บท
ตั้งค่า

บทที่ 41

แววตาของฮูหยินเฒ่าเผยเปล่งประกายขึ้นมาในทันที รู้สึกความสนใจขึ้นฉับพลัน “โอ? สามเรื่องอันใดกัน? แล้วอีกอย่าง เจ้าบอกข้าออกมาตรงๆ เช่นนี้ นางมิได้กำชับเจ้าไว้หรือ ว่าอย่าบอกให้ผู้ใดรู้?”

แม่นมเติ้งยิ้มน้อยๆ “เรียนท่านฮูหยินเฒ่า คุณหนูนั้นเฉลียวฉลาดยิ่ง นางคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้วว่าท่านต้องอยากรู้ จึงกำชับเอาไว้ว่า หากท่านเอ่ยถามขึ้นมา บ่าวมิต้องลำบากใจ ให้บอกท่านได้เลย มิเป็นไรเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเฒ่าเผยหัวเราะชอบใจ “ดูท่า ตอนนี้นางคงไม่ถือข้าว่าเป็นคนนอกแล้วกระมัง เช่นนั้นแล้ว ข้าควรจะยึดหลักของสุภาพชน ไม่ซักถามต่อไป หรือจะเป็นยายแก่จอมยุ่งที่ขุดคุ้ยทุกเรื่องให้ถึงที่สุดดีเล่า?”

แม่นมเติ้งกล่าวว่า “ท่านฮูหยินเฒ่า ท่านก็มิใช่สุภาพชนเสียหน่อย จะสนใจหลักพวกนั้นไปทำไมเล่า บ่าวเล่าให้ท่านฟังเองเจ้าค่ะ!”

แม่นมเติ้งรู้ดีว่าท่านฮูหยินเฒ่าอยากรู้อยากเห็นยิ่งนัก ดังนั้นจึงไม่รอให้นางพยักหน้า ก็เริ่มเล่าขึ้นมาในทันที “เรื่องแรก คุณหนูให้บ่าวไปหาคนสองสามคนเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเฒ่าเผย “ใครหรือ?”

แม่นมเติ้ง “เป็นอดีตอนุภรรยาสองคนของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ คนหนึ่งแซ่เจิ้ง อีกคนหนึ่งแซ่โหลว”

แม้ตลอดหลายปีมานี้ ฮูหยินเฒ่าเผยจะมิได้อยู่ในจวน แต่ความจริงแล้ว เรื่องราวมากมายในจวนแม่ทัพ นางก็ล้วนเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างทั้งสิ้น

ถึงอย่างไรอยู่ที่วัดชิงซงก็ว่างทั้งวันไร้กิจใดให้ทำ เรื่องสนุกจากเมืองจินหลิงเหล่านี้ก็มิใช่ว่าช่วยคลายเหงาได้พอดีหรือ?

ด้วยเหตุนี้ พอเอ่ยถึงสองคนนี้ขึ้นมา ท่านฮูหยินเฒ่าก็สามารถต่อบทสนทนาได้ทันที “เจิ้งอี๋เหนียง โหลวอี๋เหนียงหรือ? ข้าจำได้ พวกนางทั้งสองมิใช่ถูกไล่ไปยังบ้านสวนที่ไหนสักแห่งแล้วหรือ?”

แม่นมเติ้ง “ท่านฮูหยินเฒ่าจำไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่ตอนที่ถูกส่งไปยังบ้านสวน เจิ้งอี๋เหนียงนางหายตัวไปกลางทาง จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ใด ทว่าโหลวอี๋เหนียงนั้นกลับหาตัวได้ง่าย นางยังมีบุตรสาวอยู่คนหนึ่งด้วย ตอนนี้ก็อยู่ที่บ้านสวนนั่นแหละเจ้าค่ะ”

แม้ฮูหยินเฒ่าเผยไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นยิ่งนัก

อยากรู้ว่าหลี่ชิงลั่วคิดจะทำอะไรกันแน่?

เหตุใดจู่ๆ ถึงได้มาสืบเรื่องอนุภรรยาของบิดากัน?

“ยังมีอะไรอีก? อีกสองเรื่องที่เหลือคือเรื่องอะไรกัน?”

แม่นมเติ้งเอ่ยต่อ “เรื่องที่สอง เกี่ยวกับเรือนหลังหนึ่งในจวนอ๋องอวิ๋น คุณหนูบอกว่า ระยะนี้มีหญิงร่างท้วมคนหนึ่งเข้าออกเรือนหลังนั้นอยู่บ่อยๆ แซ่หลิว เป็นภรรยาของพ่อค้าชำแหละเนื้อเจ้าค่ะ”

“คุณหนูให้บ่าวส่งคนไปตีสนิทกับสตรีแซ่หลิวผู้นั้น หากสามารถกลายเป็นคนคุ้นเคยกับนางได้ จนถึงขั้นสามารถลงมือได้ทุกเมื่อ นั่นย่อมดีที่สุด”

เมื่อฮูหยินเฒ่าเผยได้ยินแซ่นั้น ก็คล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“หรือว่าจะเป็นตระกูลหลิวนั่น?”

แม่นมเติ้งกล่าวว่า “บ่าวยังตรวจสอบได้ไม่ละเอียดนัก แต่ภายในสองสามวันนี้ย่อมรู้ได้แน่เจ้าค่ะ”

“แต่ท่านฮูหยินเฒ่า ท่านว่าคุณหนูรู้เรื่องของจวนอ๋องอวิ๋นได้อย่างไรหรือเจ้าคะ? ใครเข้าใครออกในช่วงสองวันนี้นางล้วนแต่รู้หมด ทั้งที่ในเมืองจินหลิงนี้นางก็ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับใครเลยสักคน นอกจากพวกเราแล้วก็ไม่มีใครอื่นช่วยสืบข่าวให้ แล้วนางไปรู้มาจากไหนกัน?”

ท่านฮูหยินเฒ่าจ้องแม่นมเติ้งเขม็งก่อนจะดุว่า “เจ้ายังโง่เขลานัก! สองสามวันนี้ที่นางหายตัวไป เจ้าคิดว่านางเพียงแค่หนีเอาตัวรอดเท่านั้นหรือ? ข้าเดาว่านางจะต้องไปแอบสังเกตการณ์แถวเรือนหลังนั้นมาแน่ เพราะไปเห็นหญิงแซ่หลิวคนนั้นเข้า จึงเริ่มใส่ใจเรื่องนี้ขึ้นมา”

แม่นมเติ้งคล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ พลันปรบมือดังฉาดด้วยความตื่นเต้น “ใช่เลย! คนที่บ่าวส่งไปสืบก็กลับมารายงานว่า สองสามวันนี้เรือนหลังนั้นกำลังลอบตามหาใครบางคนอยู่ คล้ายว่าจะเป็นทาสหลบหนี! ทว่าก็ไม่ได้ประกาศตามหาอย่างเปิดเผย! เรื่องนี้…คงไม่ใช่ว่าเกี่ยวข้องกับคุณหนูของพวกเราหรอกนะเจ้าคะ?”

ฮูหยินเฒ่าเผยได้ยินเรื่องนี้เข้าก็รู้สึกตื่นตะลึงยิ่งนัก “นางไม่น่าจะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนั้นกระมัง? หรือบางทีอาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น”

“แต่หากว่าคนแซ่หลิวตามไปถึงเรือนหลังนั้นได้ และหากคนที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในเรือนนั้นคือหลี่ชิงจูจริงๆ เช่นนั้นไม่เท่ากับว่า นางติดต่อไปมาหาสู่กับพวกคนตระกูลหลิวมาตั้งแต่แรกแล้วหรอกหรือ?”

แม่นมเติ้งพยักหน้า พลางมองท่านฮูหยินเฒ่าอย่างเงียบงัน

สีหน้าของท่านฮูหยินเฒ่าเย็นเยียบลงทันใด “หากเรื่องเป็นเช่นนี้จริง ทั้งลูกชายผู้โง่งม ลูกสะใภ้ผู้ทึ่มทื่อ และหลานชายที่เสียสติผู้นั้นของข้า ก็คงจะให้ใจผิดคนเสียแล้ว ซ้ำยังถูกนังเด็กต่ำช้าผู้นั้นปั่นหัวเสียจนวิ่งวนไม่รู้เหนือรู้ใต้”

“แม่นมจาง!”

แม่นมจางที่ยืนฟังอยู่อีกด้านมาโดยตลอด รีบเปิดม่านเดินเข้ามารอฟังคำสั่ง

ฮูหยินเฒ่าเผยพลันสั่งว่า “ไปสืบมาว่า ก่อนหลี่ชิงจูจะเผาตัวตาย นางติดต่อข้องแวะกับผู้ใดบ้าง? โดยเฉพาะกับคนแซ่หลิวนั่น เริ่มเกี่ยวข้องกันตั้งแต่เมื่อใด? แล้วก็ นางกับจวนอ๋องอวิ๋นมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่!”

แม่นมจางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านฮูหยินเฒ่าเจ้าคะ บ่าวหญิงทุกนางที่เคยรับใช้คุณหนูจูเอ๋อร์ ต่างก็เสียชีวิตไปพร้อมกับเหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้นหมดแล้ว หากบ่าวคนสนิทของนางล้วนสิ้นไป ข่าวเหล่านี้เกรงว่าจะสืบหาได้ยากแล้วเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเฒ่าเผย “บ่าวหญิงเหล่านี้ไม่มีญาติพี่น้องหลงเหลืออยู่เลยหรืออย่างไร? ขอแค่มีสักคนยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาวิธีเค้นความจากปากพวกเขาออกมาให้ได้!”

แม่นมจาง “เจ้าค่ะ”

ครั้นสั่งความเรื่องนั้นเสร็จ ฮูหยินเฒ่าเผยก็รีบถามถึงเรื่องที่สามต่อทันที

แม่นมเติ้งไม่กล้ารีรอ รีบกล่าวต่อว่า “เรียนท่านฮูหยินเฒ่า เรื่องที่สามนี้เกี่ยวพันถึงคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ”

“คุณหนูให้บ่าวไปสืบเรื่องสาวใช้คนหนึ่งนามว่าเหมยเสวี่ย ซึ่งเคยอยู่ข้างกายคุณชายใหญ่มาก่อนเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเฒ่าเผยกล่าวขึ้น “จะสืบเรื่องสาวใช้คนหนึ่งไปทำไมกัน? นางมีอะไรเป็นพิเศษอย่างนั้นหรือ?”

แม่นมเติ้งกล่าวว่า “บ่าวสืบพบว่า เหมยเสวี่ยผู้นี้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเฒ่าเผย “ตายแล้ว? ตายผิดธรรมชาติหรืออย่างไร?”

แม่นมเติ้งพยักหน้าไม่หยุด “ท่านฮูหยินเฒ่าเจ้าคะ เหมยเสวี่ยผู้นี้ถูกคนเฆี่ยนตีจนตายอย่างทารุณ กล่าวกันว่า ตอนที่นางตายนั้น ในท้องยังมีเด็กอยู่อีกด้วย”

ฮูหยินเฒ่าเผยตกตะลึงจนปากค้าง

เรื่องนี้ แม้แต่ตอนอยู่ที่วัดชิงซง นางก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

เห็นได้ชัดว่าตอนนั้น คนในจวนจะปิดเรื่องนี้เอาไว้แน่นหนายิ่งนัก!

สองชีวิตที่ยังมีลมหายใจ กลับต้องถูกปลิดชีพไปในเรือนหลังนี้อย่างน่าเวทนา!

ในใจของฮูหยินเฒ่าเผยทั้งรู้สึกหดหู่เศร้าสร้อย และเต็มไปด้วยความเดือดดาล

“สืบพบอะไรบ้างหรือไม่?”

แม่นมเติ้งกล่าวว่า “เรื่องของเหมยเสวี่ยนั้น ตอนแรกบ่าวลองแอบถามผู้คนเป็นการส่วนตัว ทุกคนต่างก็ปิดปากเงียบ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยออกมาแม้สักคนเดียว”

“แต่เงินนั้นซื้อได้ทุกอย่าง คุณหนูมอบเงินยี่สิบตำลึงให้บ่าวเอาไว้จัดการ ทันทีที่บ่าวเอาออกมาใช้ เฮอะ! ไหนเลยจะยังมีความลับหลงเหลืออยู่?”

“เรื่องการตายของเหมยเสวี่ยนั้น ความเห็นที่แพร่หลายที่สุดในขณะนี้ก็คือ นางถูกคุณชายใหญ่เป็นผู้ลงมือด้วยตนเอง”

ฮูหยินเฒ่าเผยโกรธเกรี้ยวขึ้นทันที “สารเลว! เหมยเสวี่ยผู้นี้ เป็นสาวใช้ร่วมห้องในเรือนของเขาหรือไม่กันแน่?”

แม่นมเติ้งกล่าวว่า “ได้ยินว่าเป็นแค่สาวใช้อุ่นเตียง ยังไม่ทันได้รับสถานะเป็นสาวใช้ร่วมห้องด้วยซ้ำเจ้าค่ะ!”

น่าเวทนาเสียจริง

ฮูหยินเฒ่าเผยถึงกับอกกระเพื่อมด้วยแรงโทสะ “เขาจะอำมหิตได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ!? ลูกในท้องของเหมยเสวี่ยนั่น ไม่ใช่สายเลือดของเขาหรืออย่างไร!?”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel