บทที่ 8 ตามสะดวก
เขาก้าวเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นไม้สักทองที่ขัดเงาอย่างดี เย็นสบายและมั่นคงทุกย่างก้าว กลิ่นไม้เก่าผสมกลิ่นสะอาดอ่อนๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทำให้เรือนทั้งหลังให้ความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์ในคราเดียวกัน ภายในเรือนมีทุกสิ่งครบถ้วน งดงามราวกับเรือนเจ้านายทางภาคเหนือในอดีต
โถงกลางเปิดกว้าง เพดานสูง เผยให้เห็นโครงคานไม้สักเรียงตัวอย่างแข็งแรง เสากลมต้นใหญ่แกะลายดอกไม้และเครือเถาแบบล้านนา ตามมุมต่าง ๆ ของบ้านมีของประดับวางอย่างเป็นระเบียบ โถแจกันลายครามบรรจุช่อดอกไม้ปลอม ทั้งดอกกุหลาบสีแดงเข้ม ดอกกล้วยไม้สีม่วงอ่อน ช่วยตัดกับสีทองของไม้สัก ทำให้เรือนไม้ทั้งหลังดูมีชีวิตชีวา ไม่เงียบเหงาอย่างที่ควรจะเป็น ตั่งไม้ยาวตั้งอยู่ริมหน้าต่าง บานไม้เปิดรับลมเย็นจากป่าเขา โต๊ะไม้สักตัวใหญ่ตั้งกลางโถง วางโคมไฟทรงล้านนาให้แสงนวลอบอุ่น สะท้อนผิวไม้เป็นประกายอ่อน ๆ
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่ปิดบังความสนใจ เรือนไม้เช่นนี้… เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
เธอเปิดประตู ก้าวข้ามธรณีประตูเดินเข้าไปในห้องนอนเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเดินออกมาหาเขาอีกครั้ง เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปตามรายละเอียดของเรือนไม้อย่างตั้งใจ ราวกับกำลังซึมซับทุกเส้นสาย ทุกลวดลายที่ผ่านตา
“คุณลุง ฉันได้เตรียมผ้าเช็ดตัวสองผืนไว้แล้วบนเตียง ห้องน้ำให้ได้ตามสะดวกเลยนะคะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เขาหันกลับมามองเธอ
“ฉันชื่อเสือ แล้วเธอล่ะชื่ออะไร” เขาเอ่ยบอกชื่อตัวเอง พร้อมถามชื่อของเธอไปด้วย
“ฉันชื่อน้ำค้างค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เขาพยักหน้าเบาๆ ชื่อของเธอช่างเข้ากับบรรยากาศของเรือนหลังนี้เหลือเกิน
“ชื่อเพราะจัง” เธอยิ้มรับอย่างสุภาพ
“ไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวไปเตรียมอาหารก่อนนะคะ”
“อืม” เธอเดินแยกไปทางครัวด้านหลัง เสียงฝีเท้าเบาบางบนพื้นไม้สักดังแผ่ว ๆ
ปล่อยให้เขายืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางเฮือนมณีจันทร์ เรือนไม้กลางป่าที่งดงาม สงบ และเต็มไปด้วยเรื่องราวของเจ้าของบ้านผู้โดดเดี่ยว
เขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำครู่หนึ่ง ก่อนจะผลักบานไม้สักเข้าไปอย่างเงียบงัน ภายในห้องน้ำกว้างขวางกว่าที่เขาคาดคิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและดอกไม้ลอยคลุ้งอย่างพอดี ไม่ฉุน ไม่จาง ราวกับเจ้าของบ้านตั้งใจให้เป็นพื้นที่พักใจมากกว่าที่ชำระร่างกาย
พื้นห้องแบ่งออกเป็น สองโซนอย่างชัดเจน
โซนแห้งปูด้วยไม้สักทองเคลือบกันความชื้น เงางามและอบอุ่น เคาน์เตอร์อ่างล้างมือไม้สักตัวใหญ่ตั้งเด่นอยู่ด้านหนึ่ง อ่างล้างมือสีขาวฝังลงไปอย่างประณีต เหนือขึ้นไปเป็นกระจกบานกว้าง ขอบไม้เรียบหรู ข้างอ่างมีถาดวางของใช้จัดเป็นระเบียบ สบู่เหลว กลิ่นหอมละมุน โลชั่น และขวดน้ำหอมทรงเรียบที่บ่งบอกถึงรสนิยมสุขุมของเจ้าของบ้าน อีกฟากหนึ่งของโซนแห้ง เป็น โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระ แยกเป็นสัดส่วน สะอาด เรียบร้อย ทุกอย่างดูถูกดูแลอย่างดี ราวกับไม่มีมุมใดถูกละเลย
ส่วนโซนเปียก เขาเผลอหยุดมอง อ่างจากุชชี่ทรงกลมขนาดใหญ่ ฝังลงกับพื้นหินขัดสีอ่อน กว้างพอให้ลงไปได้ถึงสามคนแล้วยังเหลือพื้นที่สบาย น้ำในอ่างยังไม่ถูกเติม แต่เพียงมองก็รับรู้ถึงความผ่อนคลายที่รออยู่ ข้างอ่างมีถาดไม้สักวาง บาธบอมหลากสีหลายลูก สีพาสเทลเรียงกันอย่างตั้งใจ ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้ป่าและผลไม้สดใหม่ ถัดออกมาเล็กน้อย มี ที่วางแก้วไวน์ และ แก้วเหล้าทรงสี่เหลี่ยม วางคู่กันอย่างกลมกลืน ไม่ฟุ่มเฟือย แต่บอกชัดถึงรสนิยมของหญิงสาว เรียบ หรู และมั่นใจในตัวเอง
แสงไฟซ่อนตามขอบผนังส่องสะท้อนผิวน้ำและหินขัดเป็นประกายอ่อน ทุกอย่างในห้องน้ำนี้…ไม่ใช่เพื่อโอ้อวด หากเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เธอใช้ดูแลตัวเองอย่างแท้จริง เขาคลี่ผ้าเช็ดตัวที่วางพับเรียบร้อยบนเก้าอี้ไม้ใกล้ผนัง ถอนหายใจแผ่วเบาอย่างไม่รู้ตัว
เฮือนมณีจันทร์ ไม่ได้เป็นเพียงเรือนไม้กลางป่า
แต่มันคือโลกส่วนตัวของผู้หญิงชื่อ “น้ำค้าง”
ผู้ใช้ชีวิตเพียงลำพัง อย่างมั่นคง และงดงามในแบบของเธอ
