บทที่ 1 พ่อขอยืมผ้าอ้อมหน่อยนะลูก
ความทรงจำของใครบางคนไหลเข้าหัวเอริคเหมือนเปิดก๊อกน้ำ ชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต พ่อเสียตอนประถม เสาหลักของบ้านจึงตกไปที่แม่ แม่เจ้าของร่างก็กัดฟันทำงานส่งเจ้าของร่างจนจบมัธยมปลาย หลังจากนั้นก็ไปมีสามีใหม่ไม่กลับมาที่บ้านอีกเลย เจ้าของร่างที่มีชื่อเดียวกับเขาถึงไม่ได้เรียนต่อ และออกมาใช้ชีวิตทำงานหาเงินเลี้ยงชีพไปวันๆ
จนมีงานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนสมัยมัธยม เนื่องจากเครียดสะสมพอเห็นว่าเพื่อนเลี้ยงเหล้าจึงกระดกเอาๆ เนื่องจากไม่เคยกินเหล้ามาก่อนเพราะราคาแพง พอกระดกไปมากๆเข้าก็เมา พอตื่นมาอีกทีก็อยู่บนเตียงเดียวกับดาวโรงเรียน เอริน่า คาร์สัน คนที่ทั้งสวยและรวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศ เป็นคนที่ทั้งโรงเรียนหมายปอง
แต่หมาหัวเน่าอย่างหมอนี่ก็พึ่งได้กลับดาวโรงเรียนที่ว่าไปแล้ว หลักฐานคือสภาพบนเตียงของคนทั้งคู่...
เนื่องจากกลัวว่าสาวเจ้าจะหาว่าเขาเป็นผู้ชายที่ได้แล้วทิ้ง เอริคจึงนั่งรอเธอตื่น ซึ่งเป็นตามขาด เอริน่าโวยวายใหญ่หาว่าเขาข่มขืนเธอจะเอาเอริคเข้าคุกให้ได้ ซึ่งกฎหมายประเทศ A เมื่อข่มขืนต้องถูกฉีดยาให้ส่วนนั้นเสื่อมสภาพ ถึงจะดูร้ายแรงแต่ก็ทำให้ปัญหาข่มขืนน้อยลงจนแทบไม่มี
แน่นอนว่าเอริคจะปฏิเสธก็ทำได้ไม่เต็มปากเพราะจำไม่ได้ เอริน่าก็จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เช่นกัน ทั้งสองจึงพากันไปดูกล้องวงจรปิด ปรากฏภาพของคนสองคนที่พากันเข้าห้องด้วยความสมัครใจไม่มีใครข่มขืนใคร แม้ขาเซไปเซมาก็ตาม
ทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะลืมเรื่องนี้ไปและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก
เรื่องนี้ควรจะจบถ้าไม่ใช่เพราะเอริน่า คาร์สันท้อง คนที่บ้านของเจ้าตัวจะมาเอาเรื่องเอริค ทำให้เจ้าตัวรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก และเป็นลูกแฝด เมื่อคลอดออกมาแล้วก็ต้องเครียดอีกว่าเด็กจะอยู่กับใคร เพราะถึงตระกูลคาร์สันจะรวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศ แต่ก็ต้องทำตามกฎหมาย
เป็นกฎข้อบังคับไม่ให้คนรวยมีอภิสิทธิ์เหนือคนทั่วไป ตอนแรกคนในตระกูลคาร์สันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับกฎข้อบังคับตรงนี้ ดีซะอีก ถ้าไม่ติดว่า...
กฎหมายของประเทศ A เมื่อยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส และมีลูก 2 คน ต้องแบ่งไปคนละคน ในกรณีที่ทั้งคู่ต้องการลูก แน่นอนว่าเอริคต้องการลูกอยู่แล้ว แต่ในกฎหมายก็มีวงเล็บไว้ว่าแต่ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีความสามารถที่จะเลี้ยงดูบุตรได้ต้องส่งให้ฝ่ายที่มีความสามารถพร้อมโดยทันที
คนในตระกูลคาร์สันยิ้มกริ่มเมื่ออ่านกฎหมายข้อนี้ เพราะนั่นหมายความว่าพวกเขามีสิทธิ์ในตัวเด็กทั้งสองคนแน่นอน คนพ่อที่ไม่มีเงินแม้แต่จะดูแลตัวเอง ศาลต้องตัดสินไม่ให้เด็กอยู่กับพ่อแน่ๆ!
เอริครู้ว่าตัวเองแพ้แน่ๆเพราะอาศัยแค่งานรับจ้างทั่วไปไม่มีทางชนะตระกูลคาร์สันที่รวยล้นฟ้าได้จึงหอบลูกคนหนึ่งหนีไปและทิ้งลูกอีกคนหนึ่งให้ผู้เป็นแม่
เอริคจึงกลับบ้านไม่ได้ เพราะกลัวถูกตามตัวจึงย้ายห้องพักไปเรื่อยๆและรับจ้างไปวันๆ ลูกที่อุ้มหนีมาเป็นแฝดพี่เพศหญิง ถามว่าทำไมเอริคต้องไม่ให้เด็กไปอยู่กับแม่ที่มีพร้อมทุกอย่าง
คงตอบได้คำเดียวว่าเขาต้องการครอบครัว และเมื่อได้มาแล้วจึงไม่อยากปล่อยไปไหน เอริคตั้งใจจะเลี้ยงลูกเองใน 1 ปีแรกและจะส่งคืนในภายหลัง แต่การเลี้ยงเด็กมีค่าใช้จ่ายมากเกินไป เอริคจึงตัดสินใจที่จะโทรไปหาแม่เด็ก ถึงจะเป็นเวลาสั้นๆแต่เขาก็มีความสุขมาก แต่ก่อนที่จะเดินไปถึงโทรศัพท์ก็หัวใจวายช็อกตายซะก่อนเนื่องจากทำงานหนักมากเกินไป อีกทั้งยังไม่ได้นอนเพราะต้องเลี้ยงลูก
เมื่อรับรู้มาถึงตรงนี้ว่าคนที่มีชื่อเหมือนเขามีชีวิตรันทดน่าดู เอริคมองทารกน้อยอายุ 5 เดือนที่นอนมองเขาตาแป๋ว น้องชื่อแคนดี้ ตามความทรงจำเจ้าของร่าง เด็กคนนี้เป็นเด็กเลี้ยงง่ายถ้าไม่ติดว่า...
“แง!!!!!!!!!!”ถ้าไม่ติดว่าตอนที่เจ้าของร่างอุ้มหรือมองหน้าเจ้าของร่างนานๆอะนะ เขาวางเด็กทารกลงก่อนจะรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเพื่อสำรวจรูปร่างตัวเองเห็นแล้วคนที่เคยเป็นเชฟซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยด้านการทำขนมอันดับ 1 ถึงกับหลั่งน้ำตา
ซกมกสิ้นดี...
ผิวของเด็กน่ะบอบบางจะตาย เจ้าของร่างทั้งซกมกและหนวดยาวรุงรัง ถ้าเขาเป็นแคนดี้ก็ไม่ชอบหรอก
ใบหน้าที่มีเคราและหนวดยาวพันรุงรังไปหมดดูไม่เป็นระเบียบ ดวงตาอิดโรยและตัวผอมแห้งจนคล้ายก้างปลา เขาไม่ได้บูลลี่คนมีหนวดหรือเครานะ แต่ถ้ามีก็ต้องทำความสะอาดและจัดทรงให้ดีกว่านี้ แต่นี่พันไปพันมาดูยุ่งเหยิงไปหมด ถ้าเขาเป็นเอริน่าก็คงไม่แปลกใจที่ตื่นมาเจอไอนี่นอนอยู่ข้างๆแล้วจะกรี้ด
เจ้าของร่างเป็นคนไม่ดูแลตัวเอง อีกทั้งยังไม่ค่อยอาบน้ำเพราะมีความคิดว่าต้องประหยัดค่าน้ำ และไม่โกนหนวดเพราะขี้เกียจ ไม่ได้ต้องปฏิวัติ นายจะเป็นจนแค่ไหนเขาไม่เคยว่าแต่นายจะไม่อาบน้ำไม่ได้นะเอริค โอยชื่อเหมือนกันอีกเหมือนด่าตัวเอง ดีนะที่เจ้าของร่างยังอาบน้ำให้ลูกทุกวัน มีนมให้กินทุกมื้อ
‘ข้าวางเงินสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้เจ้าแล้วอยู่บนโต๊ะ’
เสียงในหัวอันคุ้นหูนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพระเจ้า เขาเดินออกไปเห็นเงินวางบนโต๊ะจริงๆและมันดูเยอะมากจนเขาคิดว่าสามารถทำให้คนๆนึงเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีๆได้เลย เมื่อนับดูแล้วพบว่ามีอยู่ 2 ล้านเหรียญด้วยเงินเท่านี้คงสามารถซื้อร้านเล็กๆแล้วขายขนมที่ดันเป็นความสามารถเดียวที่เอริคเอาติดตัวมาได้
ก็นะ ชาติที่แล้วเขารวย แต่พอมาชาตินี้ดันจนแกลบ เราไม่มีทางรู้เลยว่าถ้าตายแล้วจะเกิดใหม่ในร่างใคร สิ่งเดียวที่ติดมาได้คือความรู้นี่แหละ
แล้วก็...นอนเอาในร้านที่จะซื้อนั่นแหละ ประหยัดด้วย เพราะค่าเช่าห้องที่เจ้าของห้องอยู่ก็ประมาณ 1000 เหรียญต่อเดือนนี่เป็นห้องที่ถูกที่สุดแล้วในย่านนี้แล้ว
เอริคเดินออกไปซื้อที่โกนหนวดที่ร้านสะดวกซื้อ ดูสิขนาดที่โกนหนวดเจ้าของร่างยังไม่มีเลยคิดดู พนักงานร้านสะดวกซื้อแทบสะดุ้งตอนเขาเดินเข้าร้านเพราะคิดว่าเป็นโจร เอริค...ปกตินายใช้ชีวิตบนโลกยังไงเนี่ย
หลังจากกลับมาห้องพักเขาก็ปิดประตูขังตัวเองในห้องน้ำ ตรวจดูสภาพตัวเองว่าจะรีโนเวทยังไงไม่ให้เหมือนโจร เริ่มจากหนวด หลังจากโกนหนวดพร้อมเคราออกก็พบว่าเจ้าของร่างหน้าดูเด็กลงไป 10 ปีเลย ใบหน้าดูนุ่มนวลไม่คมเข้มแบบผู้ชายแต่ก็ไม่หวานเหมือนผู้หญิง ดูรวมๆแล้วเป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่ง
ส่วนทรงผมเขาก็ตัดเป็นทรงที่เป็นที่นิยมในประเทศ k ถ้าคนประเทศ A ตัดแล้วมันคงดูไม่เข้าเพราะหน้าคมเข้มแถมยังไม่เป็นที่นิยมในประเทศนี้ แต่ด้วยหน้าตาเจ้าของร่างมันทำให้นึกถึงทรงไหนไม่ออกจริงๆนอกจากทรงนี้
ต่อมาก็งานง่ายๆอย่าง...อาบน้ำ ใช่อาบน้ำ เจ้าของร่างไม่อาบมา 2 วันแล้ว พออาบทีก็วิ่งผ่านน้ำ ลูกเจ้าตัวคงเหม็นเลยไม่อยากเข้าใกล้ถึงได้งอแงแบบนั้น
วันนี้จึงเป็นวันที่เอริคอาบน้ำนานที่สุด ขนาดในร่างก่อนยังไม่เคยอาบนานขนาดนี้ ด้วยเพราะเขาอยากขจัดคราบสกปรกเลยถูเข้าไปถูจนตัวหอมฟุ้งเลยทีเดียว
พอออกมาก็สบายตัวหลังจากทนเหนียวตัวมานานถ้าวิญญาณเจ้าของร่างอยู่แถวๆนี้คงจำตัวเองไม่ได้
เอริคอุ้มทารกหน้าตาน่ารักมากินนม เขาก็อยากเลี้ยงเด็กคนนี้ตามความต้องการเจ้าของร่างนะ แต่มันผิดกฎหมาย ถ้าเขายังมีรายได้ไม่ถึงเป้าที่กฎหมายกำหนด
เอริคก็ไม่สามารถเก็บเด็กไว้เองได้ สิ่งเดียวที่เอริคทำได้ก็คือเลี้ยงเด็กคนนี้ให้ครบ 1 ปีตามเจตจำนงของเจ้าของร่าง ถ้าเขามีรายได้ถึงเป้าที่สามารถเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งได้ค่อยคิดอีกที
“พรุ่งนี้คงต้องไปติดต่อซื้อร้านเล็กๆในตัวเมืองซักหน่อย ด้วยขนมของเราก็น่าจะพอขายได้อยู่”
และแล้ววันนั้นเขาก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่พอหลับไปได้ไม่กี่ชม.ก็...
“แงงงงงง!!!!!!!!”
“หิวนมหรือผ้าอ้อมเต็มเนี่ย...”เอริคมองไปที่นาฬิกาพบว่า...ตีสอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าของร่างตาย ทั้งทำงาน เลี้ยงลูกตอนกลางคืน เหนื่อยอย่างงี้นี่เอง
“แอ๊”เด็กน้อยส่งเสียงร้องนิดๆหลังจากที่เขาเปิดผ้าอ้อมดู แคนดี้เป็นเด็กที่ร้องบอกสัญญาณให้รับรู้แค่พักเดียวค่อยเลิกร้อง เขาจึงไม่เหนื่อยมากนัก
“อ่อ ผ้าอ้อมเต็ม แล้วแบบนี้หิวนมด้วยรึเปล่าเนี่ย...แต่เด็ก 5 เดือนก็กินอาหารบดได้แล้ว แต่คืนนี้กินนมไปก่อนนะ”
เอริคจัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมกับป้อนนมเจ้าตัวเล็กเสร็จก็ล้มตัวนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน นี่คงเป็นความเหนื่อยสะสมของเจ้าของร่างด้วย แถมร่างนี้ยังไม่ค่อยได้กินอาหารดีๆ ถ้าไม่ดูแลให้ดีมีหวังช็อคตายไปอีกรอบแหงๆ
วันรุ่งขึ้นเอริคก็ยังไม่ติดต่อออกจากหอพัก ส่วนหนึ่งเพราะเขากลัวว่าวันนี้จะหาที่ซื้อร้านเล็กๆตามที่ตัวเองหวังไม่ได้ ถามว่าทำไมเขาไม่กลัวคนสงสัยเหรอว่าทำไมฝีมือทำขนมเหมือนคนที่จบจากมหาลัยทำขนมอันดับ 1 เลย
คงต้องบอกก่อนว่าอาจารย์จะมีสูตรขนมพื้นฐานมาให้ซึ่งรสชาติจะธรรมดาๆ นักเรียนต้องปรับสูตรจนออกมาอร่อยเอง เพราะฉะนั้นขนมของคนที่จบมาจากที่เดียวกันจึงทำขนมออกมารสชาติไม่เหมือนกัน แต่รับรองว่าอร่อยชัวร์
เอริคคงปล่อยให้ทารกวัย 5 เดือนอยู่ในห้องคนเดียวไม่ได้ จึงต้องอุ้มไปด้วย ก่อนจะออกจากหอพักเขาเหลือบเห็นเจ้าของหอพักหน้าตาใจดียืนยิ้มให้อยู่ด้วย
“อา...ใช่ครับ”เปล่าหรอก เขาจะไปลาออกต่างหาก แต่ถ้าบอกไปก็กลัวจะถามว่าทำไม ความจริงถ้าป้าเจ้าของหอพักไม่ทักเขาคงลืมไปแล้วว่าเจ้าของร่างทำงานเป็นพนักงานยกกระสอบข้าวอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ถ้าอยู่ดีๆหายไปเฉยๆคงเสียมารยาทแย่เลย
ก่อนจะไปหาซื้อร้าน เอริคจึงต้องเบนเข็มไปลาออกกับหัวหน้าคนงานอย่างถูกต้องก่อน ถ้าหายไปเฉยๆไม่มีคนยกของ หัวหน้าไม่รู้จึงไม่ได้ให้คนมาแทน เพื่อนร่วมงานเขาจะทำงานหนักขึ้น
เอริน่า คาร์สัน!! ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูก เป็นคนที่มีสิทธิเลี้ยงลูกถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นคนที่เขากำลังหนีอยู่ด้วย!! อย่าบอกนะว่าเธอสืบมาถึงที่ทำงานเอริคแล้ว
ถึงไม่ได้เข้าไปนั่งฟังกับเขาแต่เอริคมั่นใจว่าเธอกำลังถามถึงที่พักเขาอยู่แน่!!
ไม่ได้การแล้ว แต่จะหนีก็ไม่ได้ยังไม่ได้ลาออก เอริคไม่ได้พกกระดาษแต่พกปากกามา เมื่อมองเด็กน้อยในอ้อมกอดที่มองเขาตาแป๋วเหมือนจะถามเขาว่า ‘พ่อมีอะไรเหรอ’
เอริคเลื่อนสายตาลงมามองที่ผ้าอ้อมที่ผูกคอหนูน้อยอยู่
“พ่อขอยืมผ้าอ้อมหน่อยนะลูก”
“คุณเอริน่าต้องการที่อยู่ของเอริคไปทำไมเหรอครับ” หัวหน้าคนงานนั่งปาดเหงื่อทั้งๆที่อยู่ในห้องรับแขกที่แอร์เย็นเฉียบ ลูกสาวคนใหญ่คนโตของตระกูลคาร์สันต้องการพบลูกน้องของเขาไปทำไมกัน ไม่ใช่ว่าเจ้าเอริคไปเหยียบเท้าใครเข้าหรอกนะ
แต่ก็คงไม่ใช่ เอริคเป็นลูกน้องที่ขยันทำงานมากที่สุด ทั้งยังของานเพิ่มมากกว่าลูกน้องคนอื่นตั้ง 2 เท่าเพราะอยากได้เงินโบนัส คงเพราะมีลูกติดและต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ทำงานเสร็จก็กลับหอพักเลย คนแบบนั้นจะไปล่วงเกินคนใหญ่คนโตได้ยังไงถ้าไม่ถูกรังแก
“นี่เป็นเรื่องส่วนตัวค่ะ ฉันคงบอกเหตุผลไม่ได้ แต่ฉันต้องการที่อยู่ของเอริคโดยด่วนฉันมีเรื่องต้องคุยกับเขา”เอริน่ามั่นใจว่าเอริคทำงานอยู่ที่นี่เพราะมีลูกน้องของเธอคนหนึ่ง ไปเห็นเข้า แต่พอจะแอบตามไปก็คาดสายตาหายไปแล้ว ครั้นจะบอกเหตุผลก็ไม่จำเป็น คนในตระกูลของเธอแค่เอ่ยปากก็ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม แต่คนตรงหน้าจะถามเธอก็ไม่ว่าอะไรแต่จะไม่ตอบเท่านั้นเอง
“คือว่า...ต้องขอโทษด้วยครับคุณเอริน่า ในใบสมัครเข้าทำงานเอริคไม่ได้กรอกที่อยู่เอาไว้ ผมไม่รู้ที่อยู่เขาจริงๆ คุณเอริน่ามีอะไรจะฝากถึงเขาก็บอกผมไว้ก่อนก็ได้”หัวหน้าคนงานฉลาดพอที่จะไม่ปฏิเสธผู้มีอำนาจ แต่เลือกที่จะบอกไม่รู้แทน คำว่าไม่รู้ปกป้องได้ทั้งตัวเขาและลูกน้องเลยล่ะ
และถึงเอริน่าขอดูใบสมัครจริงๆมันก็ไม่มีที่อยู่เขียนไว้หรอก ไม่ใช่ว่าเอริคไม่เขียน แต่อยู่ดีๆตัวหนังสือในช่องที่อยู่ก็หายไปเฉยๆราวกับไม่เคยมีอยู่ จะเรียกให้มาเขียนใหม่ก็ใช้เรื่องเขาจึงปล่อยเลยตามเลย เจ้าตัวอาจจะไม่อยากให้ใครรู้ที่อยู่จนแอบมาเปลี่ยนใบสมัครก็ได้
“งั้นก็ไม่เป็นไร วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนละกันค่ะ”ว่าเอริน่าก็เดินออกไปจนหัวหน้าคนงานตามออกมาส่งไม่ทัน
“คุณหนู แบบนี้จะดีเหรอครับ เขาอาจจะโกหกก็ได้”จิวซื่อลูกน้องคนสนิทของเอริน่าเดินตามคุณหนูของเขาอย่างไวๆเพราะแทบจะเดินตามเธอไม่ทัน
เขาไม่เชื่อว่าหัวหน้าคนงานจะไม่รู้ที่อยู่ของลูกน้อง และถ้าไม่กรอกใบสมัครให้ครบจะผ่านงานได้ยังไง แต่จิวซื่อคงลืมว่าเอริคทำงานแบกหามไม่ใช่งานบริษัท
“จริงด้วยครับ ผมว่าโกหกแน่ๆ”สมชายลูกน้องคนสนิทอีกคนของเอริน่าพูดขึ้น เขาเห็นด้วยกับจิวซื่อ
“เค้าจะพูดจริงหรือไม่ ไม่สำคัญ ยังไงเขาก็ทำงานที่นี่ ถ้าดักรอยังไงก็เจอ จิวซื่อฝากซุ่มอยู่แถวๆนี้ด้วย ส่วนสมชายกลับบริษัทกับฉัน”เอริน่ามั่นใจว่าถึงยังไงเอริคก็ต้องมาทำงาน ให้จิวซื่อดักรอแล้วลากตัวมาเค้นคอถาม ผู้ชายตัวผอมแห้งอย่างเอริคไม่ใช่งานยากสำหรับลูกน้องเธอเลย
เอริน่าจึงมั่นใจแล้วกลับไปทำงานที่บริษัทอย่างสบายอารมณ์
หัวหน้าคนงานที่เห็นเอริน่ากลับไปแล้วก็เดินออกมาจากห้องรับแขก จริงๆถึงจะเรียกห้องรับแขกแต่ก็แค่ฉากหน้า หลังม่านยังมีเปลเด็กและของเล่นทารกอีกเป็นกระบุง ตอนที่เอริคทำงานก็เขานี่แหละที่เลี้ยงเจ้าตัวเล็ก เจ้าหนูแคนดี้ถึงได้ติดเค้ายิ่งกว่าตังเม ตอนพ่อเลิกงานจะกลับบ้านก็ร้องไห้งอแง แต่ไม่นานก็เลิกร้องถ้าเอริคมีขวดนมอยู่ในมือ
แต่จะว่าไปเอริคยังไม่มาทำงานอีกเหรอ ยังไม่ทันได้โทรถาม หัวหน้าคนงานก็เหลือบเห็นผ้าอ้อมเด็กอันคุ้นตาเหมือนอันที่เขาซื้อให้เจ้าตัวเล็กผูกอยู่ที่เสาข้างห้องรับแขก มีข้อความเขียนสั้นๆว่า “ผมขอลาออกครับหัวหน้า จากเอริค”
“!!!!!!!”
=================================
