บท
ตั้งค่า

บทที่ 17

ขณะที่เขาตกใจและไม่ทันตอบสนองกลับมา กรรไกรเล่มนั้นเคลื่อนขึ้นลงตามการเคลื่อนไหวที่หลี่ชิงลั่วยกมือ ชั่วขณะนั้นซึ่งหลังจากหลี่เค่อชวนปล่อยมือ ยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมาบังอย่างรวดเร็ว

กรรไกรแทงแขนเสื้อของหลี่เค่อชวนขาด แทงแขนของเขาเข้าแล้ว

ชั่วขณะที่เลือดสดไหลออกมา ชุดสีขาวเปื้อนสีแดง หยดลงบนพื้นแล้ว

“เจ้าอยากฆ่าข้าทิ้ง?”

หลี่เค่อชวนอยู่ท่ามกลางความเดือดดาลที่ตกตะลึง ลืมเคลื่อนไหวและตอบสนองแล้วอย่างคาดไม่ถึง เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่า คนที่ต่ำต้อยเยี่ยงหลี่ชิงลั่วนี้ ยังกล้าถือกรรไกรมาแทงตนเองจนบาดเจ็บ

หลี่ชิงลั่วมองรอยเลือดบนปลายกรรไกร ถอยหลังไปเรื่อยๆ

ถ้าไม่ใช่ว่านางรู้จักระวังตัวแล้ว ตอนที่สวมเสื้อผ้านำกรรไกรซ่อนไว้ในแขนเสื้อ วินาทีนี้บางทีคงตายอยู่ในมือของเขาแล้ว

หนีพ้นจากความตาย หลี่ชิงลั่วอดกลั้นต่อความไม่สบายตัวอันรุนแรง หายใจหอบเฮือกใหญ่

นางจับคอที่แดงเข้มไว้ อ้าปากเยาะเย้ยกลับไป “ทำไม ยอมให้แค่เจ้าอยากฆ่าข้า ไม่ยอมให้ข้าโต้กลับบ้างหรือ?”

“หลี่เค่อชวน ในเมื่อเจ้าอาลัยอาวรณ์การตายของหลี่ชิงจู เหตุใดไม่ตายตามไปด้วยกัน? ไม่สู้เจ้าไปหานางในยมโลก บางทีนางยังรอเจ้าอยู่เล่า”

หลี่ชิงลั่วจ้องหลี่เค่อชวนตาเขม็ง พูดคำพูดพวกนี้ออกไป

ลูกตาของนางดำเป็นประกาย เวลานี้ความเกลียดชังในสายตา แม้แต่หลี่เค่อชวนก็ไม่มีทางเพิกเฉยได้

นางเกลียดตนเอง?

คาดไม่ถึงว่านางยังมีหน้า มีสิทธิ์มาเกลียดเขา?

มีสิทธิ์อันใด?

นางคิดว่า นางคือผู้ใด?

“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องตายก่อน” หลี่เค่อชวนยื่นมือเปื้อนเลือดออกไป อยากจะจับหลี่ชิงลั่วไว้อีกครั้ง

แต่คราวนี้หลี่ชิงลั่วเตรียมพร้อมไว้แล้ว นางโค้งตัวอย่างปราดเปรียว วิ่งไปยังหน้าต่างด้วยความรวดเร็ว จากนั้นปีนหน้าต่างกระโดดออกไปอย่างว่องไว

นางเติบโตอยู่ในป่าเขามาอย่างอิสระ และทำงานใช้แรงในไร่นา ดังนั้นความเร็วในการตอบสนองและแรงกายล้วนไม่เหมือนกับเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ที่อ่อนแอพวกนั้นซึ่งเติบโตมาในข้อกำหนด

มองเห็นการเคลื่อนไหวของนาง หลี่เค่อชวนยังตะลึงนิดหน่อย

จากนั้นเขาพูดเหยียดหยามอยู่ในใจลึกๆ: หยาบคายสุดจะทนตามคาด มีลักษณะของหญิงจากตระกูลผู้ดีสักนิดที่ไหน?

แทนที่จะให้นางมีชีวิตอยู่ทำให้ตระกูลหลี่อับอายในอนาคต ยังไม่สู้ถือให้นางชดใช้ชีวิตแทนจูเอ๋อร์เสียแต่เนิ่นๆ ดีกว่า

หลี่เค่อชวนคิดอย่างชั่วร้ายในใจ ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยความปรารถนาอยากฆ่าจึงยกเท้าตามออกไปแล้ว

ได้ยินเสียงดัง แม่นมหลายคนที่ห้องโถงใหญ่ในเรือนจิ้งฉือทางนั้นก็เข้ามาแล้ว

หลี่ชิงลั่วรีบวิ่งไปทางเหล่าแม่นม มองเห็นหลี่ชิงลั่วถือกรรไกรเอาไว้ในมือ บนกรรไกรยังมีรอยเลือด เหล่าแม่นมตกใจกันยกใหญ่

“คุณพระ! คุณหนูเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ? นี่คือเลือดจากไหนกัน?”

ต่อจากนั้น หลี่เค่อชวนก็กระโดดออกมาจากในห้องของหลี่ชิงลั่วแล้ว

บนแขนเขาเป็นรอยสีแดงวงใหญ่ เมื่อเหล่าแม่นมมองเห็น ยังมีอะไรไม่เข้าใจอีกเล่า?

“คุณหนูท่านเลอะเลือนไปแล้ว! นั่นคือบุตรชายภรรยาเอกแห่งตระกูลหลี่เชียว!”

หลี่ชิงลั่วได้เพียงรีบร้อนอธิบาย “แม่นมทั้งหลาย ข้าทำไปเพื่อป้องกันตัวเอง หลี่เค่อชวนบ้าไปแล้ว โปรดช่วยข้าขวางเขาไว้ด้วย!”

เป็นไปตามคาด หลี่เค่อชวนยื่นมืออยากมาจับหลี่ชิงลั่ว

เห็นได้ชัดว่า เขาเพิกเฉยต่อเหล่าแม่นมพวกนี้โดยสิ้นเชิง

ยังคิดว่าพวกนางล้วนเป็นแค่หญิงเฒ่าธรรมดาทั่วไป

ดังนั้น ขอเพียงตนเองโบกมือ เหล่าหญิงเฒ่าและคนรับใช้ที่เขาพามา ก็สามารถรับมือกับแม่นมพวกนี้ได้

ส่วนหลี่ชิงลั่ว ก็แค่หมูในอวยของตนเอง

ดังนั้น ตอนที่เหล่าแม่นมไม่เพียงปกป้องหลี่ชิงลั่ว ยังจัดการจนคนที่หลี่เค่อชวนพามาหมอบลง หลี่เค่อชวนถึงสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

สมกับเป็นท่านย่าที่มาจากตระกูลเผย เหล่าแม่นมข้างกายล้วนสามารถมีฝีมือเช่นนี้ได้

เวลานี้หลี่เค่อชวนถึงอดกลั้นความโกรธนี้เอาไว้

เขาออกแรงจับแขนที่ยังมีเลือดซึมของตนเองไว้ วาดมุมปากขึ้นอย่างเยือกเย็นใส่หลี่ชิงลั่ว “ข้าจะไม่ลงมือกับแม่นมของท่านย่า แต่ว่าเจ้า จบเห่แล้ว”

หลี่ชิงลั่วมองเขาด้วยหน้าตาไร้ความรู้สึก “ถ้าแน่จริง เจ้าก็มาเอาชีวิตข้าไป”

อย่างไรเสีย เดิมทีนางก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว

แค่ชีวิตนี้เอง

ในชาตินี้สู้จนตาย ก็ต้องทำให้พวกเขา ทำให้หลี่เค่อชวน ชดเชยต่อสิ่งที่ทำลงไปในวันนี้ และเสียใจจนใจสลาย

หลี่เค่อชวนทำเสียงพึมพำอย่างเย็นชาทีหนึ่ง พาคนก้าวใหญ่ๆ เดินออกไป

หลี่ชิงลั่วเหงื่อออกเต็มตัวแล้ว

แม่นมสองสามคนพยุงนางกลับไปนั่งในห้อง “คุณหนู ท่านบาดเจ็บหรือไม่เจ้าคะ? ก่อนท่านฮูหยินเฒ่าจะออกไปได้มอบหมายกับพวกเราเอาไว้ ต้องเฝ้าเรือนไว้ให้ดี คอยดูท่านเอาไว้ แต่พวกเราคิดไม่ถึงจริงว่าคุณชายใหญ่จะทะเลาะกับท่านขึ้นมาแล้ว”

พวกนางล้วนกลัวฮูหยินเฒ่าเผยกลับมาแล้วรู้เข้า จะลงโทษพวกนาง

มิหนำซ้ำ ไม่ว่าอย่างไรท่านย่าก็คิดไม่ถึงว่า หลี่เค่อชวนจะเป็นบ้าปานนี้เพราะหลี่ชิงจู

หลี่ชิงลั่วรู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกนาง ยิ่งกว่านั้นในช่วงสำคัญท้ายสุด พวกนางก็ช่วยชีวิตนางเอาไว้จริงๆ

“ไม่เกี่ยวกับแม่นมทั้งหลายเลย ข้าจะอธิบายกับท่านย่าเอง ใช่แล้ว ท่านย่าไปที่ใดกันเล่า?”

“ท่านฮูหยินเฒ่าได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง ดังนั้นเพิ่งถึงยามเหม่าก็ออกไปจากจวนแม่ทัพแล้วเจ้าค่ะ”

หลี่ชิงลั่ว “อืม ข้ารู้แล้ว ขอบคุณแม่นมทั้งหลาย”

นางไม่อาจพึ่งพาแต่ท่านย่าได้ตลอด ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นมา ถึงสามารถทำเรื่องที่ตนเองอยากทำได้

แก้แค้น เปิดโปงความจริงที่หลี่ชิงจูแกล้งตาย ตัดขาดกับตระกูลหลี่อย่างสิ้นเชิง

เพียงแค่อยากทำสิ่งเหล่านี้สำเร็จ พูดง่ายกว่าทำ

ยังไม่รอให้ฮูหยินเฒ่าเผยกลับมา เรือนใหญ่ทางนั้นก็มีคนมาหาก่อนแล้ว

“คุณหนูรอง นายท่านกับฮูหยินเชิญท่านไปยังเรือนด้านหน้าสักเที่ยว ตามพวกเราไปเถิด!”

พ่อบ้านยื่นมือสื่อความหมายด้วยท่าทางเฉยชา ในสายตากลับซ่อนการดูถูกเหยียดหยามที่มีต่อนางไม่มิด

หลี่ชิงลั่วเดาได้แต่แรกแล้ว

หลี่เค่อชวนเป็นบุตรชายจากภรรยาเอกของตระกูลหลี่ ส่วนตนเองแทงเขาจนบาดเจ็บ เรื่องนี้ไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น

เพียงแค่นางไม่ได้ปกปิดร่องรอยบาดเจ็บบนคอเช่นเดียวกัน

“รบกวนนำทางด้วย”

ชุ่ยเอ๋อร์กับแม่นม ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ตามไปด้วยสักคนหนึ่ง ดังนั้นหลี่ชิงลั่วเพียงตัวคนเดียว ตามพ่อบ้านเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา เดินมาสักเวลาหนึ่งก้านธูป ถึงถูกพามาถึงที่โถงใหญ่ด้านหน้า

โลงศพของหลี่ชิงจูก็ตั้งอยู่ห้องด้านข้าง

แต่ว่าหลี่ชิงลั่วยืนอยู่เรือนด้านหน้าจึงสามารถมองเห็นได้ ทุกที่ล้วนเป็นสีขาวไปหมด

ธงพิธีศพสีขาว กระโจมสีขาว ยังมีเงินกระดาษสีขาวที่ลอยเกลื่อนเต็มพื้น

มีสาวใช้และเด็กหนุ่มรับใช้ที่สวมชุดผ้าป่านนับไม่ถ้วนคุกเข่าอยู่หน้าโลงศพ ร้องไห้สะอึกสะอื้น เผากระดาษไม่หยุด จุดธูปไว้

ทางนี้ หลี่เฉาจิ้งกับฉวี่ซื่อนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ ดวงตาคู่หนึ่งของฉวี่ซื่อบวมตุ่ย หลี่เฉาจิ้งราวกับแก่ลงไปหลายปี เพียงแค่เวลาคืนหนึ่ง

หลี่ชิงลั่วถูกพาเข้ามา หลี่เฉาจิ้งให้นางคุกเข่าลง

ความน่าเกรงขามในสายตาเขา ไม่อาจสงสัยได้

หลี่ชิงลั่วรู้ว่า ถ้านางไม่คุกเข่า นายท่านของตระกูลอย่างหลี่เฉาจิ้งผู้นี้มีวิธีทำให้นางคุกเข่าได้

ส่วนนางไม่จำเป็นต้องหาเรื่องลำบากใส่ตัวเอง ดังนั้นจึงคุกเข่าลงไปอย่างเชื่อฟัง

เดิมทีหลี่เฉาจิ้งยังคิดว่านางดื้อรั้นจองหองมากเพียงใด คิดไม่ถึงว่าในวินาทีนี้นางกลับเชื่อฟังแล้ว

ทว่า พอนึกถึงทุกอย่างในจวนแม่ทัพวันนี้ ล้วนเกิดขึ้นเพราะนาง ในสายตาหลี่เฉาจิ้งก็เผยแววความดุร้ายผ่านไป

“คนชั่ว! เจ้าไม่มีหัวใจจริงหรือ? พี่ชายเจ้าแค่ขอให้เจ้าเข้ามาจุดธูปให้จูเอ๋อร์ เจ้าไม่ยินยอมก็แล้วไป เหตุใดต้องแทงเขาจนบาดเจ็บ?”

ฉวี่ซื่อร้องไห้อย่างอ่อนแรงพูดว่า “ข้าไม่รู้ว่าในใจเจ้าคิดอย่างไรกันแน่ แต่จูเอ๋อร์เติบโตอยู่ข้างกายข้ามาตั้งแต่เด็ก เป็นแก้วตาดวงใจของข้า ลูกรักของข้า นางมอบความสุขอยู่ข้างกายพ่อแม่แทนเจ้า กตัญญูต่อพ่อแม่แทนเจ้า เจ้า เจ้าก็หัวใจทำด้วยหิน ก็ควรจุดธูป และเผากระดาษให้นางกระมัง?”

“จูเอ๋อร์ผู้อาภัพของแม่ แม่อยากให้เจ้าเป็นลูกที่แม่คลอดออกมาใจแทบขาดเสียจริง”

“ฮือๆๆๆ”

หลี่ชิงลั่วยิ้มขมขื่นยกมุมปากขึ้นหน่อยแล้ว

เดิมนางคิดว่า ตนเองไม่สนใจอีกต่อไปตั้งแต่แรกแล้วจริงๆ

แต่ถึงวินาทีนี้ หัวใจของนางยังคงมีความเจ็บปวดลอยมาราวกับโดนเข็มทิ่มมากมาย

ให้เป็นครั้งสุดท้ายเถิด

ครั้งสุดท้าย ที่นางน่าสมเพชเช่นนี้

หลี่ชิงลั่วปัดผมเปียของตนเองออก เงยหน้าขึ้นมา เผยรอยฟกช้ำบวมแดงบนคอออกมาทั้งหมด

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลั่วเอ๋อร์ไม่ใช่พวกที่ใจร้ายฆ่าพี่ชาย แต่ถ้าลั่วเอ๋อร์ไม่ต่อต้านกลับไป วันนี้ที่จวนแม่ทัพแห่งนี้ กลัวว่าคงต้องเพิ่มโลงศพอีกโลงหนึ่ง”

นางพูดอย่างเรียบนิ่ง ทั้งที่ในน้ำเสียงไม่มีความน้อยใจและการขุ่นเคืองใจสักนิดหนึ่ง แต่หลี่เฉาจิ้งกับฉวี่ซื่อสองสามีภรรยา ยังคงจุกตรงหน้าอก

ในสายตาพวกเขาทั้งสอง ล้วนไม่อยากเชื่อกัน

“เหตุใดชวนเอ๋อร์ถึงทำเช่นนี้”

โหดเหี้ยม

คำพูดบรรยายของฉวี่ซื่อมาจ่อตรงริมฝีปากแล้ว กลับไม่ได้พ่นออกจากปากมา

เพราะแผลบนคอของหลี่ชิงลั่วนั้น ช่างน่าสะพรึงกลัวเสียจริง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel