บทที่ 19
แม่นมหลายคนล้วนคุกเข่าอยู่ด้านล่างระเบียงอย่างเงียบงัน
หลี่ชิงลั่วก็คุกเข่าอยู่ในนั้นด้วย รอยแผลที่น่าสะพรึงกลัวบนคอ ทำให้ฮูหยินเฒ่าเผยมองเห็นแล้วเศร้าใจครู่หนึ่ง
นางกลับกล้าหาญไม่น้อย คาดไม่ถึงว่ากล้าถือกรรไกรเผชิญหน้าต่อกรกับพี่ชายนาง ถือว่ามีความกล้านิดหน่อย
“ลั่วเอ๋อร์ เจ้ารีบลุกขึ้นเถิด! เรื่องนี้ เจ้าไม่ผิดจริงๆ”
แม่นมจางเดินเข้าไปประคองหลี่ชิงลั่ว หลี่ชิงลั่วกลับไม่ยอมลุกขึ้น
นางเงยหน้า มองฮูหยินเฒ่าเผยด้วยหน้าตากระวนกระวายใจ พูดคำขอร้องของตนเองออกมา
“ท่านย่าเจ้าคะ ถึงแม้ชุ่ยเอ๋อร์ไม่ใช่คนของข้า แต่อย่างไรเสียนางก็ปรนนิบัติดูแลข้าในสองสามวันนี้ วันนี้นางก็เข้ามาพัวพันกับข้าไปด้วยถึงโดนคุณชายใหญ่โกรธเคือง”
“เพียงแค่ ก่อนหน้าถึงแม้นางเป็นคนข้างกายของท่านแม่ แต่นางก็แค่สาวใช้ระดับสามคนหนึ่ง ย่อมจะไม่มีคนสนใจความเป็นความตายของนาง แต่ท่านย่ากรุณาช่วยลั่วเอ๋อร์ด้วยเจ้าค่ะ อย่างน้อยรักษาชีวิตของชุ่ยเอ๋อร์เอาไว้ที!”
หลี่ชิงลั่วอยากจะปกป้องชีวิตของสาวใช้คนหนึ่งอย่างจริงใจเช่นนี้ ทำให้แม่นมจางพวกนางรู้สึกประทับใจกันหมดแล้ว
ในชาตินี้ ยังสามารถมีเจ้านายที่ยอมคุกเข่าลงขอร้อง เพื่อชีวิตที่ไม่คุ้มค่าของพวกนางเหล่านี้อยู่ด้วย?
ส่วนพวกนางนายกับบ่าว เพิ่งอยู่ร่วมกันแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง
จะบอกว่ามีความรู้สึกลึกซึ้งมากเพียงใด คงต้องบอกว่าไม่มี
พอจะเห็นได้ว่า หลี่ชิงลั่วเป็นคนที่มีน้ำใจและรักคุณธรรมมากเพียงใด
ทุกคนล้วนเบ้าตาแดงแล้ว มองทางฮูหยินเฒ่าเผย รอนางตัดสินใจ
ฮูหยินเฒ่าเผยจะเป็นคนใจร้ายไร้หัวใจที่ไหนกัน?
สิ่งที่นางให้ความสำคัญที่สุด ก็คือความมีน้ำใจมาแต่ไหนแต่ไร
นางให้แม่นมจางดึงหลี่ชิงลั่วขึ้นมาก่อน จากนั้นทางนี้ให้แม่นมอีกคนหนึ่งนำป้ายคำสั่งของตนเอง ไปที่เรือนของหลี่เค่อชวน จำเป็นต้องพาตัวชุ่ยเอ๋อร์กลับมาให้ได้
“เจ้าไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ถึงแม้บิดาของเจ้าอยากให้จบลงเพียงเท่านี้ แต่ย่าจะจัดการให้เจ้าเอง!”
ฮูหยินเฒ่าเผยอยากหนุนหลังหลี่ชิงลั่วเรื่องนี้ นอกจากที่หลี่เค่อชวนทำลงไปโหดเหี้ยมเกินเหตุจริงๆ หลี่เค่อชวนกล้าวิ่งมาก่อเรื่องถึงในเรือนตนเอง เท่ากับว่าดูหมิ่นคนที่เป็นย่าอย่างตนเองคนนี้ถึงที่สุด เรื่องนี้ทำให้ฮูหยินเฒ่าเผยรู้สึกโกรธเคืองอย่างยิ่ง
ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ตระกูลแห่งนี้ไม่มีผู้ใดเห็นนางอยู่ในสายตาเสียจริง
ฮูหยินเฒ่าเผยพูดอย่างดุร้าย บอกว่าถ้าหลี่เค่อชวนไม่แสดงท่าทีต่อเรื่องในวันนี้ให้กระจ่าง พิธีศพของหลี่ชิงจูนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องจัดต่อไปแล้ว
พอพูดเช่นนี้ออกมา ถึงแม้ทั้งตระกูลล้วนขุ่นเคืองมาก แต่กลับต้องประนีประนอมตาม
หลี่ชิงจูเป็นบุคคลล้ำค่าของจวนแม่ทัพ แต่ในสายตาของฮูหยินเฒ่าเผย ก็แค่ลูกไม่มีพ่อมีแม่คนหนึ่ง
ส่วนฮูหยินเฒ่าเผยถึงแม้ปัจจุบันนี้เพิ่งจะกลับมา ในระยะเวลาสามสิบปีไม่เคยควบคุมดูแลจวนแม่ทัพ แต่เห็นได้ชัดว่าหลี่เฉาจิ้งสองสามีภรรยา ห้ามฝ่าฝืนกฎระเบียบ ดังนั้นได้เพียงให้หลี่เค่อชวนรีบมอบคนกลับไปโดยเร็ว
คืนวันนั้น ชุ่ยเอ๋อร์ถูกส่งตัวกลับมาที่เรือนจิ้งฉือแล้ว
ถึงแม้นางได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ดีที่ยังไม่ได้อันตรายถึงชีวิตอะไร
มิหนำซ้ำ ฉวี่ซื่อเพื่อแสดงความจริงใจนิดหน่อย จึงให้คนนำหนังสือสัญญาทาสของชุ่ยเอ๋อร์ส่งมาที่เรือนจิ้งฉือด้วยกันแล้ว
“ฮูหยินบอกว่า สองวันนี้ในจวนยุ่งวุ่นวาย นางไม่มีเรี่ยวแรงมาจัดการเรื่องของคุณหนูรองจริงๆ ดังนั้นยังขอรบกวนท่านฮูหยินเฒ่าช่วยจัดการตามเห็นสมควรเสียหน่อยแล้วกันเจ้าค่ะ”
“นี่เป็นผ้าสองพับที่ฮูหยินให้บ่าวส่งมาเจ้าค่ะ ยังมีเครื่องประดับบางส่วน ล้วนเป็นของที่เตรียมมอบให้คุณหนูรองตั้งแต่แรกแล้วเจ้าค่ะ”
“ส่วนที่เหลือนั้น ต้องรอหลังจากช่วงเวลานี้ผ่านไป ค่อยจัดเตรียมให้คุณหนูรองอย่างละเอียดเจ้าค่ะ”
คนของฉวี่ซื่อพูดจบก็รีบออกไปทันที ทิ้งผ้าธรรมดาที่สีสันหม่นหมอง ซึ่งแม้แต่ฮูหยินเฒ่าเผยยังดูถูกไว้สองพับ ยังมีกล่องเล็กๆ ใบหนึ่ง
ฮูหยินเฒ่าเผยเปิดกล่องเล็กออกมา เครื่องประดับด้านในมีแค่สองสามอย่าง ยังไม่พูดถึงลวดลายเก่ามาก พอดูก็รู้ว่าเป็นของไม่มีค่า
ฮูหยินเฒ่าเผยสีหน้าอึมครึมจนเหมือนเมฆฝนตั้งเค้า
“ถึงแม้ส่งให้ขอทาน ก็ไม่น่าเกลียดเช่นนี้กระมัง!” แม่นมจางพูดพึมพำเบาๆ อยู่ด้านข้าง
ฮูหยินเฒ่าเผยทำเสียงเหอะทีหนึ่ง โยนของที่นำขึ้นมาพิจารณาดูในมือกลับไปแล้ว
“เป็นคนโง่ที่สติเลอะเทอะเสียจริง! จวนแม่ทัพขาดแคลนของแค่นี้หรือ? นี่ยังเป็นถึงเลือดเนื้อเชื้อไขของนางเอง! ไม่เคยรักมาสิบกว่าปี กลับเตรียมแค่ของที่น่าอับอายเยี่ยงนี้ไว้แล้ว ขายขี้หน้าจริงๆ!”
ฮูหยินเฒ่าเผยเดิมคิดจะให้คนนำไปทิ้ง กลับถูกหลี่ชิงลั่วห้ามเอาไว้แล้ว
“ลั่วเอ๋อร์ไม่คิดว่าน่าอายเจ้าค่ะ ของพวกนี้เป็นของที่ดีที่สุดเท่าที่ลั่วเอ๋อร์เคยเห็นมาแล้ว ท่านย่าก็เก็บไว้ให้ลั่วเอ๋อร์เถิดเจ้าค่ะ”
หลี่ชิงลั่วไม่ได้พูดโกหก
เมื่อก่อนตอนที่นางอยู่ตระกูลหลิว ชุดที่สวมมีแต่เก่าๆ ขาดๆ เป็นชุดผ้าป่านเนื้อหยาบที่แทบจะปะซ่อมไปทั้งตัว
ไม่ว่าช่วงฤดูหนาวเย็นเยือก หรือช่วงฤดูร้อนอบอ้าว ชุดที่สวมใส่ก็เป็นชุดนั้น อยากจะได้เสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลหรือสภาพดีทั้งตัวสักชุดหนึ่ง แต่ไหนแต่ไรเป็นข้อเรียกร้องอันสิ้นเปลือง
เสื้อผ้าที่สะอาดเรียบง่ายบนตัวนางชุดนี้ในปัจจุบัน ล้วนเป็นชุดที่แม่นมจางเตรียมไว้นำเข้ามาให้นางเปลี่ยนในตอนแรก เป็นเสื้อผ้าที่ดีที่สุดซึ่งหลี่ชิงลั่วเคยสวมมาแล้ว
เดิมทีแม่นมจางคิดว่าเดินทางระยะไกล สวมชุดที่เรียบง่ายหน่อย ทำเช่นนี้ก็จะไม่ดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น
กลับไม่คิดว่าพอมาถึงก็ยืดเยื้อมานานปานนี้ จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้หาชุดใหม่มาให้นางเปลี่ยน
ฮูหยินเฒ่าเผยมองดู รู้สึกปวดใจนิดหน่อย
แต่ทว่า นางรู้สึกว่าไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปเช่นนี้ได้ ถ้าให้ในใจเด็กคนนี้เต็มไปด้วยความคับข้องใจต่อพ่อแม่ของนางแล้ว ไม่มีประโยชน์อันใดต่อนาง
“กลัวว่าพ่อแม่ของเจ้านั้นตอนนี้ยังไม่ได้สติกลับมาจากความเสียใจที่หลี่ชิงจูคนนั้นตายอย่างน่าเวทนา ดังนั้นเจ้าอย่าโทษพวกเขาเลย รอไว้แม่ของเจ้าหายเสียใจแล้ว คงจะมองเห็นเจ้า นึกถึงเจ้า ถึงตอนนั้น นางมีของดีอะไร ยังไม่รีบนำมาให้เจ้าอีกหรือ? นางก็มีลูกสาวแท้ๆ คนเดียวแค่เจ้านี้”
หลี่ชิงลั่วก้มหน้าตอบรับ ในใจกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อยเพราะคำพูดพวกนี้
ท่านย่า ไม่หรอกเจ้าค่ะ
ต่อให้หลี่ชิงลั่วนางตายแล้ว บิดามารดาแท้ๆ และพี่ชายของนาง เดิมทีจะไม่เสียใจเพราะนาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะมองมาสักแวบหนึ่งเลย
ความไม่สนใจในปัจจุบันนี้ เป็นสิ่งที่นางคาดการณ์แม้กระทั่งเคยประสบพบเจอมาตั้งแต่แรกแล้ว
ชาตินี้ อย่างน้อยยังมีเรือนจิ้งฉือให้นางสามารถหลบแดดหลบฝนได้ ความทุกข์ยากในชาติก่อนไม่พูดถึงจะดีกว่า
บางทีหลี่เค่อชวนกลัวฮูหยินเฒ่าเผยจะขัดขวางพิธีศพของหลี่ชิงจูจริงๆ กลัวเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นทำให้น้องสาวสุดที่รักในใจเขาตายตาไม่หลับ ดังนั้นจึงกัดฟันนำข้าวของส่วนหนึ่งออกมาแล้ว ถือว่าเป็นของขวัญชดเชยให้แก่หลี่ชิงลั่ว
ของของเขา คาดไม่ถึงว่าดีกว่าของที่ฉวี่ซื่อให้มาหน่อย
เป็นไข่มุกคุณภาพไม่ค่อยๆ ดีเท่าไหร่กล่องหนึ่ง
“ของนี้ ก็คือบดแล้วเอามาพอกหน้า คุณภาพค่อนข้างเลว”
แม่นมจางถอนหายใจพูดอย่างปวดใจ รู้ว่าคนตระกูลนี้ล้วนจัดการเรื่องนี้อย่างขอไปที สายตาที่มองทางหลี่ชิงลั่วก็ยิ่งปวดใจ
หลี่ชิงลั่วกลับไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย
ชาติก่อน นางไม่เคยได้รับแม้แต่ของพวกนี้ ชาตินี้ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวแล้ว
มิหนำซ้ำยังเก็บข้าวของพวกนี้เอาไว้ นางก็มีที่ให้ใช้ประโยชน์เช่นกัน
หลังจากหลี่ชิงลั่วกล่าวขอบคุณฮูหยินเฒ่าเผยและแม่นม ก็ถือข้าวของพวกนี้กลับไปห้องแล้ว
ฮูหยินเฒ่าเผยเห็นนางออกไป ถึงให้แม่นมจางไปจัดการซื้อผ้าเนื้อดีที่สีสันสดใสส่วนหนึ่งกลับมาหน่อย ยังมีมงกุฎดอกไม้ ปิ่นไข่มุกอะไรพวกนั้น ล้วนต้องเป็นที่เหล่าเด็กสาวในเมืองจินหลิงชอบที่สุด
“ใช่แล้ว พรุ่งนี้เจ้าไปร้านฟางเซียงไจด้วยตนเอง ซื้อยาลูกกลอนเนื้อหิมะและขี้ผึ้งผิวขาวกลับมาหลายๆ ตลับ จากนั้นส่งไปให้นางใช้!”
