บทที่ 21
ได้ยินว่า ตอนที่นางยังอยู่ในท้องของฉวี่ซื่อ เป็นเพราะฮูหยินเฒ่าของจวนจงอี้โหวมีความสัมพันธ์อันดีกับบ้านเดิมของแม่ บวกกับมองเห็นแววรุ่งของตระกูลหลี่ จึงได้ชี้ไปที่ท้องของฉวี่ซื่อ แล้วพูดว่าถ้าเด็กคนนี้คลอดออกมาเป็นผู้หญิง ก็จะให้แต่งงานกับหลานชายสายตรงคนที่สามของนาง
การแต่งงานครั้งนี้ จึงถูกกำหนดเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในชาติก่อนก็เป็นตอนที่หลี่ชิงลั่วกลับถึงจวนมาได้หนึ่งเดือน ค่อยมารู้ทีหลังว่าหลี่ชิงจูตายแล้ว เรื่องการแต่งงานที่ว่านี้จึงร่วงลงมาใส่หัวของนางแทน
แต่ติดที่ได้ยินมาว่าจวงเว่ยพยายามฆ่าตัวตายที่บ้าน หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมแต่งงานกับนาง
หรือบางทีเขาอาจจะวางแผนฝ่าวงล้อมการสอบหน้าพระที่นั่ง หรือไม่ก็ทำไปเพื่อหาโอกาสแสดงความสามารถของตัวเองโดยไม่พึ่งพาคนอื่น จะได้ควบคุมเรื่องนี้ได้
ความรู้สึกที่เขามีต่อหลี่ชิงจู นับว่าเป็นความรักที่ลึกซึ้งแบบสุดจิตสุดใจเลยก็ว่าได้
วันนี้ เขายังมานั่งเมาเหล้าอาละวาดอยู่ตรงนี้อีก
นางจ้องมองจวงเว่ยด้วยสายตาเย็นชา รู้ดีว่าเขาคงไม่ถูกตีจนตายแน่
เป็นไปตามคาด เพียงไม่นานคนของตระกูลจวงก็มาตามหาเจ้านาย
"คุณชายสามขอรับคุณชายสาม ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ไอ้พวกอันธพาล กล้าดียังไงมาทำร้ายคุณชายสามของจวนโหวเรา ทหาร รีบมาจับพวกมันไปให้หมด!"
จวงเว่ยถูกพยุงให้ลุกขึ้นมา แน่นอนว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล
ก่อนจะจากไป เขายังปลดถุงใส่เงินที่ห้อยอยู่ข้างเอวออกมา ไม่แม้แต่จะชายตามองหลี่ชิงลั่วซักนิด ก็จัดแจงโยนถุงใส่เงินทั้งใบมาให้นาง
สายตาของทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างพากันจับจ้องมาที่นางทันที
หลี่ชิงลั่วยกถุงเงินขึ้นมาดู
มันมีเรื่องดี ๆแบบนี้อยู่บนโลกด้วยรึ?
คนรับใช้คนนั้นก็เหลือบมองหลี่ชิงลั่วแวบหนึ่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจ แค่พยุงจวงเว่ยพลางร้องเรียกด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยว่า "คุณชายสาม คุณชายสาม ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่ คุณชายของข้า!"
เมื่อเห็นว่าคนตระกูลจวงจากไปแล้ว หลี่ชิงลั่วก็รีบหลบหลีกสายตาของผู้คน ออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง
หลี่ชิงลั่วเดินอ้อมไปอ้อมมาหลายรอบ ค่อยคลานเข้าไปในช่องสุนัขลอดเพื่อกลับตระกูลหลี่
ยังดีที่ตอนนั้นฟ้ามืดแล้ว ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นนางเหมือนเดิม
เมื่อกลับถึงห้อง ทางด้านชุ่ยเอ๋อร์ก็ไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไรเกิดขึ้น
ยกเว้นตอนที่พวกแม่นมจางมาถามสองครั้ง ชุ่ยเอ๋อร์ก็แกล้งทำเป็นหลับเพื่อตบตาให้เรื่องมันผ่านไป
หลี่ชิงลั่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก ส่งชุ่ยเอ๋อร์กลับไป ค่อยมีเวลาตรวจสอบถุงใส่เงินที่จวงเว่ยโยนให้
คุณชายสามแห่งจวนจงอี้โหวช่างสุรุ่ยสุร่ายอย่างที่คิดจริง ๆ
เศษเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาพกติดตัวเวลาออกไปข้างนอก มีอยู่กว่ายี่สิบตำลึง
หลี่ชิงลั่วเก็บเงินไปอย่างสบายอกสบายใจ งัดอิฐก้อนหนึ่งที่มุมกำแพงห้องออก ขุดดินบางส่วนในนั้นให้เป็นโพรง จากนั้นค่อยยัดถุงใส่เงินใบนั้นเข้าไปข้างใน
วันรุ่งขึ้น หลี่ชิงลั่วก็ออกไปทางช่องสุนัขลอดอีกครั้ง
หลังจากที่นางเอาไข่มุกไปแลกเป็นเงินได้มาสี่ตำลึงแล้ว ก็ถามทางเตรียมตัวจะไปตลาดตะวันตก ตั้งใจว่าจะหาร้านตีเหล็กสักร้าน
ยังเดินไปไม่ถึงที่ ระหว่างทางตอนที่เดินผ่านกำแพงหน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง ก็บังเอิญเจอจวงเว่ยอีกครั้ง
เขายังคงดื่มเหล้าจนมีสภาพเมาแอ๋ไม่ได้สติเหมือนเดิม
มือข้างหนึ่งพยุงกำแพง ส่วนมืออีกข้างถือไหเหล้า เดินโซเซเป๋ไปเป๋มาขวางทางที่หลี่ชิงลั่วกำลังจะเดินไป
"จูเอ๋อร์ จูเอ๋อร์ ทำไมเจ้าถึงทิ้งข้าไว้เพียงคนเดียวในโลกใบนี้?"
จวงเว่ยไถลตัวไปตามแนวกำแพงแล้วนั่งลง แหงนมองท้องฟ้าสีเทาหม่น พลางหยิบไหเหล้าขึ้นมากรอกใส่ปาก
น่าเสียดาย ไหเหล้ากลับว่างเปล่าลงอีกครั้ง
เขาโยนไหเหล้าทิ้งอย่างมีโทสะ ปากก็ร้องตะโกนว่า "เอาเหล้ามา เอาเหล้ามาอีก!"
ไหเหล้าตกลงมาแตกอยู่ข้างเท้าของหลี่ชิงลั่ว เขาเงยหน้าขึ้นมองเห็นนาง
"เป็นเจ้าอีกแล้ว!"
เห็นได้ชัดว่าถึงแม้จะเมาจนสติสตังเลอะเลือน แต่กระทั่งหลี่ชิงลั่วที่เป็นเพียงคนเดินผ่านทางมาซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรเด่นสะดุดตาแถมเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว เขาก็ยังจำได้
ความทรงจำของคนคนนี้ แม่นยำจนเข้าขั้นน่ากลัวจริง ๆ
เดิมทีหลี่ชิงลั่วไม่คิดจะสนใจเขา กำลังจะเดินอ้อมออกไปอีกทาง แต่กลับเห็นว่าจวงเว่ยปลดถุงใส่เงินที่เอวของเขาออกมาแล้วโยนมาให้อีกครั้ง
"เจ้า ไปซื้อเหล้ามาให้ข้าหน่อยซิ! เงินทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นของเจ้า!"
ใครบ้างล่ะจะทำตัวไม่ลงรอยกับเงินทอง?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าองค์นี้เลย!
หลี่ชิงลั่วรีบหยิบถุงเงินขึ้นมา แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ได้เลย คุณชายโปรดรอสักครู่"
หลี่ชิงลั่วรีบวิ่งจนขาแทบขวิดไปซื้อเหล้าขาวมาสองไห
เหล้าชนิดนี้ดื่มแล้วจะร้อนจนแสบคอ เรียกได้ว่ามีฤทธิ์ที่แรงมาก พรุ่งนี้คงจะทำให้เขาเวียนหัวคลื่นไส้ จนลุกจากเตียงไม่ไหวแน่ ๆ
หลี่ชิงลั่วกอดไหเหล้ากลับมาสองไห จวงเว่ยนอนคว่ำหน้าพาดตัวอยู่ข้างถังน้ำใบหนึ่ง กำลังโก่งคออาเจียนจนหูตาพร่าเลือน
นางเดินเข้าไป วางไหเหล้าลงบนพื้น กำลังเตรียมจะเดินจากไปเงียบ ๆ จวงเว่ยก็คว้าตัวนางไว้
"เจ้าว่าทำไมนางถึงได้โหดร้ายขนาดนี้?"
จวงเว่ยเงยหน้าขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้า จ้องมองหลี่ชิงลั่วด้วยดวงตาแดงก่ำ
หลี่ชิงลั่วคิดในใจ สมกับตำแหน่งบัณฑิตทั่นฮวาในอนาคตจริง ๆ หน้าตาแบบนี้ ใครบ้างเห็นแล้วจะไม่รู้สึกหลงใหลจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว?
แต่ในสมองของนางจำได้ว่าในชาติก่อน แม้ว่าจวงเว่ยจะช่วยชีวิตของนางไว้ แต่ก็เป็นเพียงการทำให้นางต้องอับอายเท่านั้น
"ต่อให้ข้าไม่ได้แต่งงานไปจนตาย ข้าก็ไม่มีวันยอมแต่งกับผู้หญิงใจร้ายที่บีบบังคับให้คนไปตายอย่างเจ้า!"
“หนี้เลือดของจูเอ๋อร์ ข้าจะค่อย ๆ ทวงคืนจากเจ้าให้หมด ถ้าแค่นี้ก็ตายมันจะไม่ง่ายเกินไปสำหรับเจ้าหรอกรึ!”
หลี่ชิงลั่วหลุบสายตาลง มองคนตรงหน้า แล้วออกแรงเบา ๆ สลัดแขนออกจากมือที่จับอยู่ของเขา
“คนที่คุณชายพูดถึง คือใครกันล่ะ?”
จวงเว่ยยิ้มอย่างขมขื่น “ย่อมเป็นภรรยาใจร้ายของข้า ที่ตายไปก่อนจะได้แต่งเข้าตระกูลมาน่ะสิ พวกเขาบอกว่า เป็นเพราะน้องสาวแท้ ๆ ของนาง ที่บีบบังคับให้นางต้องตาย”
หลี่ชิงลั่ว “บีบบังคับให้ต้องตายยังไง?”
จวงเว่ยอดไม่ได้ที่จะขึ้นเสียงสูงปรี๊ด "ย่อมเป็นเพราะจู่ ๆนางก็กลับบ้าน จนทำให้จูเอ๋อร์ของข้ารู้สึกกระสับกระส่ายไม่สบายใจ ถึงได้ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้ลงไป!"
หลี่ชิงลั่ว "ดังนั้น จึงเป็นความผิดของน้องสาวคนนั้นงั้นรึ? แต่เดิมทีนางก็เป็นคนในตระกูลนี้อยู่แล้ว นางก็แค่กลับบ้านตัวเองเฉย ๆ แล้วแบบนี้มันมีอะไรผิดอย่างนั้นเรอะ?"
สีหน้าของจวงเว่ยฉายแววประหลาดใจและสับสน "เจ้าว่าอะไรนะ?"
หลี่ชิงลั่วพูดต่อไปว่า “คุณชายท่านนี้ ข้าคิดว่า เรื่องนี้เป็นเพราะภรรยาที่ยังไม่ทันแต่งเข้าบ้านของเจ้าคนนั้น จิตใจไม่หนักแน่นพอจนทำเรื่องโง่ ๆ ลงไปก็เท่านั้นเอง อย่าเอาความตายของนาง ไปโทษว่าเป็นความผิดของคนบริสุทธิ์เลยจะดีกว่านะ”
จวงเว่ยโกรธขึ้นมาในที่สุด "บังอาจ! นี่เจ้าคิดจะพูดอะไรกันแน่?! จูเอ๋อร์ของข้า จะเป็นคนแบบที่เจ้าพูดถึงได้ยังไงกัน?!"
เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าคนอีกครั้ง แต่หลี่ชิงลั่วเตรียมพร้อมอยู่นานแล้ว นางชักเท้าวิ่งอ้อมถังน้ำไปหนึ่งรอบ สลับตำแหน่งไปอยู่ด้านหลังของจวงเว่ยได้อย่างง่ายดาย
แต่เพราะนางกำลังเผชิญหน้ากับไอ้ขี้เมาที่ไร้ซึ่งการป้องกัน แถมไม่มีแรงแม้แต่จะหักคอไก่ ด้วยความที่นางเป็นผู้หญิงซึ่งเติบโตมาจากป่าเขา แถมยังลงไร่ลงนาไปทำงานอยู่บ่อย ๆ ความแข็งแกร่งของนางจึงไม่สูญเปล่า!
หลี่ชิงลั่วเขย่งปลายเท้า คว้าหัวของจวงเว่ยที่เดิมทีก็นอนพาดถังน้ำอยู่ครึ่งตัว แล้วออกแรงกดหัวของเขาทั้งหัวลงไปในถังน้ำจนมิด
"บุ๋ม ๆ ๆ ๆ"
นางแทบจะอดรนทนไม่ไหว อยากจับเขากดน้ำให้จมน้ำตายไปซะจริง ๆ จะได้ป้องกันปัญหาในอนาคต!
แต่นางคิดได้ว่าเวลานี้ตัวเองยังหาเรื่องงัดกับจวนจงอี้โหวไม่ไหว แถมนางก็ไม่อยากเข้าไปพัวพันกับคดีฆ่าคนตาย จึงจำใจยอมปล่อยมือ
จวงเว่ยสำลักน้ำจนไอโคลก สีหน้าซีดเผือด จ้องมองชายตรงหน้าที่ตัวเตี้ยกว่าเขาไม่น้อย ผิวทั้งดำคล้ำทั้งผอมแห้ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ
เขาที่ดื่มจนเมา ส่งผลให้สมองสั่งการด้อยลงไปหลายส่วน
หลี่ชิงลั่วอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “ไอ้สวะเอ๊ย ถูกคนเขาหลอกจนหัวปั่นแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ถ้าเจ้ามีเวลามาเมาแล้วเรื้อนอยู่ที่นี่ ไม่สู้ไปตรวจสอบดูให้มันละเอียด ๆ ก่อนล่ะว่าเมียสุดรักที่ยังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านของเจ้าคนนั้น แท้จริงแล้วทำเรื่องชั่วช้าอะไรลงไปกันแน่”
