บทที่ 14
ในที่สุด นางพูดประโยคนี้ออกมาแล้ว
ยังไม่พูดถึงว่าเดิมทีหลี่ชิงจูคนนั้นแกล้งตาย ต่อให้นางพยายามฆ่าตัวตายจริงๆ แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับหลี่ชิงลั่วกันแน่?
เป็นหลี่ชิงลั่วฆ่านางหรือ?
เป็นหลี่ชิงลั่วฆ่าคนด้วยตนเองหรือ?
ในหลายปีมานี้นางหลี่ชิงลั่วไม่เคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน เพราะเหตุใดต้องชดใช้ด้วยชีวิตของตนเองเพื่อกลอุบายชั่วร้ายของหลี่ชิงจู?
ความน้อยใจและความขุ่นเคืองมากมายในใจ ทำให้ดวงตาของหลี่ชิงลั่วแดงขึ้นแล้วในวินาทีนี้
นางจ้องหลี่เค่อชวนตาไม่กะพริบ รักษาความใจเย็นอันนั้นเอาไว้ เหน็บแนมจนหลี่เค่อชวนเหมือนคนพาลที่โหดเหี้ยม
เส้นเลือดของหลี่เค่อชวนปูดขึ้น ประหนึ่งอยากจะระเบิด
“เจ้า!!”
ฮูหยินเฒ่าเผยพลิกมือตบไปทีหนึ่ง ตบบนหน้าของหลี่เค่อชวนอย่างแรงแล้ว
“สารเลว! ถอยไป!”
ฮูหยินเฒ่าเผยฝึกการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก แม้ว่านางแก่แล้ว แต่ตบหน้าทีหนึ่งนี้ ก็พอทำให้หลี่เค่อชวนรับไม่ไหว
ไม่นานมุมปากเขามีเลือดไหลลงมา เห็นรอยเลือดนั้น หลี่เค่อชวนหน้าตาตกตะลึงเต็มที่
ฮูหยินเฒ่าเผยจ้องเขาด้วยความเสียใจที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โกรธเคืองมาก “นางอยากจะพยายามฆ่าตัวตาย นั่นเป็นเรื่องของนางเอง! เกี่ยวข้องอะไรกันกับน้องสาวของเจ้าด้วย? ถ้าเจ้าโยนความผิดเรื่องการตายของลูกไม่มีพ่อมีแม่คนนั้นมาให้ลั่วเอ๋อร์ ก็อยากโยนความผิดมาให้ข้าด้วยใช่หรือไม่?”
“ถ้าไม่ใช่ว่าข้าค้นหาสถานะของลูกไม่มีพ่อมีแม่คนนั้นจนรู้ชัด ถ้าไม่ใช่ว่าข้ารับลั่วเอ๋อร์กลับมา และกลับจวนมาด้วยกันกับลั่วเอ๋อร์ในวันนี้ น้องสาวสุดที่รักคนนั้นของเจ้า คงไม่พยายามฆ่าตัวตายแล้วกระมัง?”
“นางอยากตาย เพราะนางโง่เอง แต่ถ้าเจ้าอยากอาละวาดเพราะเรื่องนี้ และดึงคนที่ไร้ความผิดเข้าไปเกี่ยวข้องในนั้นด้วย ก็เกลียดข้าไปด้วยกันเสียเลย!”
“อย่างไรเสียพวกเจ้าทั้งตระกูล ก็มีคนเกลียดข้าไม่น้อยอยู่แล้ว”
ฮูหยินเฒ่าเผยพึมพำอย่างเย็นชา ดึงหลี่ชิงลั่วหมุนตัว “ไป!”
เวลานี้หลี่เฉาจิ้งถึงเหมือนได้สติกลับมา รีบตามเข้าไปแล้ว “ท่านแม่! ท่านแม่ขอรับ ชวนเอ๋อร์เขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นขอรับ เมื่อครู่แค่โมโหจนเลอะเลือนไปแล้ว เพราะเสียใจมากเกินไปถึงกระทำเยี่ยงนั้นออกมา”
ฮูหยินเฒ่าเผยทิ้งคำพูดเอาไว้อย่างเหนื่อยหน่าย “อย่าตามข้ามา! วันนี้ ข้าไม่อยากเจอพวกเจ้าอีก”
หลี่เฉาจิ้งได้เพียงมองฮูหยินเฒ่าเผยพาหลี่ชิงลั่วเดินไป คนกลุ่มหนึ่งเดินออกไปจากตรงนี้อย่างแน่วแน่
หลี่ชิงจูตายแล้ว ทั้งจวนแม่ทัพล้วนเป็นเสียงร้องไห้เสียใจหมดทุกที่
ฮูหยินเฒ่าเผยพักอยู่ที่เรือนจิ้งฉือ ฟังจนรู้สึกรำคาญใจ
นางให้แม่นมจางออกไปแจ้งให้รู้สักหน่อย ถ้าอยากร้องไห้ ให้ไสหัวออกไปร้องไห้ไกลๆ ไม่เช่นนั้นลงโทษตามกฎของตระกูลกันทั้งหมด
ไม่นาน โดยรอบถือว่าเงียบสงบลงมาถึงที่สุดแล้ว
ฮูหยินเฒ่าเผยถามแม่นมจางว่า “ลั่วเอ๋อร์กำลังทำอะไร?”
แม่นมจาง “คุณหนูกลับนิ่งสงบมากเจ้าค่ะ ยังฝึกคัดลายมืออยู่ในห้อง”
ฮูหยินเฒ่าเผยพยักหน้าแล้ว “เด็กคนนี้ เริ่มแรกแสร้งทำซื่อตรงอยู่ต่อหน้าข้า อันที่จริง ในใจซ่อนแผนการของตนเองเอาไว้”
“แต่ว่า โทษนางที่เป็นเช่นนี้ไม่ได้ วันนี้ถ้าข้าไม่ได้กลับมาด้วยกันกับนาง นางคงโดนคนทั้งจวนนี้กลืนทั้งเป็นแล้วมั้ง?”
แม่นมจางถอนหายใจ “ท่านฮูหยินเฒ่าเจ้าคะ ท่านแม่ทัพพวกเขาก็เลอะเลือนกันเสียเหลือเกิน คุณหนูจูเอ๋อร์คนนั้น ถึงแม้เลี้ยงดูมาข้างกายตั้งแต่เด็ก มีความผูกพันกันจริงๆ แต่ก็ตามใจจนไม่รู้กฎระเบียบเกินไปแล้ว”
“คาดไม่ถึงกล้าทำเรื่องเผาตัวเองเยี่ยงนี้ออกมาได้ และทำในวันนี้อีกไม่ใช่ว่าอยากให้คนภายนอกล้วนคิดว่า เพราะคุณหนูของพวกเรากลับมาบีบบังคับนางจนตายหรือเจ้าคะ?”
“ยังมีท่านฮูหยินเฒ่าด้วยคน อยู่ดีๆ ก็ต้องโดนกล่าวหาว่าบีบบังคับหลานสาวจนตาย”
ฮูหยินเฒ่าเผย “ข้าแก่แล้ว ต่อให้โดนกล่าวหาเยี่ยงนี้ จะเป็นอะไรไปเล่า? กลับเป็นลั่วเอ๋อร์ต่างหาก นางเพิ่งอายุสิบหก ถ้าโดนเล่าลือออกไปว่าบีบบังคับพี่สาวจนตาย ชีวิตที่เหลือของนางยังจะได้ใช้ชีวิตดีๆ หรือ?”
“แต่ว่า ข้าจำได้ว่าตระกูลจวงแห่งจวนจงอี้โหว เหมือนว่าเคยกำหนดการแต่งงานกับตระกูลหลี่เอาไว้?”
แม่นมจางบอกว่านางก็ไม่รู้ชัดเช่นกัน ต้องไปสอบถามดูหน่อย
ฮูหยินเฒ่าเผยนึกถึงหลี่ชิงลั่วอีกรอบ ถอนหายใจแล้ว “เด็กคนนี้ เหมือนรู้แต่แรกว่าจะมีวันนี้ สำหรับท่าทีเย็นชาของพ่อแม่ของนางรวมทั้งพี่ชายด้วย คาดไม่ถึงว่ายอมรับได้อย่างนิ่งสงบเช่นนี้แล้ว”
“เจ้าว่านาง คิดอย่างไรกันแน่?”
ปัจจุบันนี้แม่นมจางก็มองหลี่ชิงลั่วไม่ออกเช่นกัน
เริ่มแรกนั้น นางยังคิดว่าคุณหนูผู้นี้ใสซื่อทึ่มทื่อมากจริงๆ
ตอนนี้ กลับยิ่งรู้สึกว่า นางทึ่มทื่มที่ไหนกันเล่า?
แสร้งทำเป็นอ่อนแอทว่าซ่อนแผนการเอาไว้โดยแท้
ในเวลานี้เอง ด้านนอกมีแม่นมคนหนึ่งรีบร้อนกลับมา
“ท่านฮูหยินเฒ่าเจ้าคะ บ่าวมีเรื่องด่วนมารายงานเจ้าค่ะ!”
แม่นมเติ้งคนนี้ คือคนที่ก่อนหน้านี้ถูกฮูหยินเฒ่าเผยส่งกลับมาจ้องที่จวนแม่ทัพเอาไว้ก่อน
หรือว่า เรื่องที่หลี่ชิงจูเผาตัวเอง มีส่วนที่ผิดปกติมีลับลมคมในจริงๆ
ระหว่างคิ้วของฮูหยินเฒ่าเผยกระตุกอย่างแรง นางให้แม่นมจางไปเรียกหลี่ชิงลั่วเข้ามา
หลี่ชิงลั่วเจอกับแม่นมจาง เก็บกวาดบนโต๊ะของตนเองก่อนอย่างไม่รีบร้อน จากนั้นถึงไปในห้องของฮูหยินเฒ่าเผย
“ท่านย่า”
หลี่ชิงลั่วทำความเคารพแล้ว ฮูหยินเฒ่าเผยให้นางรีบมานั่งลง
แม่นมเติ้งที่รออยู่ด้านข้างถึงได้รีบเล่าออกมา “หลังจากที่จวนแม่ทัพเกิดเพลิงไหม้ บ่าวกำลังหลบอยู่แถวๆ นั้นพอดีเจ้าค่ะ ดังนั้นจึงมองเห็นกับตาตนเองบริเวณประตูตรงมุมด้านหลัง มีสาวใช้คนหนึ่งใส่ผ้าคลุมหน้าและใช้พัดบังหน้าเอาไว้แล้ว ออกไปจากจวนแม่ทัพโดยอยู่ภายใต้การคุ้มกันขององครักษ์สามสี่คน”
“บ่าวคิดอยู่ในใจว่า น่าแปลกปานนี้เชียว สาวใช้อะไรกัน ยังมีองครักษ์อีกด้วย? ไปทำอะไรกัน? เดินทางหลบๆ ซ่อนๆ เช่นนี้ มิหนำซ้ำในจวนเกิดเพลิงไหม้แล้วพวกเขากลับหนีไป เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!”
“ดังนั้น บ่าวเลยรีบตามเข้าไปแล้ว ท่านฮูหยินเฒ่าทายสิเจ้าคะ บ่าวตามไปจนถึงที่ใดกันแล้ว?”
ฮูหยินเฒ่าเผยอดทนไม่ไหว “ทายบ้าอะไรกัน เจ้ารีบพูดมา!”
แม่นมเติ้งก็ไม่กล้าพูดอ้อมค้อมต่อไป รีบเล่าต่อไป “เป็นจวนแห่งหนึ่งที่ริมแม่น้ำฉินหวยเจ้าค่ะ!”
“บ่าวไม่ได้อยู่ที่เมืองจินหลิงมาหลายปี ดังนั้นไม่รู้ว่าจวนนั้นเป็นของตระกูลใด แต่ว่าหลังจากสาวใช้ผู้นั้นเข้าไป ก็ไม่ได้ออกมาอีกเลยเจ้าค่ะ”
“บ่าวยังเกือบโดนคนพบเข้า ดังนั้นวนอยู่ตั้งหลายรอบถึงกล้ารีบกลับมา!”
ฮูหยินเฒ่าเผยโบกมือแล้ว ให้แม่นมเติ้งออกไปก่อน
ทว่ากำชับนางแล้ว เรื่องนี้ นางห้ามให้บุคคลที่ห้ารับรู้ได้เด็ดขาด
ในห้องไม่มีคนอื่นแล้ว ฮูหยินเฒ่าเผยมองทางหลี่ชิงลั่วที่นั่งอยู่ด้านข้างเงียบๆ มาตลอดอย่างกระวนกระวายใจ “เจ้ารู้เรื่องอะไรใช่หรือไม่ ลั่วเอ๋อร์?”
หลี่ชิงลั่ว “ท่านย่า ลั่วเอ๋อร์เพียงแค่เดาได้ว่าบางทียังมีเรื่องไม่คาดฝันอะไรรอลั่วเอ๋อร์อยู่เท่านั้นเองเจ้าค่ะ เพียงแค่ ลั่วเอ๋อร์บังเอิญคาดการณ์ถูกแล้วจริงๆ เท่านั้น”
ฮูหยินเฒ่าเผยรู้ว่า นางไม่ได้พูดความจริง
เห็นได้ชัดว่า นางยังมีเรื่องปิดบังตนเองอยู่
ฮูหยินเฒ่าเผยโมโหจนกัดฟัน “เจ้าอยากปิดบังย่าจริงๆ หรือ? ย่าช่วยเจ้าแล้ว เจ้ายังหลอกลวงกันเช่นนี้ เพื่อมาตอบแทนข้า?”
