บท
ตั้งค่า

เตือน

แม้คำพูดของเขาจะซึ้งกินใจเหล่าผู้ร่วมพิธีแต่งงาน แต่เป็นนางที่อยากให้ทุกคนจดจำ และหวังให้เขารักษาคำพูด รีบจัดการประมวลผลในหัวไว้เรียบร้อย

“เรียนเชิญท่านอ๋องและพระชายาเข้าห้องหอ บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว” เพราะฝ่าบาทเดินทางกลับทันทีที่มอบป้ายทองอวยพรบ่าวสาว ตอนนี้บรรยากาศจึงไม่เคร่งเครียดมากนัก ทั้งคู่ถูกก่งก่งและแม่สื่อ ส่งตัวเข้าหออย่างเรียบง่าย

“เหมยหลิน คืนนี้เจ้านอนกับข้า” นางกระซิบบอกสาวใช้ที่หน้าห้อง

“ไม่ได้เพคะ พระชายาต้องเข้าห้องหอ บ่าวจะรอที่หน้าห้องหอ แบบนั้นดีหรือไม่เพคะ“ เหงื่อเม็ดเล็กชื้นหน้าผากทำผู้คนต่างเอ็นดู ท่าทางคิดหนักของนางยังอยู่ในสายตาเฟยอ๋อง เขาหันไปพยักหน้าให้ทุกคนถอยออกไป ก่อนจับมือบางเย็นเฉียบให้เดินตามไปในห้องที่ประดับของตกแต่งรวมถึงเครื่องนอนไว้ด้วยสีแดงทั้งหมด

”ซิ่วอิง…“ นิ้วมือหยาบก้านเชยคางมนต์ขึ้นมาสานสบตา ดวงตากลมโตจึงพอมีเวลาพินิจพิจารนาใบหน้าคมเข้ม สันกรามแกร่งสวยงามดั่งพระเจ้าปั้น ดวงตาเรียวรีคล้ายมีความดุแต่กลับแฝงความเอ็นดูต่อนางไม่น้อย หม่าซิ่วอิงเม้มปากแน่นด้วยความประหม่า

”ข้าไม่ใช่พี่ชายที่วิ่งเล่นกับเจ้าตั้งแต่เยาว์วัยหรือ“ คำถามของเขาทำนางส่ายหน้าโดยอัตโนมัติ นางไม่มีความทรงจำผูกพันธ์ใดๆกับร่างเดิม เห็นเพียงเหตุการณ์ที่พานพบเจอเท่านั้น ความรู้สึกใดๆของนางต้องเริ่มต้นใหม่หมด

”ท่านอ๋อง หากหม่อมฉันต้องเอ่ยคำใดออกมาในค่ำคืนนี้ คำแรกที่หม่อมฉันจะพูดก็คง…ต้องบอกพระองค์ตามตรงว่าหม่อมฉันนั้น…ไม่เหลือความทรงจำใดๆ ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้านี้คือหม่อมฉันต้องสร้างความคุ้นชินใหม่ทั้งหมด“ แม้จะเอ่ยไปเช่นนั้นแต่นางกลับรู้สึกลึกๆว่าเขาไม่แปลกใจ ทำเพียงขมวดคิ้วคล้ายชั่งใจอะไรบางอย่าง

”หมายความว่า…เจ้ากำลังจะบอกให้ข้าเริ่มความรู้สึกเฉกเช่นคนรักใหม่กับเจ้าเช่นนั้นถูกหรือไม่“ นางส่ายหัว ทั้งที่ในใจตบตีกันพัลวัล การทำหน้าที่ภรรยาบนเตียงนางทำใจมาพอสมควร แต่มันจะดีกว่าหรือไม่หากนางได้มีเวลาถักทอความผูกพันธ์ขึ้นมาใหม่

”จริงๆแล้วหม่อมฉันเตรียมตัวมาปรนนิบัติพระองค์พอสมควร แต่ว่า…หม่อมฉัน…ทำตัวไม่ถูก ทั้งยังสับสน และกำลังมึนงงว่าต้องทำตัวเช่นไร หม่อมฉัน…อุ๊ป“ ความร้อนผะผาวแล่นผ่านแก้มนวลจนออกร้อนเป็นริ้วๆ ร่างบอบบางแข็งค้างยามเขาบดคลึงริมฝีปากอิ่มฟูทีละนิด มือเล็กๆกำเสื้อคลุมสีแดงที่อยู่บนกายแกร่งจะแน่น

นานเกือบเป็นเวลาหนึ่งถ้วยชากว่าเขาจะปล่อยนางให้เป็นอิสระ

”เดิมทีข้าคิดว่า…น้องสาวแสนอ่อนโยนที่เคยวิ่งตามข้าครั้งวัยเยาว์คงเปลี่ยนไปแล้ว ดูจากที่เจ้ากล้าร้องขอข้าตอนทำพิธี แต่จริงๆแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด“ แม้จะพูดออกมาคล้ายอารมณ์ดีและอยากแกล้ง แต่ต้องยอมรับว่า จูบหวานล้ำเมื่อครู่เขาชอบมันมาก จากตอนแรกที่ตั้งใจว่าจะทำแค่ตอกย้ำความรู้สึกบางอย่างเท่านั้น

”ท่านอ๋อง…“

”เรียกข้าว่าท่านพี่ ยามอยู่กันสองคนข้าเป็นเพียงท่านพี่สามีธรรมดาของเจ้าเท่านั้น“ เขาไม่ได้ผละตัวออกจากนาง แถมยังแนบชิดมากกว่าเดิมเมื่อฝ่ามือหนายังลูบแผ่นหลังบางไม่หยุด

”ทำเช่นนั้นไม่ได้ หม่อมฉันกลัวว่าจะเคยตัวเกินไปจนเผลอทำให้เฟยอ๋องไม่พอใจในภายหน้า“ ตอนนี้ใจของนางมันน้วยไปหมด ไม่รู้ว่าจะใช้ภาษาโบราณมาบอกความรู้สึกเช่นนี้ว่าอย่างไรดี แต่ต้องบอกว่าอยู่แนบชิดกับคนหล่อเช่นนี้ นางแทบยืนไม่ไหว!

”คืนนี้เจ้าไม่พร้อม ข้าก็จะไม่บังคับ แต่ข้าอยากให้เจ้ารับรู้ งานข้านั้นมีมากมาย ข้าอาจมีเวลาศึกษากับเจ้าเพียงน้อยนิด เช่นนั้นอาจใช้เวลานับสิบปี กว่าที่เจ้าจะวางใจโอนอ่อนกับข้า“ คำพูดของเขาทำนางเผลอขยุ้มเสื้อที่อกเขาอีกรอบ

”หม่อมฉัน…ไม่ได้ต้องการเวลานานถึงเพียงนั้น…เพียงแต่ว่า…อยากคุยเรื่องสำคัญกับพระองค์ก่อนเท่านั้น“ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นางแนบแก้มนวลลงไปบนอกแกร่ง อาจจะเป็นตอนที่เขาใช้ฝ่ามืออบอุ่นลูบแผ่นหลังบอบบางของนางพร้อมความรู้สึกอบอุ่นอยู่ก็เป็นได้

”ว่ามาเถอะ คืนนี้ข้ามีเวลาฟังเจ้าทั้งคืน แต่เครื่องหัวและชุดพวกนี้คงหนักไม่น้อย ข้าจะช่วยเจ้าถอดดีหรือไม่“ เขาจับจูงนางให้มานั่งตรงหน้ากระจกบานใหญ่ ก่อนที่เขาจะยืนซ้อนหลังนางและสบตากันผ่านกระจกเงา มือหนาค่อยๆถอดเสื้อคลุมชั้นนอกของนางออก ตามด้วยเครื่องประดับบนหัวออกทีละชิ้น

”หม่อมฉันได้รับรู้รายงานการเคลื่อนไหวจากท่านพ่อมาบ้าง ทราบว่าตอนนี้การเร่งงานสมรสของเรามาจาก แคว้นอื่นๆ เคลื่อนไหวหรือเพคะ“ นางคิดว่าเวลานี้สมควรคุยกับเขามากที่สุด หากนางอยากรักษาชีวิตรอดก็ต้องทำตัวให้เหมาะสมคอยยืนเคียงข้างเขา จนหาใครเปรียบไม่ได้!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel