บทที่ 34
หลี่ชิงลั่วรีบเอามือปิดหน้า “แม่นม เมื่อสองวันก่อนบ่าวเดินสะดุดขาตัวเองจนหกล้ม หน้ากระแทกจนเสียโฉมใบหน้าผิดรูปไปหมด แม่นมจะจำข้าไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อีกทั้งบ่าวยังเป็นแค่สาวใช้ที่ทำงานหยาบ ปกติจะช่วยงานอยู่ในห้องครัวเจ้าค่ะ”
แม้แต่หลี่ชิงลั่วเองก็ยังคิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าตัวเองจะแต่งเรื่องโกหกได้เก่งกาจขนาดนี้
แถมแม่นมคนนี้ก็เชื่อจริง ๆ เสียด้วย
"เมื่อสองวันก่อน ได้ยินว่ามีสาวใช้แซ่ฉู่คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในครัวเพิ่งกลับบ้านไป เป็นเจ้าเองหรอกรึ? แล้วทำไมเจ้าถึงทำตัวเองจนมีสภาพเป็นแบบนี้ได้ ? สองวันนี้อย่าเพิ่งไปเสนอหน้าที่เรือนใหญ่ให้นายท่านเห็นเชียวล่ะ! รีบตามข้าเข้าไป!"
หลี่ชิงลั่วทำเนียนเดินตามแม่นมเข้าไปในคฤหาสน์อ๋องอวิ๋น แม้แต่ตัวนางเองก็ยังคิดไม่ถึงว่าจะราบรื่นขนาดนี้
หลังจากแยกกับแม่นม เพื่อเป็นการระวังแบบรอบด้าน นางจึงเดินอ้อมไปมาอยู่เป็นเวลานาน จนในที่สุดก็คลำเจอเส้นทางที่พาไปยังห้องครัว
เดิมทีในครัวก็มีคนเยอะมากอยู่แล้ว พอเห็นหน้าสาวใช้ที่รูปโฉมไม่มีอะไรน่าดึงดูดนัก ก็ไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้นางเริ่มทำงานของตัวเองไป
หลี่ชิงลั่วเข้าไปปะปน แถมยังทำงานได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เดิมทียังคิดอยู่ว่าเมื่อไหร่จะแอบหนีออกไปตามหาหลิวจินจือได้ แต่แล้วจู่ ๆ แม่นมคนเดิมที่นางเจอตรงประตูคนนั้นก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง
นางมองเข้ามาแวบเดียวก็เห็นหลี่ชิงลั่วทันที
"เจ้า ตามข้ามา"
หลี่ชิงลั่วลุกขึ้น ทำตามคำสั่งของแม่นม ยกอาหารถาดหนึ่งที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วขึ้นมา แล้วเดินตามอีกฝ่ายออกจากห้องครัวไป
หลี่ชิงลั่วคิดในใจ ยังดีที่เมื่อครู่นี้มาถึงห้องครัวได้ทันการ ไม่งั้นถ้าแม่นมคนนั้นย้อนกลับมาแล้วไม่เห็นนางที่นี่ จะต้องดึงดูดความสงสัยจนเกิดปัญหาตามมาแน่ ๆ
ทันทีที่หลี่ชิงลั่วออกไป ทุกคนในครัวต่างก็มองหน้ากันอย่างสับสน มีคนถามด้วยความสงสัยว่า "นี่ใครน่ะ?"
"ในครัวเรามีสาวใช้หน้าตาแบบนี้อยู่ด้วยรึ?"
"หน้าตาแบบนั้นข้าแยกไม่ออกเลย จะเป็นฉูฉู่หรือเปล่า?"
"นังตัวดีนั่นพูดพล่ามอยู่ตลอดเวลาเลย แต่วันนี้กลับไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว จะใช่นางรึ?"
สาวใช้ที่รับผิดชอบยกอาหารไปพร้อมกับหลี่ชิงลั่ว ยังมีอีกสองคนซึ่งเป็นสาวใช้ที่แม่นมพามาเอง
ตลอดทางหลี่ชิงลั่วไม่กล้าถามอะไร ทำได้แค่ก้มหน้าลงฟังพวกนางคุยกัน
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่? ทำไมถึงชอบแวะมาตอดเล็กตอดน้อยที่นี่ทุก ๆ สองสามวันเลยล่ะ? คุณหนูของเราก็ไม่เคยยอมพบหน้า แต่นางก็ยังทำตัวไร้มารยาท แวะมาทีไรแค่กินไม่พอยังห่อกลับตลอด แถมยังเรียกพวกเราไปปรนนิบัติอีก! น่าขยะแขยงสิ้นดีเลย”
"ใช่ไหมล่ะ? นางยังคิดว่าตัวเองเป็นกึ่ง ๆ เจ้านายของที่นี่ไปแล้วล่ะมั้ง ชอบทำเป็นอวดเบ่งต่อหน้าพวกเราตลอด น่ารังเกียจสิ้นดีเลย ถุย!"
พูดพลาง มีสาวใช้คนหนึ่งถึงกับถ่มน้ำลายใส่อาหารแบบเต็ม ๆ คำ
สาวใช้อีกคนรีบทำตามทันที แม่นมที่อยู่ข้างหน้าทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมามอง
สาวใช้ทั้งสองต่างก็ถ่มน้ำลายใส่อาหาร แถมยังหันกลับมามองหน้าหลี่ชิงลั่วด้วย
ราวกับว่าถ้านางไม่ทำแบบนี้ ก็จะอยู่ผิดที่ผิดทาง เป็นคนนอกคอกที่จ้องจะหาเรื่องฟ้องพวกนาง!
หลี่ชิงลั่วเดาได้ในใจว่าคนที่พวกนางพูดถึงต้องเป็นหลิวจินจือแน่ ๆ
ดังนั้น นางจึงยกยิ้มน้อย ๆ แล้วทำตามเพื่อนพ้องไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ในเรือนแยกอันเงียบสงบหลังหนึ่ง หลิวจินจือกำลังนั่งอยู่ในนั้น เพลิดเพลินไปกับการนวดไหล่นวดหลังของบรรดาสาวใช้
หลังจากที่หลี่ชิงลั่วเข้าไปแล้ว ก็ก้มหัวลงแล้วเดินตามพวกนางไปวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ มองดูหลิวจินจือกินอาหารทั้งหมดลงไปอย่างเอร็ดอร่อย
"อื้ม! อร่อยมาก ๆ! อาหารที่เรือนจูเอ๋อร์ของเรานี่แหล่ะ ถึงจะเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในเมืองจินหลิง!"
มืออวบอ้วนข้างหนึ่งถือน่องไก่ที่มันเยิ้ม ส่วนมืออีกข้างก็ตักหอยเป๋าฮื้อยัดเข้าปากไม่หยุด กินจนใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบมันเลี่ยน
สาวใช้คนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทบจะอาเจียนออกมาเมื่อได้เห็นภาพฉากนั้น
หลังจากกินเสร็จ หลิวจินจื่อยังแคะขี้ฟันอย่างสบายอกสบายใจ พลางสั่งให้สาวใช้ปรนนิบัตินางล้างมือกับยกน้ำมาให้บ้วนปาก
หลี่ชิงลั่วเห็นแล้วก็นึกอยากหัวเราะ
ดูเหมือนว่าหลายปีมานี้ หลิวจินจือจะมีชีวิตที่ดีพอสมควรเลยทีเดียว
หลิวจินจือมีอายุมากกว่าหลี่ชิงลั่วสิบปี นางเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของยายเฒ่าหลิวผู้เป็นหมอตำแย ซึ่งเป็นคนที่ลงมือสับเปลี่ยนตัวนางหลี่ชิงลั่วกับหลี่ชิงจูหน้าตาเฉย ทั้งยังเป็นอาแท้ ๆ ของหลี่ชิงจูอีกด้วย
หลี่ชิงลั่วในวัยเด็ก ต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกหลิวจินจือข่มเหงและด่าทออยู่ตลอดเวลา
นางโยนงานบ้านเกือบทั้งหมดที่ตัวเองต้องรับผิดชอบมาให้หลี่ชิงลั่วทำ
ไม่ว่าจะเป็นซักผ้า เก็บฟืน ทำอาหาร ทำงานในไร่นา ไปจนถึงตัดหญ้า
หากหลี่ชิงลั่วแสดงท่าทีต่อต้านขัดขืน นางก็จะชักนำให้เด็กคนอื่น ๆ ในบ้านรุมรังแกและตบตีด่าทอหลี่ชิงลั่ว
จากนั้นก็จะทำตัวเป็นผู้ร้ายชิงฟ้องก่อน ด้วยการวิ่งโร่ไปฟ้องผู้ใหญ่ในตระกูลหลิว แล้วใส่ร้ายป้ายสีหลี่ชิงลั่วในสิ่งที่นางไม่ได้ทำ
แน่นอนว่าหลี่ชิงลั่วย่อมถูกทุบตีอย่างรุนแรงโดยไม่ต้องสงสัย
โชคดีที่เมื่อห้าปีก่อน หลิวจินจือก็ออกจากหมู่บ้านหลิวไป แล้วไม่ได้กลับมาอีกเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ได้ยินมาว่านางแต่งงานกับคนขายเนื้อ มีชีวิตที่นับได้ว่าค่อนข้างมั่งคั่ง
พอมาดูตอนนี้ นางมีตรงไหนที่เรียกได้ว่าแค่ค่อนข้างมั่งคั่งกันล่ะ?
เกรงว่าคงนับญาติหลี่ชิงจูผู้เป็นหลานสาวแท้ ๆ คนนี้ ใช้ชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่าขึ้นกว่าเดิมแล้วมากกว่า
"เจ้า รินน้ำชามาให้ข้าถ้วยนึงซิ"
จู่ ๆ หลิวจินจือก็ชี้นิ้วสั่ง ชี้ตรงมาที่หลี่ชิงลั่วพอดิบพอดี ก่อนจะเคาะโต๊ะตรงหน้าตัวเอง
นางเรอออกมาเสียงดังสนั่น สารพัดกลิ่นที่สะสมอยู่ในปาก ก็กระจายไปทั่วทุกสารทิศทันที
คนอื่นต่างพากันขมวดคิ้วนิ่วหน้า มีบางคนถึงกับพ่นลมหายใจฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์ มีเพียงหลี่ชิงลั่วเท่านั้นที่คุ้นเคยกับอะไรแบบนี้มานานแล้ว จึงเดินเข้าไปรินน้ำชาให้นางอย่างเชื่อฟัง
หลิวจินจือรู้ดีว่าคนพวกนี้ต่างก็รังเกียจนาง
แต่ต่อให้เป็นอย่างนั้น พวกนางจะทำอะไรนางได้ล่ะ?
นางเป็นอาแท้ ๆ ของจูเอ๋อร์เชียวนะ!
หลิวจินจือดื่มชา กลิ่นหอมอ่อน ๆ อบอวลไปทั่วปาก ทำให้นางหลับตาลงอย่างสบายอกสบายใจ
นางมองหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสีผิวค่อนข้างดำคล้ำ ใบหน้าฟกช้ำดำเขียวแลดูพิกล ก็พาลนึกถึงหลิวเฉ่าเอ๋อร์ผู้น่ารังเกียจคนนั้นขึ้นมาทันที
ได้ยินมาว่านางก็กลับตระกูลหลี่ไปแล้วเหมือนกัน ไม่รู้ว่าถ้าตนไปเยี่ยมหา นางจะยอมรับอาคนนี้อยู่หรือไม่?
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ แม่นมที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาว่า "แม่นางหลิว คุณหนูสั่งไว้ว่าวันนี้นางไม่มีเวลาว่างมาพบเจ้า ดังนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จ ก็เชิญกลับไปได้ตามสบายเลยนะ"
หลิวจินจือกระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง "ไม่ว่างอีกแล้วเรอะ!?"
สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “มากี่ครั้ง ก็ไม่เคยมีเวลามาพบข้าเลยสักครั้ง งั้นข้าจะไปหานางเอง!”
หลิวจินจือลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยวแล้วทำท่าจะพุ่งออกไป แม่นมรีบส่งสายตาเป็นสัญญาณทันที สาวใช้สี่ห้าคนรีบพุ่งเข้าไปจับตัวหลิวจินจือแล้วกดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
"ปล่อยข้านะ! พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปฟ้องจูเอ๋อร์ให้สั่งถลกหนังพวกเจ้าทั้งเป็นให้หมดเลย!"
แม่นมหัวเราะเยาะ "ถุย! หน้าไม่อายอะไรขนาดนี้? ยังขวัญกล้าบังอาจเรียกชื่อคุณหนูตรง ๆ อีก สวะอย่างเจ้ามันตัวอะไร? คุณหนูไม่ยอมพบเจ้า ก็ยังจะทำตัวหน้าด้านดันทุรังมากิน มาดื่ม มาเอาของกลับไปทุก ๆ สองวัน คิดจริง ๆ น่ะรึว่าตัวเองเป็นเจ้านายของที่นี่ไปแล้ว?"
"คุณหนูเห็นแก่ความสัมพันธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ยอมให้ข้าวให้น้ำเจ้ากินแล้วไสหัวกลับไป ถ้าเจ้ายังไม่รู้จักสำเหนียกตัวเองอีกล่ะก็ วันใดวันหนึ่งโดนเชือดทิ้ง เจ้าอาจตายโดยที่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเป็นเพราะอะไร"
คำพูดของแม่นมทำเอาหลิวจินจือสะดุ้งสุดตัว
"เจ้า...เจ้ากล้าดียังไง จูเอ๋อร์ จูเอ๋อร์!ข้าอยากพบจูเอ๋อร์! จูเอ๋อร์ ข้าเป็นอาแท้ ๆ ของเจ้านะ จูเอ๋อร์เจ้ารีบมาดูเร็วเข้า ว่าพวกทาสชั้นต่ำพวกนี้มันปฏิบัติกับข้ายังไง"
ปากของหลิวจินจือถูกปิดไว้ สาวใช้หลายคนที่เห็นนางขัดนัยน์ตามานานแล้ว รีบฉวยโอกาสนี้ทั้งหยิกทั้งข่วนทั้งกระชากนาง ร่างกายที่ตอนนี้ดื่มกินเข้าไปเต็มที่จนอุ้ยอ้ายของหลิวจินจือ ถูกเหล่าสาวใช้กดทับจนขยับตัวไม่ได้ จำต้องปล่อยให้พวกนางลงมือทุบตีตามใจชอบ
แม่นมแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
ทั่วทั้งลานบ้าน มีเพียงหลี่ชิงลั่วคนเดียวที่ยืนอยู่อีกด้าน ชมดูละครเรื่องสนุกอยู่เฉย ๆ
แม้จะไม่ได้ร่วมลงมือ แต่สีหน้าของนางกลับเต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น
ขณะที่แม่นมกำลังจะเอ่ยปากถามอะไรบางอย่าง ด้านนอกเรือนก็มีแม่นมอีกคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"แม่นมจ้าว เร็วเข้า! นายท่านกลับมาแล้ว ทางคุณหนูสั่งให้ทำอาหารจานร้อนที่นายท่านชอบขึ้นโต๊ะเดี๋ยวนี้เลย ยังมีอีกนะ คนที่ยกอาหารขึ้นโต๊ะอย่าให้จิ้มลิ้มพริ้มเพราเกินไปนัก แค่นาง แบบสาวใช้คนนี้ก็พอแล้ว"
แม่นมยกนิ้วชี้ขึ้นมา ชี้ตรงไปที่หลี่ชิงลั่วอีกครั้ง
