บท
ตั้งค่า

บทที่ 22

นางพูดแค่นั้น สิ้นเสียงก็หันหลังกลับยกสองมือไพล่หลัง แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว รอจนคนจากตระกูลจวงมาตามตัวจนเจออีกครั้ง จวงเว่ยก็นั่งพิงอยู่ข้าง ๆ ถังน้ำในสภาพวิญญาณไม่อยู่กับตัว เหมือนหมาเร่ร่อนไร้บ้านตัวหนึ่งก็ไม่ปาน

ในสมองของเขาเวลานี้ สิ่งเดียวที่จำได้คือดวงตาสีดำที่สว่างเจิดจ้าจนเกินไปคู่นั้น

อีกฝ่ายด่าเขา เรียกเขาว่าเศษสวะ! ?

ตั้งแต่เกิดมา จวงเว่ยไม่เคยโดนดูหมิ่นเหยียดหยามขนาดนี้มาก่อน!

ในที่สุดหลี่ชิงลั่วก็มาถึงตลาดตะวันตก หลังจากเดินวนสองรอบ นางก็เลือกร้านตีเหล็กที่เล็กที่สุดแห่งหนึ่ง แล้วเดินเข้าไป

"นายช่าง ข้าอยากสั่งทำของตามแบบนี้สักหน่อย ไม่ทราบว่าเจ้าพอจะทำได้หรือไม่?"

หลี่ชิงลั่วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้ช่างตีเหล็กที่เดินออกมา

ท่อนบนของชายคนนั้นเปลือยเปล่า ดำขลับจนเป็นเงา หลี่ชิงลั่วพยายามอย่างเต็มที่ในการบังคับตัวเองให้จ้องมองใบหน้าของชายคนนั้น แล้วพยายามควบคุมลมหายใจให้นิ่ง ไม่ให้อีกฝ่ายมองออกว่านางกำลังเกิดความรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจแปลก ๆ

หลี่ชิงลั่วเป็นคนวาดภาพนี้เอง นางต้องการกริชสักเล่มไว้ป้องกันตัว

กริชเล่มนี้ไม่ควรใหญ่เกินไป สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้

และต้องไม่ใช่แค่กริชธรรมดา นางอยากได้กริชสองคม ด้านหนึ่งเป็นใบมีด ส่วนอีกด้านตีเป็นลิ่มเหล็กคม ๆ

หลังจากที่ประมือกับหลี่เค่อชวนเมื่อคราวก่อน หลี่ชิงลั่วก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า แค่กรรไกรเล่มเดียว มันไม่สามารถช่วยให้นางปกป้องตัวเองได้

ด้วยเหตุนี้เอง นางจึงเกิดความคิดที่ว่านี้ขึ้นมาในชั่วข้ามคืน แล้ววาดสิ่งนี้ขึ้นมาตามจินตนาการของตัวเอง

ตอนแรกนางก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่คิดไม่ถึงว่าทันทีที่ช่างตีเหล็กได้เห็นภาพในกระดาษร่างแบบของนาง ดวงตาก็ถึงกับเป็นประกาย

"พ่อหนุ่มน้อย เจ้าไปได้ภาพนี้มาจากที่ไหนรึ? ช่างชาญฉลาดเสียจริง!"

หลี่ชิงลั่วคิดไม่ถึงว่า แค่กริชที่สมองของนางคิดขึ้นมาลวก ๆ เล่มเดียว จะถึงกับได้รับคำชมจากคนอื่น

นางไม่ได้บอกว่านั่นเป็นภาพที่นางวาดเอง แค่อยากรู้ว่า "ช่างทำได้หรือไม่?"

ช่างตีเหล็ก "ได้สิ! แน่นอนว่าทำได้อยู่แล้ว แต่เจ้าต้องให้เวลาข้าสามวัน"

หลี่ชิงลั่วดีใจมาก "ตกลง! อีกสามวันข้าจะกลับมาเอาแล้วกัน จริงสิ ไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่?"

ช่างตีเหล็ก "สองตำลึงเงินก็พอแล้ว!"

หลี่ชิงลั่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถึงแม้ราคาจะไม่ถูกนัก แต่ก็ถูกกว่าที่นางคาดไว้มาก

นางจ่ายเงินเป็นค่ามัดจำก่อนหนึ่งตำลึงอย่างใจป้ำ ส่วนที่เหลืออีกวันสองวันหลังส่งสินค้าค่อยมาจ่าย

เมื่อพูดจบ หลี่ชิงลั่วก็ไม่รั้งอยู่นาน รีบกลับไปที่จวนหลี่ทันที

สามวันต่อมา

หลี่ชิงลั่วเดินทางมาตามที่สัญญากันไว้ ไปที่ร้านตีเหล็กในตลาดตะวันตกแล้วรับกริชที่ตัวเองสั่งทำ

กริชเล่มนี้ทำออกมาได้อย่างประณีต ดูเผิน ๆ จะคล้ายมีดสั้นธรรมดาทั่วไป แต่ส่วนของด้ามจับสามารถดันให้เปิดออกได้อย่างง่ายดาย ด้านในยิ่งตรงกับสิ่งที่หลี่ชิงลั่วต้องการ นั่นก็คือลิ่มเหล็กที่คมพอที่จะใช้เป็นอาวุธได้

หลังจากจ่ายเงินแล้ว หลี่ชิงลั่วก็เตรียมจะออกจากร้านไป จู่ ๆ ช่างตีเหล็กคนนั้นกลับพูดขึ้นว่า

"พ่อหนุ่มน้อย ไม่ทราบว่าแบบร่างของกริชเล่มนี้ของเจ้า พอจะขายให้ข้าได้หรือไม่?"

หลี่ชิงลั่วไม่รู้ว่า เจ้าสิ่งนี้ยังถึงกับขายเป็นเงินได้ด้วย?

นางอยากหาเงิน แบบร่างแผ่นนี้ ย่อมขายให้ได้อยู่แล้วล่ะ

ช่างตีเหล็กยื่นมือออกไปทำท่าเชื้อเชิญ แล้วพูดว่า "หากพ่อหนุ่มยินดี พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า"

หลี่ชิงลั่วมองเข้าไปในห้องที่มืดทะมึนนั้น แล้วส่ายหน้า “ช่างเถอะ คุยกันตรงนี้ก็ได้ ข้าไม่เข้าไปหรอก”

การระแวดระวังคนเป็นสิ่งที่ไม่ควรขาด แม้ว่านางจะไม่อยากคิดในแง่ร้ายกับคนอื่นมากเกินไป แต่ในแผ่นดินนี้คงไม่ได้มีคนดีอยู่มากมายอะไรขนาดนั้น

ช่างตีเหล็กก็ไม่บังคับ แค่ประสานมือแล้วพูดว่า

"เจ้าของร้านของเราต้องตากริชของพ่อหนุ่มน้อยเล่มนี้ จึงอยากผลิตเพิ่มอีกหลาย ๆ ชุด แต่เจ้าของร้านบอกว่า ในเมื่อพ่อหนุ่มเป็นคนเอามา คาดว่าคงจะรู้แน่ว่าใครเป็นคนเขียนแบบร่างแผ่นนี้ ก็เลยเกิดความคิดอยากจะทำธุรกิจด้วย"

หลี่ชิงลั่ว "ภาพนี้ข้าเป็นคนวาดเอง พวกเจ้าปรึกษากับข้าโดยตรงได้เลย"

ช่างตีเหล็กมองหลี่ชิงลั่วด้วยสายตาที่แฝงแววชื่นชมขึ้นอีกหลายส่วน "พ่อหนุ่มน้อยช่างมีความคิดสร้างสรรค์จริง ๆ กริชเล่มนี้ ออกแบบได้ประณีตงดงามนัก ดูเผิน ๆ เหมือนกริชธรรมดาทั่วไป แต่ก็นับได้ว่าเป็นอาวุธลับชนิดหนึ่งไปแล้ว"

หลี่ชิงลั่ว "ขอบคุณที่ชม มันก็แค่อุปกรณ์ป้องกันตัวน่ะ"

ช่างตีเหล็ก "ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ไม่พูดอะไรให้มากความแล้วดีกว่า พ่อหนุ่มน้อย เจ้าของร้านของเรายินดีจ่ายเงินจำนวนนี้ เพื่อซื้อแบบร่างของเจ้า ไม่ทราบว่าพ่อหนุ่มยินดีจะขายให้เราหรือไม่?"

ช่างตีเหล็กชูมือข้างหนึ่งขึ้นมา หลี่ชิงลั่วแอบตกใจเล็กน้อย ห้าตำลึงเงิน? มากขนาดนี้เชียว? นางยังไม่ทันมีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไรกลับไป อีกฝ่ายก็พูดต่อทันทีว่า "ถ้าห้าสิบตำลึงพ่อหนุ่มยังไม่พอใจล่ะก็ เรื่องนี้เรายังปรึกษาหารือกันใหม่ได้"

เท่าไหร่นะ?

ห้า... ห้าสิบตำลึง?

ไม่ใช่ห้าตำลึง แต่เป็นห้าสิบตำลึงเชียวรึ?

ตอนแรกที่ยังอยู่ในบ้านตระกูลหลิว เงินห้าตำลึงก็มากพอให้ทุกคนในตระกูลหลิวใช้ชีวิตอยู่ได้เป็นปีแล้ว!

แถมหลายวันที่ผ่านมา นางยังเก็บเงินได้เกือบ ๆ ร้อยตำลึงแล้วด้วย!

วันนี้ออกมาข้างนอก นี่ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างไม่คาดฝันจริง ๆ

หลี่ชิงลั่วรีบตอบตกลงทันที

มือหนึ่งส่งแบบร่างออกไป ส่วนมืออีกข้างก็รับถุงเงินที่ตุงจนป่องมา จากนั้นก็จ้ำอ้าวจากไปอย่างรวดเร็ว

ช่างตีเหล็กกลับเข้าไปข้างในพร้อมแบบร่าง เดินเข้าไปในความมืด แล้วประคองแบบร่างด้วยสองมือยื่นส่งให้เงาร่างสูงผอมเพรียวที่สวมเสื้อคลุมกันลมสีดำร่างหนึ่ง

"คุณชาย เจ้าหนุ่มน้อยคนนั้นรับเงินเสร็จก็จากไปเลยขอรับ"

เงาร่างสีดำเงยหน้าขึ้น ความมืดปกปิดใบหน้าของเขาไปกว่าครึ่ง

แต่ผิวหนังที่เผยออกมาให้เห็นกลับซีดเผือดเหมือนคนตายก็ไม่ปาน มุมริมฝีปากยิ่งไม่มีสีเลือดเลยซักนิด

เวลานี้เป็นช่วงฤดูร้อน แต่เจ้าของเงาร่างสีดำกลับต้องผิงไฟเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น แต่ยังติดที่บางครั้งเจ้าตัวก็ไม่อาจหยุดสั่นน้อย ๆ ให้เห็นได้

เขารับกระดาษที่วาดแบบร่างกริชแผ่นนั้นมา มองแค่แวบเดียว จากนั้นก็โยนเข้าไปในเตาไฟที่อยู่ข้าง ๆ ทันที

"คุณชาย! นี่มัน...."

นี่มันคือเงินห้าสิบตำลึงเชียวนะ!

เงาร่างสีดำกลับพูดว่า "หรือว่า เจ้ายังจำไม่ได้ว่าของสิ่งนี้มันต้องสร้างขึ้นมายังไง?"

ช่างตีเหล็กก้มหัวลง ตอบว่า "ข้าน้อยย่อมจำได้แล้วขอรับ"

เขาแค่ไม่เข้าใจว่า ทำไมคุณชายถึงต้องให้เงินห้าสิบตำลึงแก่เจ้าหนุ่มน้อยคนนั้นด้วย?

ต่อให้แอบตีเจ้ากริชนี่ขึ้นมาเป็นพัน ๆ ชิ้น เจ้าหนุ่มน้อยนั่นก็ไม่แน่หรอกว่าจะรู้

แถมถ้าจะให้พูดไป ใต้หล้านี้ก็ยังมีเรื่องบังเอิญมากมาย ต่อให้วันหนึ่งเจ้าหนุ่มนั่นจะมาเจอเข้าจริง ๆ ก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้

เงาร่างสีดำพูดเพียงว่า "คนคนนี้โลภอยากมีทรัพย์สิน แต่ไม่ได้มีจิตใจละโมบโลภมาก ดังนั้น เขาจะต้องกลับมาอีกแน่ ๆ บางที เขาอาจจะนำพาเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจอะไรมามอบให้ข้าบ้างก็ได้นะ แค่ก ๆ ๆ"

ทันทีที่หลี่ชิงลั่วกลับมาถึงจวนแม่ทัพ ก็รีบซ่อนเงินห้าสิบตำลึงนั้นไว้อย่างมิดชิด

ชั่วขณะที่นั่งอยู่ในห้อง นางถึงกับต้องยกมือขึ้นมากดหน้าอกที่ยังคงเต้นระรัวไม่หยุด แถมเรื่องนี้ยังทำให้หัวใจของนางลิงโลดขึ้นมาด้วย

คิดไม่ถึงเลยว่า แค่แบบร่างอาวุธที่ใช้ป้องกันตัวแผ่นเดียว จะแลกเป็นเงินถึงห้าสิบตำลึงได้!

ยิ่งไปกว่านั้น ช่างตีเหล็กคนนั้นยังแสดงท่าทีว่า เดิมทีเขายังมีเจตนาที่จะเจรจาเพิ่มราคาให้สูงขึ้นด้วย

แต่เป็นเพราะนางไม่อยากเผยท่าทีประหม่าออกมา เมื่อเห็นว่าน่าพอใจดีแล้วก็รีบรับไว้ รับเงินแล้วก็กลับทันที

แต่ถ้านางวาดแบบร่างเพิ่มอีกซักหลาย ๆ แผ่นล่ะ?

ภาพแบบร่างพวกนี้ ยังจะขายเป็นเงินได้อยู่ไหมนะ?

หรือบางที อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกพอใจกับอาวุธที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้

หลี่ชิงลั่วคิดว่าจะไปลองหาที่เรือนของย่า แล้วยืมหนังสือที่เกี่ยวกับอาวุธมาอ่านดูซักเล่ม

เพิ่งจะเกิดความคิดนี้ขึ้นมา ชุ่ยเอ๋อร์ก็มาเคาะประตูพอดี “คุณหนู ท่านฮูหยินเฒ่าต้องการให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ”

หลี่ชิงลั่วรีบล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพุ่งออกไปทันที

"ลั่วเอ๋อร์คารวะท่านย่า"

หลี่ชิงลั่วค้อมตัวทักทายฮูหยินเฒ่าเผย ก็เห็นฉวี่ซื่อที่นั่งอยู่อีกด้าน จึงทักทายขึ้นอีกครั้งว่า"คารวะท่านแม่"

นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฮูหยินเฒ่าเผยกลับมา ที่ฉวี่ซื่อมาน้อมทักทายแม่สามี

ต่างจากชาติก่อน ที่ร่างศพปลอมของหลี่ชิงจูไม่ได้เก็บไว้ในจวนแม่ทัพนานนัก ถูกฝังไปเมื่อวานนี้แล้ว

หลี่ชิงลั่วอยู่ภายใต้การคุ้มครองของฮูหยินเฒ่าเผย ซึ่งเรื่องนี้ก็แตกต่างจากชาติก่อนเหมือนกัน ตรงที่ทุกวันนางจะถูกหลี่เค่อชวนบังคับให้ไปคุกเข่าอยู่หน้าห้องไว้ทุกข์ นั่งเผากระดาษเงินกระดาษทอง

แม้แต่ในงานศพเมื่อวานนี้ ท่านฮูหยินเฒ่าก็ยังไม่ยอมออกมาปรากฏตัว ถึงขั้นที่เรือนจิ้งฉือทั้งเรือนไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวนนางเลย จึงทำให้หลี่ชิงลั่วได้พักผ่อนอย่างสุขกายสบายใจ

แต่นางก็รู้ดี ว่าหลี่เค่อชวนไม่มีทางยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน

เมื่อชาติก่อน หลี่ชิงลั่วถูกบังคับให้เฝ้าหน้าโลงศพของหลี่ชิงจูเป็นเวลาเจ็ดวันเต็ม ๆ แต่ถึงกระนั้น ในวันที่ทำพิธีฝังศพของหลี่ชิงจู หลี่ชิงลั่วยังถูกหลี่เค่อชวนลงโทษต่อไป ด้วยการให้คุกเข่าอยู่หน้าห้องไว้ทุกข์ทั้งที่โลงศพถูกหามออกไปแล้ว

เขาต้องการให้หลี่ชิงลั่วสวดพระสูตรส่งวิญญาณให้หลี่ชิงจูต่ออีกเจ็ดวัน

"วิญญาณของจูเอ๋อร์ไม่สงบ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะเจ้าคนเดียว! หลี่ชิงลั่ว เจ้าต้องสวดพระสูตรส่งวิญญาณให้จูเอ๋อร์เจ็ดวันเจ็ดคืน! หากผ่านไปเจ็ดวันแล้ว วิญญาณของนางยังไม่สงบ เจ้าก็ต้องสวดต่อไปอีกสี่สิบเก้าวัน"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel