บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 : สงครามจับหนู

ตอนที่

[7]

สงครามจับหนู

คำพูดของซู่ชิงหลันที่ว่า ‘จวนของเรากำลังมีหนูตัวใหญ่อยู่’ พร้อมกับกระดาษที่เต็มไปด้วยตารางตัวเลขอันแปลกตา ทำให้กู้หนานอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่น เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ก่อนจะก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้นอย่างพิจารณา

ตอนแรกเขานึกว่านางจะมาเล่นละครอะไรให้ดูอีก แต่เมื่อสายตาคมกริบกวาดมองไปตามตัวเลขที่ถูกขีดเส้นใต้สีแดงและคำอธิบายสั้น ๆ ที่นางเขียนกำกับไว้ สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปทันที จากความไม่ใส่ใจกลายเป็นความเคร่งขรึมอย่างรวดเร็ว

“นี่...เจ้าไปเอามาจากไหน?” เขาถามเสียงต่ำ พลางหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูใกล้ ๆ

“ห้องบัญชีเจ้าค่ะ” ซู่ชิงหลันตอบอย่างใจเย็น

“ข้าแค่รู้สึกว่าการจัดการในจวนของเราดูจะมีช่องโหว่อยู่บ้าง เลยลองขอยืมสมุดบัญชีจากพ่อบ้านเฉินมาดูเล่น ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเจออะไรที่น่าสนใจกว่าที่คิด”

กู้หนานอวิ๋นไล่สายตาไปตามรายการต่าง ๆ ที่ซู่ชิงหลันทำเครื่องหมายไว้...

ค่าจัดซื้อธนูเกินจริง

ยอดเบิกข้าวสารสำหรับทหารเวรยามสูงกว่าปกติ

ค่าซ่อมแซมกำแพงจวนที่ไม่เคยมีการซ่อมจริง

ทุกรายการล้วนเป็นจุดเล็ก ๆ ที่หากมองผ่าน ๆ อาจไม่ทันสังเกต แต่เมื่อถูกนำมารวมกันและจัดเรียงอย่างเป็นระบบเช่นนี้ มันกลับฉายภาพการทุจริตขนาดมโหฬารที่ซ่อนอยู่ใต้จมูกของเขามาตลอด!

“พ่อบ้านเฉิน...” เขากัดฟันกรอด นึกไม่ถึงว่าคนที่ดูซื่อสัตย์และรับใช้ตระกูลกู้มานานหลายสิบปี จะกล้าทำเรื่องเช่นนี้

“ข้ายังไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือของพ่อบ้านเฉินคนเดียว หรือมีใครอยู่เบื้องหลังอีก” ซู่ชิงหลันกล่าวเสริม

“แต่ที่แน่ ๆ คือ หนูตัวนี้อ้วนพีมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่ต้องจัดการเสียที”

กู้หนานอวิ๋นวางกระดาษลง ก่อนจะหันมามองหน้าซู่ชิงหลันตรง ๆ เป็นครั้งแรกของวันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ไม่มีความเยาะเย้ย ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์ แต่เป็นแววตาของความทึ่งและประหลาดใจอย่างแท้จริง

“เจ้าทำได้อย่างไร? การทำบัญชีรูปแบบนี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”

“มันเป็นแค่วิธีจัดระเบียบความคิดของข้าน่ะเจ้าค่ะ” นางยิ้มบาง ๆ ไม่ได้อธิบายที่มาที่ไปจากโลกอนาคต “เพียงแค่แยกประเภทให้ชัดเจน ก็จะมองเห็นความผิดปกติได้ง่ายขึ้น”

เขาจ้องหน้าซู่ชิงหลันนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินสตรีตรงหน้าใหม่อีกครั้ง นางไม่ใช่แค่สตรีปากกล้าฝีมือทำอาหารเป็นเลิศ แต่ยังมีความคิดความอ่านที่เฉียบแหลมเกินสตรีใด ๆ ที่เขาเคยพบเจอมา

“ดี” ในที่สุดเขาก็เอ่ยออกมาคำหนึ่ง

“ในเมื่อเจ้าเป็นคนเจอเรื่องนี้ เช่นนั้นเจ้าก็เป็นคนจัดการมันเสีย”

“ให้ข้าจัดการหรือเจ้าคะ?” ซู่ชิงหลันเลิกคิ้ว นี่เท่ากับว่าเขากำลังจะมอบอำนาจในการบริหารจัดการหลังบ้านทั้งหมดให้นางเลยนะ!

“ใช่” เขากล่าวอย่างเด็ดขาด

“ข้าจะให้เสวี่ยเหรินนำกำลังทหารไปคุมตัวพ่อบ้านเฉินและพวกที่เกี่ยวข้องมาให้เจ้าสอบสวนด้วยตัวเอง ส่วนข้า...จะรอดูผลงานของเจ้า”

นี่คือบททดสอบ!

