1.4
“เรย์ก็ใจดีกับทุกคนไปทั่ว ระวังเถอะ สักวันจะเจ็บใจเพราะถูกคนที่ดีด้วยให้ใจตอบกลับมาไม่ถึงครึ่ง” รชัฎประชดคนรัก
“ใครเขาจะร้ายกับทุกคนไม่เว้นกระทั่งเพื่อนเหมือนแกล่ะ” สโรชาแบะปากใส่และไม่ใส่ใจหน้าหงิกงอนั้นหันไปถามเพื่อนสาว “แล้ววันอาทิตย์นี้ แกว่างไหมเรย์”
เรณุกาเลิกคิ้ว เอียงคอมองเพื่อนสาวอย่างสงสัย “ก็ว่างนะ แกมีอะไรหรือเปล่า”
“ก็อาทิตย์นี้...เป็นวันคล้ายวันเกิดแม่ของฉันนะสิ ที่บ้านจะมีงานปาร์ตี้เล็กๆ ฉันอยากวานแกหน่อย ความจริงแม่ก็บ่นว่าเกรงใจแกนะ บอกให้จ้างช่างแต่งหน้าก็ได้ แต่ฉันชอบสไตล์ที่แต่งหน้าให้ตอนงานละครเวทีน่ะ แกไปแต่งให้ฉันกับแม่หน่อยได้ไหม” สโรชามองเพื่อนอย่างเว้าวอน
รชัฎพูดแทรกและชักสีหน้า หลังยืนฟังอยู่นานอย่างไม่พอใจ “แต่ฉันเห็นด้วยกับแม่แกนะบัว ทำไมแกต้องมารบกวนเรย์ ในเมื่อแกก็รู้ว่าช่วงนี้พวกเราต้องเร่งทำธีสิส เรย์มันก็ต้องรีบคิดงาน แกจะมาเบียดเบียนเวลาเพื่อนอีก มีหัวคิดบ้างหรือเปล่าฮะบัว”
“ชัฎ...” เรณุกามองคนรักอย่างตำหนิ “ไอ้บัวมันเป็นเพื่อนเรานะ มีอะไรที่ช่วยกันได้เราก็ต้องทำสิ แล้วเรื่องแค่นี้เอง”
สโรชาเม้มปาก มองรชัฎ สีหน้าไม่พอใจแต่ไม่ตอบโต้ เธอขี้เกียจจะนับว่าทำหน้าเบ้ใส่เพื่อนหนุ่มเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวัน จึงหันไปถามเพื่อนสาว “แสดงว่าแกรับปากจะไปช่วยใช่ไหม”
เรณุกาพยักหน้าน้อยๆ “อื้ม แกไม่ต้องเสียเงินจ้างช่างหรอก ถ้าแกกับแม่ไว้ใจฉัน”
“เรย์ก็แบบนี้แหละ...ชัฎเตือนหลายรอบแล้วนะว่าอย่าใจดีกับคนอื่นให้มันมากนัก เอาเวลาไปทำงานของตัวเองให้เสร็จจะมีประโยชน์มากกว่า”
สโรชาชักสีหน้า ปรายตามองเพื่อนชาย “แกก็เป็นคนแบบนี้แหละไอ้ชัฎ ไม่เอาใคร ห่วงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง แล้วยังชอบมาเป่าหูไอ้เรย์ ให้คิดเหมือนตัวอีก ไอ้คนใจดำ”
รชัฎชำเลืองหางตามองคนพูดแล้วเอ่ยเสียงหยัน
“ฮึ...ทีแกยังเห็นแก่ประโยชน์ตัวแกเองสำคัญกว่าห่วงเรย์มันจะเสียผลประโยชน์นิหว่า”
สโรชาเม้มปากพลางเอ่ยกระทบ “ฉันไม่ได้ไหว้วานไอ้เรย์มันฟรีๆ ซะหน่อย ยังไงแม่ฉันก็ต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้มันอยู่แล้ว แต่ถึงจะไม่มีผลตอบแทน เรย์มันก็เต็มใจช่วยฉันอยู่ดีนั่นแหละ ไม่เหมือนแกหรอกไอ้ชัฎ ถ้าไม่มีค่าจ้าง ไม่มีทางทำอะไรให้เพื่อนฟรีหรอก”
“เฮ้ยไอ้ชัฎ พอเหอะ...กูฟังมึงเถียงกับไอ้บัวอยู่นานละ แต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องระหว่างไอ้เรย์กับไอ้บัวมัน มึงก็ปล่อยให้เขาสองคนตกลงกันเอาเองไม่ดีหรือวะ” ปกรณ์หนึ่ในเพื่อนร่วมกลุ่มเอ่ยตำหนิและเตือนเพื่อนอย่างหวังดี
“เรย์เป็นแฟนกู ทำไมกูจะยุ่งไม่ได้ กูไม่ชอบเห็นเรย์ถูกใครเอาเปรียบเว้ย” รชัฎเอ่ยอย่างหงุดหงิด
“ชัฎ!...ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ไม่มีใครเอาเปรียบเรย์ทั้งนั้นแหละ พวกเราเป็นเพื่อนกัน อะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไปก็เท่านั้น” เธอถอนหายใจแรง “เอาเป็นว่าเรย์ตัดสินใจเองได้ ชัฎไม่ต้องช่วยคิดแทนเรย์ไปเสียทุกเรื่องหรอกนะ”
“อ่อ...นี่เรย์หาว่าชัฎเสือก เรย์เห็นคนอื่นดีกว่าชัฎอย่างนั้นเหรอ”
อารมณ์หงุดหงิดทำให้รชัฎเอ่ยอย่างพาล ๆ
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ เรย์อยากทำอะไรก็ตามสบาย อยากไปไหนก็ไป เรียนจบจะเรียนต่อที่ไหนก็เชิญเลย เลิกกันไปเลยก็ได้ ในเมื่อชัฎไม่เคยมีความสำคัญกับเรย์อยู่แล้วนิ” รชัฎลุกขึ้นและเดินออกจากกลุ่มไปอย่างฉุนเฉียว
“ชัฎ!” เรณุกาลุกขึ้นร้องเรียกคนรัก
“เฮ้ย! ไอ้ชัฎ อะไรของมันวะ” ปกรณ์เกาหัวแกร๊ก ๆ
“ฉันขอโทษนะที่เป็นต้นเหตุทำให้ไอ้ชัฎมันโกรธแบบนี้ ฉันว่าอาทิตย์นี้ฉันไม่รบกวนแกดีกว่า” สโรชาเอ่ยอย่างเสียใจ
“ไม่ใช่ความผิดแกบัว แกไม่ต้องคิดมาก ชัฎมันคงหงุดหงิดเรื่องที่คุยกับฉันหลายวันแล้วล่ะ มันเลยพาลไปหมด ไม่เกี่ยวกับแกหรอกอย่าสนใจเลย” เธอถอนใจยาว
“ทำไมวะไอ้เรย์ แกทนคบไอ้ชัฎมันได้ยังไง นิสัยแบบมัน เป็นฉัน เลิกไปนานแล้ว ฉันละไม่เข้าใจแกจริงๆ”
“พูดอะไรอย่างนั้นวะบัว ไอ้ชัฎมันก็เพื่อนของเรานะ ถึงมันจะเอาแต่ใจ ปากร้าย ขี้โมโหไปบ้าง แต่มันก็เป็นคนดี ช่วยพวกเราเรื่องเรียนมาตลอดนะโว้ย” ปกรณ์เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย
“ฮึ...แต่เราก็ช่วยจุนเจือเรื่องเงินทองให้มันเสมอไม่ใช่หรือไง นึกเหรอว่าถ้าไม่จ้างมันจะช่วยพวกเราน่ะ” สโรชาเถียงแล้วชะงัก ยิ้มเจื่อนเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเรณุกา “ฉันขอโทษนะเรย์ที่ต้องพูดเรื่องจริง”
“แต่แกพูดถึงชัฎแรงไป ถึงเราจะช่วยชัฎเรื่องเงินเสมอ แต่ชัฎก็ไม่เคยรับเงินใครฟรีๆ ไม่ใช่เหรอ เขาเสียเวลามาช่วยงานเรา เขาก็ต้องลางาน ขาดรายได้ บ้านเขาไม่ได้มีเหมือนพวกเรานะ” เรณุกาเอ่ยอย่างไม่เข้าข้างใคร
“จริงของเรย์ ไอ้ชัฎมันไม่ได้รวยเหมือนแกนะบัว มันต้องหาเงินเรียนเอง จะไปพูดว่ามันเห็นแก่เงินก็ไม่ถูก” ปกรณ์ตำหนิ
“เออๆ ฉันขอโทษ เดี๋ยวฉันไปขอโทษไอ้ชัฎมันทีหลังก็แล้วกัน” สโรชาเอ่ยปัดเสียงอ่อน
เรณุกาถอนหายใจหนัก พยายามติดต่อรชัฎ แต่คนรักไม่รับโทรศัพท์ เธอจึงเขียนข้อความส่งส่วนตัวถึงเขาผ่านช่องทางแอปพลิเคชันออนไลน์
