บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5: บุปผามายาในวังกระจก

แสงจากโคมไฟระย้าที่ทำจากผลึกแก้วเจียระไนสะท้อนกับผนังหินโมราสีขาวนวลจนดูเหมือนวังแห่งนี้ลอยอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ ทว่าความจริงแล้ว "วังบุปผาพันปี" ตั้งลึกอยู่ใต้ก้นบึ้งของนครชั้นล่างสุด

กลิ่นกุหลาบป่านับหมื่นดอกถูกอบร่ำจนหอมตลบอบอวลจนน่าเวียนหัว เฉินจื่ออวี๋ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์ที่ขอบทำด้วยทองคำสลักลวดลายเถาวัลย์ บัดนี้นางไม่ได้สวมชุดช่างซ่อมที่เปื้อนฝุ่น หรือชุดสีแดงเพลิงของนักพนัน แต่นางสวมชุดผ้าไหมโปร่งบางสีม่วงดอกตะแบกที่แทบจะมองเห็นผิวเนื้อนวลละเอียดภายใต้แสงไฟ

ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินผิวราคาแพง ริมฝีปากถูกแต้มด้วยชาดสีสดใส ทว่าดวงตาของนางกลับนิ่งสงบจนน่ากลัว

"หากความงามคืออาวุธชนิดเดียวที่เหลืออยู่ ข้าก็จะใช้มันกรีดหัวใจศัตรูให้เหวอะหวะยิ่งกว่ารอยร้าวบนพัดเล่มนั้น" นางพึมพำกับเงาตัวเองในกระจก

เย่หลันซวินยืนหลบอยู่ในเงามืดหลังม่านปักดิ้นเงิน เขาสวมชุดองครักษ์หน้ากากทองคำที่ดูเคร่งครัดทว่าเย็นชา มือของเขากำด้ามกระบี่จนข้อนิ้วขึ้นสีซีดจัด แววตาที่มองลอดผ่านหน้ากากออกมานั้นเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ถูกสะกดกั้นไว้

"เจ้าไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้จื่ออวี๋... ข้าสามารถฆ่ามันแล้วชิงตราประทับมาได้ภายในชั่วพริบตา"

จื่ออวี๋หันกลับมามองเขา แววตาของนางไม่มีความหวั่นไหวเหมือนที่เคย

"ท่านฆ่าคนได้ แต่ท่านฆ่าความลับที่อยู่ในปากมันไม่ได้เจ้าค่ะ หากท่านก้าวพลาดแม้เพียงก้าวเดียว พัดเล่มนี้จะกลายเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งไปตลอดกาล" นางก้าวเข้าไปใกล้เขาจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นพร่า

"คืนนี้... ท่านต้องเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของข้า ห้ามขยับ ห้ามพูด และห้ามแสดงความรักออกมาแม้เพียงนิด"

"ความอัปยศที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การถูกตราหน้าจากคนทั้งโลก แต่คือการต้องสวมหน้ากากยิ้มแย้มให้กับคนที่ตนเกลียดชัง ในขณะที่คนที่ตนรักยืนดูอยู่หลังม่านน้ำตา"

เสียงพิณดังขึ้นอย่างนุ่มนวลทว่าแฝงด้วยความกดดัน จื่ออวี๋ก้าวเข้าสู่โถงกลางที่เจ้าเมืองใต้ดินประทับอยู่บนบัลลังก์ที่ทำจากเขี้ยวสัตว์ป่า นางเริ่มร่ายรำท่วงท่าที่อ่อนช้อยประหนึ่งกิ่งหลิวต้องลม ทุกการเคลื่อนไหวของนางถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดสายตาและความลุ่มหลง นางไม่ได้ใช้หูฟังเสียงวัตถุ แต่คืนนี้นางใช้ร่างกาย "สื่อสาร" กับกิเลสของผู้คน

เจ้าเมืองใต้ดินจ้องมองนางด้วยความกระหาย เขาเรียกนางให้เข้าไปปรนนิบัติใกล้ ๆ จื่ออวี๋ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด นางก้าวขึ้นไปบนแท่นประทับและรินสุราที่ผสมยาพิษ "รสบุปผาร่วง" ที่นางสกัดขึ้นมาเอง นางรู้ดีว่าหากชายผู้นี้ไม่ตายสนิทในอึกเดียว นางจะเป็นฝ่ายที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ

"เจ้าช่างงดงามนัก... ความงามของเจ้าเหมือนของโบราณที่ข้าอยากเก็บไว้ในห้องลับ"

เจ้าเมืองเอื้อมมือมาลูบไล้ที่ลำคอของจื่ออวี๋ เย่หลันซวินที่ยืนอยู่ไม่ไกลแทบจะพุ่งตัวออกไปตัดมือมืดนั้นทิ้ง แต่เขากลับเห็นสายตาของจื่ออวี๋ที่จ้องมองมาอย่างกดดัน มันคือคำสั่งให้เขาหยุดอยู่กับที่

จื่ออวี๋โน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของเจ้าเมือง

"ท่านอยากรู้ไหมเจ้าคะ... ว่ารสชาติของความตายที่หอมหวานเป็นอย่างไร"

นางกดริมฝีปากลงบนปากของเขา มอบจูบที่ดูเหมือนจะเปี่ยมด้วยเสน่หา แต่ในปากของนางกลับซ่อนเข็มเงินอาบยาพิษที่นางกลั้นไว้ใต้ลิ้น

"จูบของสตรีที่เปี่ยมด้วยความแค้น... หอมหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งและเย็นเยียบยิ่งกว่าคมดาบ เพราะมันไม่ได้พรากเพียงลมหายใจ แต่พรากจิตวิญญาณของผู้ที่ลุ่มหลงให้จมลงสู่ขุมนรก"

ยาพิษออกฤทธิ์ในชั่วอึดใจ เจ้าเมืองใต้ดินดิ้นพล่านด้วยความทรมานก่อนจะสิ้นใจโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะส่งเสียงเรียกทหาร จื่ออวี๋รีบค้นหาตราประทับที่ห้อยอยู่ที่เอวของเขาอย่างรวดเร็ว นางได้มันมาแล้ว... กุญแจชิ้นสุดท้ายที่จะเปิดความลับของพัดไม้หอม

เย่หลันซวินพุ่งตัวออกมาจากเงามืดทันที เขาไม่ได้มองไปที่ศพ แต่เขากระชากตัวจื่ออวี๋เข้ามาโอบกอดไว้แน่นประหนึ่งจะฝังนางลงในร่างกายของเขา เขาใช้แขนเสื้อเช็ดชาดสีแดงออกจากริมฝีปากของนางอย่างบ้าคลั่ง

"เจ้าทำมันไปได้อย่างไร เจ้าให้มันจูบเจ้าได้อย่างไร" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าวและหึงหวงที่แผดเผาจนสติแทบหลุดลอย

จื่ออวี๋นิ่งสนิทในอ้อมกอดเขา นางไม่ได้โต้ตอบ แต่ปล่อยให้น้ำตาหนึ่งหยดไหลอาบแก้มที่ถูกแต่งแต้มไว้อย่างงดงาม

"ข้าไม่ได้ให้ 'เขา' จูบเจ้าค่ะ... ข้าให้ 'ความตาย' ทำหน้าที่ของมัน"

นางดันตัวเขาออกด้วยความเย็นชาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

"ตอนนี้เราได้ตราประทับมาแล้วนะเจ้าคะ เราไม่ใช่ผู้ถูกล่าอีกต่อไป แต่เราคือผู้ที่กุมความลับที่จะถอนรากถอนโคนราชสำนัก"

พฤติกรรมของจื่ออวี๋แข็งกร้าวขึ้น นางเลิกแสดงความอ่อนโยนต่อพระเอกชั่วคราว เพราะนางรู้ว่าความใจอ่อนจะทำให้งานใหญ่เสีย นางสั่งให้เย่หลันซวินเผาวังบุปผาแห่งนี้ทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน ทั้งคู่ควบม้าหนีออกมาท่ามกลางแสงเพลิงที่โชติช่วงอยู่เบื้องหลัง ทิ้งอดีตที่เต็มไปด้วยความอัปยศไว้ใต้ซากปรักหักพัง

บัดนี้ทั้งคู่กลายเป็นคนนอกกฎหมายที่มีอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในแผ่นดิน ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ลึกขึ้นจากการเสียสละที่โหดร้าย

"ของที่แตกสลายยังพอซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิมได้ แต่หัวใจที่ถูกกรีดด้วยความจำเป็นเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่... ต่อให้ใช้ทองคำทั้งโลกมาประสาน ก็ไม่อาจลบเลือนรอยแผลเป็นนั้นได้เลย"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel