบนโต๊ะ พร้อมกับความเงียบที่กดดันจนแทบจะหยุดหายใจ

"การเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การวางเงินทองทั้งหมดที่มีลงบนโต๊ะไม้ แต่อยู่ที่การกล้าโยน 'ความกลัว' ทิ้งไป แล้วยิ้มรับโชคชะตาที่กำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย"

เสียงลูกเต๋ากระทบแก้วดัง 'คลิก' ครั้งสุดท้าย จื่ออวี๋หลับตาลง นางไม่ได้ยินอะไรเลยในตอนแรก เพราะประสาทสัมผัสของนางยังบาดเจ็บ แต่ในความมืดมิดนั้น นางกลับ "รู้สึก" ถึงแรงสั่นสะเทือนของอากาศที่กระทบผิวหน้า นางโพล่งตัวเลขออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง

เฒ่าหูหนวกเปิดโหลออก... จื่ออวี๋ชนะ

ความวุ่นวายเกิดขึ้นทันทีเมื่อคนของเฒ่าหูหนวกไม่ยอมส่งมุกให้ง่าย ๆ พวกมันชักมีดออกมา แต่ในวินาทีนั้นเอง เย่หลันซวินที่สะกดกลั้นอารมณ์มานานก็ระเบิดความโกรธออกมา เขาไม่ได้สู้แบบทหารที่รักษากระบวนท่า แต่เขาสู้แบบชายหนุ่มที่พร้อมจะเผาทั้งเมืองเพียงเพื่อปกป้องหญิงสาวคนเดียว เขาคว้าคอเสื้อของลูกน้องเฒ่าหูหนวกแล้วเหวี่ยงไปกระแทกโต๊ะจนพังพินาศ

"ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องนาง... ข้าจะควักลูกตาของมันมาทำลูกเต๋า"

เสียงตวาดของเขาทำให้คนทั้งบ่อนพากันถอยกรูด แววตาของเขาที่จ้องมองจื่ออวี๋บัดนี้ร้อนแรงและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของจนจื่ออวี๋ถึงกับชะงัก

เฒ่าหูหนวกประทับใจในความใจถึงของจื่ออวี๋และความบ้าคลั่งของเย่หลันซวิน เขาจึงยอมมอบมุกให้พร้อมกับบอกความจริงว่า "พัดไม้หอม" ที่พวกเขามีอยู่นั้นเป็นเพียง 'ครึ่งเดียว' ของความลับทั้งหมด อีกครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ในตราประทับของเจ้าเมืองที่นครชั้นล่างสุด และเขาเสนอตัวจะเป็นคนนำทางให้

บัดนี้เย่หลันซวินเลิกมองจื่ออวี๋เป็นเพียงช่างผู้เปราะบาง เขามองนางเป็น "ครึ่งหนึ่งของชีวิต" ที่เขาขาดไม่ได้ ในขณะที่จื่ออวี๋เริ่มเรียนรู้ว่าความแข็งแกร่งไม่ได้มีแค่การซ่อมของ แต่คือการ "ทำลาย" หัวใจของชายหนุ่มที่แข็งกระด้างให้ยอมสยบแทบเท้า

"บางครั้งชัยชนะไม่ได้มาจากการกอบโกย แต่มาจากการสูญเสียทุกอย่างเพื่อจะค้นพบว่า... สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในมือ แต่คือคนที่ยืนจับมือเราท่ามกลางซากปรักหักพังของชีวิต"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel