คำมั่น
”อยากไปหาท่านพ่อตา และท่านแม่ยายหรือไม่“ คำพูดเป็นกันเองทำนางกัดปากแน่น จึงตัดสินใจในช่วงสุดท้ายก่อนคนนำพิธีพาไปห้องหอ นางจะไม่เป็นเช่นเจ้าของร่างเดิม นางจะเป็นตัวของตัวเอง จะไม่เดินตามหมากที่นางเจอในความฝัน
”อยากเพคะ“ เขาหัวเราะในลำคอ ท่าทางที่นางแสดงออกไม่ได้เล็ดลอดสายตาดุจพยาเหยี่ยวของเขา ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…ที่น้องน้อยเคยวิ่งตามเขาเมื่อครั้งเยาว์วัยเป็นคนคิดเยอะเช่นนี้
”เช่นนั่นก็ไปเถอะ ข้ามีคำมั่นสัญญาจะมอบให้ท่านพ่อตาท่านแม่ยายพอดี“ ร่างหนายกมือห้ามคนนำพิธี ก่อนพานางมายืนตรงหน้าจวิ้นกั๋วกงหม่าอวิ๋นซื่อ
”เอ่อ คาราวะท่านอ๋อง“ สองสามีภรรยาที่ไม่คิดว่าบุตรสาวจะเดินมาหาทำตัวไม่ถูก ร่างกายไปเองตามสัญชาตญาณ
”กับข้าไม่ต้องมากพิธีขอรับ อย่างไรก็เป็นเขย“ เขามีใบหน้าเรียบนิ่ง และยืนปักหลักตรงนั้นคล้ายกับว่า ไม่ว่านางต้องการพูดสิ่งใดที่เป็นความลับ ก็ย่อมต้องมีเขาอยู่ด้วยเสมอ จนนางอดค้อนควักให้ร่างหนาดั่งยักษ์ไม่ได้
“ท่านพ่อท่านแม่โปรดรักษาตัว ข้าจะไปเยี่ยมบ่อยๆ บ่าวรับใช้ที่ข้าหามาให้ใหม่ ไว้ใจได้ทุกคนยามหน้าหากมีใครกล้ารังแก เฟิงเหรินจะจัดการทุกอย่างเองเจ้าค่ะ” นางพูดถึงคนของนางที่ทิ้งไว้ที่จวนสกุลหม่า
“พระชายาอย่าได้ห่วงไป เพียงตั้งใจปฏิบัติตนให้ดี แค่นี้บิดามารดาก็ไม่ร้อนใจ” มารดาของนางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาบริเวณหัวตา ก่อนจะพยักหน้าให้บุตรสาววางใจ ริมฝีปากบางเบะออกอย่างหน้าเอ็นดู แต่พยายามไม่ร้องไห้ใดๆออกมา
“ท่านพ่อตาแม่ยายอย่าได้เกรงใจ หากมีสิ่งใดที่ทำให้ท่านทั้งสองร้อนรนในใจ โปรดส่งเรื่องถึงข้าได้ในทันทีขอรับ” เขารู้ว่าการเป็นบุตรเขยต้องทำเช่นไร จึงเสนอตัวอย่างที่ควรจะเป็น
“หากกังวลว่าซิ่วอิงจะทุกข์ยากลำบากใจ ขอให้ท่านรับรู้ไว้ ข้าจะมีนางเป็นภรรยาพระราชทานเพียงคนเดียว ภายหน้าหากดินฝังกลบหน้า นางก็ยังคงมีตำแหน่งเป็นเมียเอกที่ข้ายกเอาไว้เหนือกว่าใครทุกคน” คำพูดของเขาไม่ได้ทำนางทราบซึ้งใจ รู้อยู่แล้วว่าเรื่องรับสนมคนในสมัยนี่คิดเห็นเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ใช่กับนางความเห็นแย้งยังสะกิดใจอยู่นิดๆ เพราะนางมาจากโลกที่มีผัวเดียวเมียเดียว ต่อจากนี้คงต้องปรับตัวและหาวิธีรับมือ
“เช่นนั้นต่อหน้าบิดามารดาข้า คงต้องขอให้ท่านรับปากอีก1เรื่อง” นางหันไปหาเขาก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก
“สนมคนใดที่คิดจะเข้ามา ขอให้เป็นหน้าที่ของข้าที่ได้จัดระเบียบ แม้ข้าไม่ได้อยากเป็นหนึ่ง และข้าอยากเป็นคนเดียวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเมีย แต่ข้าจะทำตนให้ใจกว้างดั่งแม่น้ำ ขอเพียง…ยกข้าเอาไว้เหนือสตรีนางใด ให้เกียรติข้าได้ดูแลวังหลังอย่างเต็มที่ เท่านั้นก็พอเพคะ“ คำพูดของนางทำเหล่าขุนนางอ้าปากค้างไม่เว้นแม้แต่บิดามารดาของนางเอง
แต่เขากลับยกยิ้ม จากที่จินตนาการเอาไว้ว่า…น้องสาวที่เติบโตด้วยกันมาผู้มีนิสัยอ่อนหวาน ยอมเล่นกับเขาทั้งที่ไม่ชอบเพราะมันทั้งเหนื่อยและร้อน บัดนี้เติบโตมาได้อย่างดีจริงๆ เห็นนางไม่เอนอ่อนต่อสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ เขากลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด
”หากนั่นคือสิ่งที่เจ้าปราถนา เช่นนั้นข้าก็จะประกาศเอาไว้ตรงนี้… ข้ามีพระขายาเป็นสตรีนาวเดียวที่อยู่ข้างกายทั้งยามสุขและทุกข์ ข้ามีพระชายาซิ่วอิงคนเดียวเป็นผู้อยู่ข้างขวาของข้าตลอดกาล และข้ามอบอำนาจให้นางจัดระเบียบวังหลังได้เพียงผู้เดียว!!“ น้ำเสียงหนักแน่นทำเหล่าขุนนางต่างชื่นชมส่งเสียงเซงแซ่แห่ร้องให้จนทำให้เขาเปรมปิติ
