บทที่ 20
แม่นมจางตกใจยกใหญ่แล้ว
“ท่านฮูหยินเฒ่าเจ้าคะ ยาลูกกลอนเนื้อหิมะและขี้ผึ้งผิวขาวอันนี้ ล้วนเป็นของวิเศษที่ทำให้ผิวพรรณหญิงสาวขาวใส ว่ากันว่าร้านฟางเซียงไจขายในนั้นเหมือนกัน อย่างน้อยล้วนสองร้อยตำลึงเงินขึ้นไป! ท่านอยากซื้อให้คุณหนูเท่าใดเจ้าคะ?”
ฮูหยินเฒ่าเผย “เจ้าเห็นผิวที่ทั้งดำทั้งหยาบกร้านนั้นของนางหรือไม่ อยากจะบำรุงให้ดี ยังไม่ต้องซื้อมาอย่างละสิบตลับหรือ?”
แม่นมจางกลืนน้ำลายอย่างแรงแล้ว
ในมือของท่านฮูหยินเฒ่ามีเงิน แต่นางไม่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเช่นนี้มาก่อน
แม้แต่ตัวนางเอง ก็ไม่เคยใช้อย่างนี้
ดูแล้วรอบนี้ ท่านฮูหยินเฒ่าห่วงใยคุณหนูลั่วเอ๋อร์จริงแล้ว
ต่อไปคุณหนูน่ะนะ เกรงว่ายังมีโชคดีที่มากยิ่งกว่านี้อีก
จะว่าไป อันที่จริงท่านฮูหยินเฒ่าก็มีห้องเก็บของของตนเอง เพียงแค่ว่าน่าเสียดายไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องให้พวกนางไปจับจ่ายในเมืองวันพรุ่งนี้ แค่ไปหยิบมาสักสองอย่างให้คุณหนูใช้ ก็เป็นของที่มีค่าที่สุดทั้งเมืองจินหลิง
วันต่อมาหลี่ชิงลั่วไปดูชุ่ยเอ๋อร์
ชุ่ยเอ๋อร์เห็นนางมาหา พยายามลุกขึ้นมาจากบนเตียง แวบหนึ่งคุกเข่าลงบนพื้น
“คุณหนูช่วยชีวิตบ่าวเอาไว้แล้วหนนี้ ต่อไปชีวิตต่ำต้อยนี้ของบ่าวก็เป็นของท่านเจ้าค่ะ บ่าวจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อคุณหนู โดยไม่ลังเลใจแน่นอนเจ้าค่ะ!”
หลี่ชิงลั่ว “จำเอาไว้ ชีวิตของเจ้า เป็นของตัวเจ้าเองตลอดกาล”
หลี่ชิงลั่วรู้ว่าชาติก่อนนางอาจจะพลอยเดือดร้อนไปด้วยเพราะตนเอง ดังนั้นต่อมาทั้งจวนแม่ทัพล้วนไม่เคยเจอตัวนาง
แต่ว่าอยากให้นางเชื่อชุ่ยเอ๋อร์หมดใจ นางยังคงทำไม่ได้
อย่างไรเสียชุ่ยเอ๋อร์ยังมีแม่อยู่ที่จวนแม่ทัพอีกทั้งคน ถ้าถูกนำคนใกล้ชิดสักคนหนึ่งมาข่มขู่นาง ต่อให้หนังสือสัญญาทาสของนางอยู่ในมือตนเอง ก็เป็นไปได้มากว่าจะโดนควบคุม
เพียงแค่ ตอนนี้ตนเองไม่มีคนอื่นให้ใช้งานได้
ส่วนชุ่ยเอ๋อร์ สำหรับในตอนนี้ น่าจะไว้วางใจได้ชั่วคราว
“ชุ่ยเอ๋อร์ เจ้าช่วยอะไรข้าสักอย่างได้หรือไม่?”
หลี่ชิงลั่วอยากให้ชุ่ยเอ๋อร์ปลอมเป็นนาง จากนั้นอยู่ในห้อง อย่างไรเสียต้องพักรักษาบาดแผล ขอเพียงท่านย่าไม่ให้นางไปพบท่านในห้องโถง จะไม่ถูกจับได้ง่ายๆ
สำหรับหลี่ชิงลั่ว นางคิดจะแอบออกไปจากจวนแม่ทัพ ไปเดินในเมืองจินหลิงสักเที่ยว
ออกไปจากจวนแม่ทัพไม่ได้ยาก
ชาติก่อนตอนที่หลี่ชิงลั่วยังไม่ตายยังรู้ว่า ตีนกำแพงบริเวณต้นหวยโบราณทางทิศตะวันออก มีช่องสุนัขลอดแห่งหนึ่ง
ชาติก่อน ตอนที่นางสิ้นหวังต่อพ่อแม่ยังมีหลี่เค่อชวนถึงที่สุด ก็เคยคิดจะหนีออกไปจากที่นี่ และไม่กลับมาอีก
ต่อให้โดดเดี่ยวเดียวดาย เป็นขอทาน ก็ดีกว่าโดนการทรมานทางใจอยู่ในจวน
น่าเสียดาย นางยังไม่สามารถหนีออกไปได้ ก็ถูกหลี่เค่อชวนขังเอาไว้ในห้องโกโรโกโสเล็กๆ แห่งนั้นที่อยู่ข้างคอกม้าแล้ว
หลี่ชิงลั่วหลบสายตาทั้งหมดของเรือนจิ้งฉือก่อนแล้ว เพราะมีประสบการณ์เคยใช้ชีวิตในจวนแม่ทัพเมื่อชาติก่อน ดังนั้นนางจึงมาถึงตรงตีนกำแพงได้อย่างง่ายดาย
มุดออกไปจากช่องสุนัขลอดแล้ว หลี่ชิงลั่วจัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงสักหน่อย ปิดหน้าไว้แล้วหายไปอยู่ในฝูงชนอย่างรวดเร็ว
นางรัดหน้าอกเอาไว้แน่นหลายชั้น ตอนนี้ใช้กำปั้นมาทุบๆ ดู ก็สัมผัสไม่โดนส่วนอ่อนนุ่มใดๆ
ส่วนทรงผมมัดเป็นมวยขึ้นเหมือนผู้ชายแล้ว เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นชุดแขนสั้นสีฟ้า พันผ้าเช็ดเหงื่อเอาไว้บนคอผืนหนึ่ง
แทรกอยู่ท่ามกลางฝูงชนเช่นนี้ หลี่ชิงลั่วซึ่งเดิมสีผิวดำคล้ำ เปลี่ยนเป็นร่างของผู้ชายธรรมดาทั่วไปคนหนึ่งโดยสิ้นเชิง
นางมองท้องฟ้าสีคราม ถนนอันคึกคัก จึงเดินเล่นอย่างเชื่องช้าก่อน
จนกระทั่งเจอร้านค้าร้านหนึ่งเข้า
หลี่ชิงลั่วเดินเข้าไปแล้ว
นางคลำหาไข่มุกเม็ดหนึ่งออกมาจากในอ้อมอก ถามเถ้าแก่ว่าสามารถขายได้ราคาเท่าใด
น่าเสียดาย ไข่มุกที่คุณภาพไม่ดีนี้ แลกได้เพียงห้าสิบเหรียญทองแดงเท่านั้น
ถึงแม้ห้าสิบเหรียญทองแดงนั้น เป็นเงินจำนวนมากที่สุดที่หลี่ชิงลั่วเคยสัมผัสมาในสองชาติแล้ว แต่อยู่ที่เมืองจินหลิงแห่งนี้ถือว่ามากอะไรเล่า?
หลี่ชิงลั่วใช้เหรียญทองแดงพวกนี้ซื้อเกี๊ยวน้ำถ้วยหนึ่งที่แผงข้างทางก่อนแล้ว
หลังจากกินอิ่มหนำ นางซื้อซาลาเปาสองอีกสองลูก มองคนอื่นเล่นกลกันสนุกสนนาน พลางกินซาลาเปาจนหมดเกลี้ยง
ในสองชาตินี้นางไม่เคยเป็นอิสระเพียงนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกินของพวกนี้เลย
รอมาเจอร้านเครื่องประทินโฉมร้านหนึ่งเข้า หลี่ชิงลั่วนึกดูแล้ว เดินเข้าไปอีกหน
“ขอถามหน่อย พวกท่านต้องการไข่มุกอย่างนี้หรือไม่?”
ร้านเครื่องประทินโฉมแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่
แต่ว่า กลับต้องการไข่มุก
หลี่ชิงลั่วก็ได้ยินแม่นมจางพูดว่า ไข่มุกที่หลี่เค่อชวนให้มานี้เอามาบดแล้วพอกหน้าก็เป็นของคุณภาพชั้นเลว
แต่แม่นมจางปรนนิบัติอยู่ข้างกายท่านย่ามาตลอด ดังนั้นสิ่งของที่นางเคยพบเห็น เป็นของที่ท่านย่าใช้ ย่อมเป็นของชั้นดีที่สุดอยู่แล้ว
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า เหล่าหญิงสาวทั้งเมืองจินหลิงล้วนใช้ผงไข่มุกพอกหน้าชั้นดีที่สุดกันหมด
ฉะนั้น ของคุณภาพชั้นเลวนี้ทำเป็นผงไข่มุก จะต้องมีคนซื้อแน่นอน
เป็นไปตามคาด ร้านเครื่องประทินโฉมแห่งนี้ได้ยินว่ามีไข่มุก พวกเขารับซื้อได้
และหลังจากดูไข่มุกไม่กี่เม็ดที่หลี่ชิงลั่วนำมา ราคาที่ให้ สมเหตุสมผลมากกว่าร้านแรกเสียอีก
ไข่มุกเม็ดหนึ่ง เจ็ดสิบอีแปะ
สิบเม็ด สามารถให้ในราคาแปดร้อยอีแปะ
หลี่ชิงลั่วเคยนับดูแล้ว ไข่มุกชั้นเลวกล่องเล็กนั้นที่หลี่เค่อชวนให้มา ประมาณห้าสิบเม็ด
วันนี้นางนำออกมาด้วยไม่กี่เม็ด ขายไปแล้วเม็ดหนึ่ง ยังเหลือสี่สิบเก้าเม็ด สามารถขายได้สามพันแปดร้อยสามสิบอีแปะ
เถ้าแก่ของร้านเครื่องประทินโฉมแห่งนี้รู้ว่านางมีจำนวนที่ไม่น้อย สุดท้ายยินยอมให้ราคาจำนวนเต็มแก่หลี่ชิงลั่ว ให้นางมาสี่ตำลึงเงิน
สี่ตำลึงเงิน ในสายตาของหลี่เค่อชวนแค่เงินที่ให้ขอทาน แต่หลี่ชิงลั่วกลับดีใจที่สุดแล้ว
ทั่วทั้งตัวนาง จนถึงวันนี้ยังไม่มีของสิ่งใดมีค่าเท่านี้
ตั้งแต่เกิดใหม่มานี้ หลี่ชิงลั่วครุ่นคิดเรื่องนี้มาโดยตลอด
ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ นางไปแก้แค้นกับตระกูลหลี่ และสู้กับหลี่ชิงจูอย่างไร?
ดังนั้น นางถึงอยากจะหาเงิน
ถึงอยากจะเสี่ยงอันตรายออกมาจากจวนแม่ทัพ มาหาโอกาสค้าขาย อยากจะหาวิธีหาเงินได้บ้าง
ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ แม้ว่าเริ่มทำจากเรื่องที่เล็กที่สุดก่อน
อย่างน้อย สามารถมีรายได้เข้ามาได้
ตกลงส่งสินค้ารับเงินกันในวันพรุ่งนี้กับร้านเครื่องประทินโฉมเรียบร้อย หลี่ชิงลั่วจึงเดินไปที่อื่นต่อไปอีก
ตอนที่เดินผ่านภัตตาคารแห่งหนึ่ง หลี่ชิงลั่วได้ยินเสียงทะเลาะชกต่อยอันรุนแรงจากด้านใน ยังไม่ทันเดินผ่านไป ก็โดนร่างคนที่กระโจนออกจากด้านในคนหนึ่ง ชนมาโดนอย่างแรงจนล้มลงบนพื้นไปด้วยกันแล้ว
หลี่ชิงลั่วกัดฟันไว้แน่น
เป็นไปตามคาด คนที่ดวงซวย ไปที่ใด ล้วนมีเรื่องโชคร้ายอย่างคาดไม่ถึง
นางพยายามผลักคนผู้นั้นออกไปสุดแรง ยังไม่ได้มองอีกฝ่ายชัดๆ ว่าเป็นผู้ใดกันแน่ คนผู้นั้นก็ลุกขึ้นมาอย่างโซเซ โต้เถียงกันกับสี่ห้าคนที่ตามออกมาจากด้านหลังต่อไป
“ผู้ใดบอกว่านางตายแล้ว? นางไม่ได้ตาย!! ถ้าเจ้าพูดเหลวไหลอีก ข้าจะต่อยฟันเจ้าให้หัก!”
“ข้าพูดเอง! อย่าคิดว่าเจ้าเป็นคุณชายสามแห่งจวนจงอี้โหว ข้าจะไม่กล้าผิดใจแล้ว ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองจินหลิง ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าหลี่ชิงจูบุตรสาวแห่งจวนแม่ทัพทหารม้าชั้นสูงตายอยู่ในเพลิงไหม้ใหญ่แล้ว?”
“ได้ยินว่า นางยังเผาตัวเองอีกด้วย”
“เจ้าไอ้คนขี้ขลาด เพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับการตายของคู่หมั้น คาดไม่ถึงแม้แต่ไปร่วมงานศพยังไม่กล้า คุณชายสาม อยากให้ข้าไปดูแทนเจ้าหน่อยหรือไม่เล่า?”
“แต่คุณชายสาม นี่สำหรับเจ้าแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร ได้ยินว่าตระกูลหลี่ยังมีลูกสาวอีกคนหนึ่ง เป็นถึงน้องสาวฝาแฝดของคุณหนูใหญ่ผู้นั้น แต่งกับพี่สาวไม่ได้ อย่างไรเสียเจ้ายังสามารถแต่งกับน้องสาวได้!”
“ในเมื่อพวกนางเป็นฝาแฝด คงหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะไม่ใช่หรือ?”
“คุณชายสาม เจ้านี่เสวยสุขที่คนอื่นไม่เคยได้รับเชียวนะ”
“ฮ่าๆๆ”
เสียงหัวเราะเยาะดังระลอกหนึ่ง น่าเสียดายเพียงว่ายังหัวเราะไม่ทันนานเท่าไหร่ คนผู้นั้นก็กระโจนไปต่อสู้กันอุตลุดกันกับคนพวกนั้นอีกแล้ว
แต่ทว่า เห็นได้ชัดว่าคุณชายสามแห่งจวนจงอี้โหวไม่ได้เปรียบอันใด
ทางนั้นมีสี่ห้าคน ส่วนเขาเพียงแค่ตัวคนเดียว ไม่นานก็โดนอีกฝ่ายถีบจนล้มลงพื้นแล้ว
หลี่ชิงลั่วเหลือบเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยใบหนึ่งผ่านจากในร่อง
เป็นบุตรชายคนที่สามแห่งจวนจงอี้โหว ที่ในอีกสามเดือน กำลังจะเป็นบัณฑิตทั่นฮวาที่สอบผ่านการสอบบัณฑิตขั้นสูงเข้าสู่ราชสำนัก
ขณะเดียวกัน ก็เป็นคู่หมั้นที่ถูกหมั้นหมายไว้ตั้งแต่ยังไม่เกิด ยามที่หลี่ชิงลั่วยังอยู่ในท้องฉวี่ซื่อตอนนั้น คือจวงเว่ยนั่นเอง