ซู่ชิงหลันรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังทดสอบความสามารถของนาง และถ้าหากนางทำได้ดี นี่จะเป็นโอกาสทองที่นางจะยึดอำนาจการบริหารจัดการภายในจวนมาไว้ในมือได้อย่างสมบูรณ์!

“ตกลงเจ้าค่ะ ท่านพี่วางใจได้เลย เรื่องจับหนูสกปรกในบ้าน ขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้เอง” นางรับคำอย่างหนักแน่น

จากนั้นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นที่มุมปากของคนทั้งสองอย่างไม่ได้นัดหมาย บรรยากาศของสงครามประสาทเมื่อคืนก่อน บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นบรรยากาศของ ‘พันธมิตรจำเป็น’ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน

คืนนั้นกู้หนานอวิ๋นไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องหนังสือ แต่เขาก็นั่งทำงานของเขาอยู่ที่โต๊ะอีกตัวในห้องนอน ปล่อยให้ซู่ชิงหลันวางแผนการสอบสวนอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขาอย่างอิสระ แม้จะไม่ได้พูดคุยกัน แต่บรรยากาศกลับไม่ได้น่าอึดอัดอย่างที่คิด มันเป็นความเงียบที่ต่างคนต่างรู้หน้าที่ของตนเอง

วันรุ่งขึ้นพ่อบ้านเฉินและพรรคพวกอีกสี่ห้าคนก็ถูกทหารของเสวี่ยเหรินคุมตัวมายังห้องโถงกลางจวนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“ทะ...ท่านแม่ทัพ! นี่มันเรื่องอะไรกันขอรับ!?” พ่อบ้านเฉินโวยวายทันทีที่เห็นกู้หนานอวิ๋นและซู่ชิงหลันนั่งรออยู่

แต่กู้หนานอวิ๋นกลับไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่ผายมือไปทางสตรีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เป็นซู่ชิงหลันในอาภรณ์สีชมพูอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจ

“คนที่จะคุยกับพวกเจ้า...คือฮูหยินน้อย”

พ่อบ้านเฉินและพวกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “ฮูหยินน้อย? ท่านแม่ทัพอย่าล้อพวกข้าเล่นเลยขอรับ สตรีที่มาจาก..เอ่อ ข้างนอก จะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องบริหารได้อย่างไรกัน?” เขาอยากจะบอกว่ามาจากโรงค้าทาส แต่ก็ได้แต่เก็บงำคำพูดไว้ และเมื่อพอจะเดาได้ว่าถูกควบคุมตัวมาด้วยเรื่องอะไร รวมถึงตัวต้นเหตุคือสตรีชาวบ้านที่เพิ่งถูกตบแต่งเข้ามาก็ได้แต่ดูแคลนอยู่ในใจ

นี่คงกำลังจะพยายามแสดงอำนาจของฮูหยินน้อยอยู่สินะ

ซู่ชิงหลันไม่พูดพร่ำทำเพลง นางโยนสมุดบัญชีเล่มหนึ่งลงบนพื้นตรงหน้าพวกเขา “หนึ่งเดือนก่อน เจ้าเบิกเงินค่าซ่อมหลังคาเรือนทิศตะวันออกไปห้าสิบตำลึง แต่ข้าเพิ่งให้คนไปตรวจสอบมาเมื่อเช้า หลังคายังคงมีรอยรั่วเหมือนเดิม เงินห้าสิบตำลึงนั่น...ไปอยู่ที่ไหนหรือ พ่อบ้านเฉิน?”

ใบหน้าของพ่อบ้านเฉินซีดเผือดลงทันที “ขะ...ข้า...”

“ไม่ต้องรีบตอบก็ได้” ซู่ชิงหลันยกชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น

“ข้ายังมีอีกหลายรายการให้เจ้าต้องอธิบาย ทั้งค่าผ้าไหมที่ซื้อมาในราคาสูงกว่าท้องตลาดถึงสองเท่า ทั้งค่าสมุนไพรที่เบิกไปเกินกว่าความจำเป็นยิ่งกว่านั้นคือค่าอาวุธที่ต้องใช้ในกองทัพ เอ หรือจะให้ข้าอ่านให้ฟังทั้งหมดดี?”

ซู่ชิงหลันวางถ้วยชาลง ก่อนจะหยิบกระดาษตารางของตนเองขึ้นมา

“จากที่ข้ารวบรวมมาคร่าว ๆ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เงินที่หายไปจากจวนของเรามีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสามพันตำลึง พ่อบ้านเฉิน...เจ้าคงไม่ได้เอาไปใช้จ่ายคนเดียวทั้งหมดกระมัง?”

คำพูดสุดท้ายของนางเหมือนค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงกลางใจของพ่อบ้านเฉิน เขาทรุดลงกับพื้นทันที เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว

การสอบสวนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แต่ดูเหมือนว่าชัยชนะจะอยู่ในมือของซู่ชิงหลันแล้ว กู้หนานอวิ๋นที่นั่งดูอยู่เงียบ ๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ

สตรีของเขา...ช่างน่าสนใจขึ้นทุกวันจริง ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel