ตอนที่ 6 : ลูกน้องผู้น่าสงสาร
ตอนที่
[6]
ลูกน้องผู้น่าสงสาร
หลังจากมื้ออาหารที่จบลงด้วยชัยชนะอย่างงดงามของซู่ชิงหลัน บรรยากาศภายในจวนหนานโหวก็ดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ข่าวลือเรื่องฝีมือการทำอาหารของฮูหยินน้อยคนใหม่แพร่สะพัดไปทั่วอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เหล่าบ่าวไพร่เคยมองนางด้วยสายตาดูแคลนระคนสงสัย บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความทึ่งและความยำเกรง
ส่วนผู้แพ้อย่างกู้หนานอวิ๋น หลังจากถูกจู่โจมด้วยคำว่า ‘ท่านพี่’ อันหวานหยดย้อยแต่แฝงยาพิษ เขาก็รีบเผ่นกลับไปยังเรือนทำงานของตัวเองทันทีด้วยใบหน้าที่ถมึงทึงยิ่งกว่าเดิม
“โธ่เว้ย!”
กู้หนานอวิ๋นสบถเสียงดังลั่น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งอย่างแรง ภาพใบหน้ายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะของสตรีผู้นั้นยังคงติดตาเขาไม่หาย มันช่างน่าโมโห! น่าโมโหที่นางฉลาดกว่าที่คิด และน่าโมโห...ที่อาหารฝีมือนางมันอร่อยจนน่าเจ็บใจ!
“ท่านแม่ทัพ มีเรื่องอันใดไม่สบายใจหรือขอรับ?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับการปรากฏกายของบุรุษหนุ่มในชุดองครักษ์ เขาคือ เสวี่ยเหริน รองแม่ทัพและลูกน้องคนสนิทที่สุดของกู้หนานอวิ๋น ผู้ซึ่งติดตามรับใช้กันมาตั้งแต่ยังเป็นเพียงทหารชั้นเลวในสนามรบ
กู้หนานอวิ๋นปรายตามองลูกน้องคนสนิท ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เสวี่ยเหริน...เจ้าว่าสตรีเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากหรือไม่?”
เสวี่ยเหรินถึงกับยืนงงไปชั่วขณะ ปกติแล้วท่านแม่ทัพของเขาไม่เคยเอ่ยเรื่องสตรีให้ได้ยินแม้แต่ครึ่งคำ อย่างมากก็แค่บ่นเรื่องที่ฮูหยินใหญ่ที่พยายามจับคู่ให้เท่านั้น แต่นี่กลับมาถามคำถามเชิงปรัชญาเช่นนี้!
“เอ่อ...ก็คงจะเป็นเช่นนั้นกระมังขอรับ” เสวี่ยเหรินตอบอย่างระมัดระวัง
“โดยเฉพาะ...ฮูหยินน้อย” เขากล้าต่อท้ายเบา ๆ เพราะพอจะได้ยินกิตติศัพท์ความวุ่นวายเมื่อคืนและเมื่อเช้ามาบ้างแล้ว
“นาง!” กู้หนานอวิ๋นตบโต๊ะดังปัง!
“นางไม่ใช่แค่เข้าใจยาก! แต่นางมันปีศาจจิ้งจอกในร่างกระต่ายชัด ๆทำทีเป็นอ่อนแอ แต่ฝีปากกับกรงเล็บแหลมคมยิ่งกว่าอะไร เมื่อคืนนางกล้าถีบข้า! วันนี้นางยังกล้ามาเรียกข้าว่าท่านพี่ต่อหน้าท่านแม่อีก!”
เสวี่ยเหรินพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่หลุดหัวเราะออกมา เขาก้มหน้างุด พยายามทำสีหน้าให้จริงจังที่สุด “ท่านแม่ทัพ...บางทีฮูหยินน้อยอาจจะแค่...แค่พยายามจะใกล้ชิดกับท่านก็ได้นะขอรับ”
“ใกล้ชิดด้วยลูกถีบน่ะหรือ!?” กู้หนานอวิ๋นตวาดลั่น
“แล้วไหนจะเรื่องอาหารนั่นอีก! ท่านแม่สั่งให้นางทำอาหาร ข้ากะจะไปยืนดูให้นางเสียหน้าเล่น ๆ แต่ที่ไหนได้...นางกลับทำอาหารได้อร่อยจนข้าแทบอยากจะขอเติมข้าวอีกชาม!”
ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโหตัวเอง!
เสวี่ยเหรินได้แต่ยืนปาดเหงื่อในใจ เขาไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพผู้สงบนิ่งดุจขุนเขาในสนามรบต้องมาหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับเรื่องในบ้านเช่นนี้มาก่อนเลย นี่เขาควรจะสงสารท่านแม่ทัพ หรือควรจะนับถือฮูหยินน้อยคนใหม่ดี?
“แล้วแบบนี้ต่อไปข้าควรจะทำอย่างไรดี?” กู้หนานอวิ๋นหันมาถามความเห็นลูกน้องคนสนิท
“เอ่อ...” เสวี่ยเหรินคิดหนัก นี่มันปัญหาครอบครัวชัด ๆ เขาเป็นแค่ลูกน้อง จะไปเสนอหน้าได้อย่างไร
“บางทีท่านแม่ทัพลองพูดคุยกับฮูหยินน้อยดูสักครั้งดีหรือไม่ขอรับเช่น...เรื่องอาหารมื้อต่อไป”
“ให้ข้าพูดคุยนางน่ะหรือ ไม่มีทาง!!” กู้หนานอวิ๋นปฏิเสธเสียงแข็ง
“ข้าสั่งให้นางทำอาหารทุกมื้อให้ข้าแล้ว นั่นคือการลงโทษ ไม่มีการลดหย่อนเด็ดขาด”
เสวี่ยเหรินได้แต่ถอนหายใจในใจ
ท่านแม่ทัพขอรับ นั่นเป็นการลงโทษฮูหยินน้อยจริงหรือท่านแค่อยากกินอาหารอร่อยโดยยืมมืออีกฝ่ายกันแน่
ในขณะที่แม่ทัพหนุ่มกำลังระบายความอัดอั้นตันใจกับลูกน้องผู้น่าสงสารอยู่นั้น ทางฝั่งของซู่ชิงหลันก็กำลังเริ่มต้นแผนการบางอย่างเช่นกัน
หลังจากจัดการเรื่องอาหารที่เหมือนกับสงครามย่อม ๆ เรียบร้อย นางก็ไม่ได้พักผ่อน แต่กลับขอให้หลี่หมัวมัวพาไปสำรวจคลังต่าง ๆ ภายในจวน ทั้งคลังเสบียง คลังอาวุธ และที่สำคัญที่สุด...คือห้องบัญชี
แน่นอนว่าแม่สามีก็ให้คนอำนวยความสะดวกให้นางเป็นอย่างดี
ทว่าสภาพที่นางเห็นทำให้ต้องขมวดคิ้ว นั่นก็คือบัญชีรายรับรายจ่ายของจวนแม่ทัพที่ใหญ่โตขนาดนี้ กลับถูกบันทึกไว้ในสมุดเก่า ๆ อย่างไร้ระเบียบ ตัวเลขบางจุดก็ดูไม่ชอบมาพากล การเบิกจ่ายเสบียงก็ไม่มีการบันทึกที่ชัดเจน มันเต็มไปด้วยช่องโหว่ให้คนไม่ซื่อสามารถยักยอกได้อย่างง่ายดาย
“หลี่หมัวมัว ปกติแล้วใครเป็นคนดูแลเรื่องพวกนี้หรือ?”
“เป็นพ่อบ้านเฉินเจ้าค่ะฮูหยินน้อย เขาเป็นพ่อบ้านเก่าแก่ที่อยู่กับตระกูลกู้มานานแล้ว” หลี่หมัวมัวตอบ
ซู่ชิงหลันพยักหน้ารับรู้ ในใจเริ่มมีแผนการบางอย่างผุดขึ้นมา นี่คือโอกาสที่นางจะแสดงความสามารถให้ทุกคนได้เห็น และยังเป็นการสร้างฐานอำนาจของตัวเองในจวนแห่งนี้ด้วย!
นางใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายในการขอเอกสารบัญชีทั้งหมดมาตรวจสอบที่เรือนของตัวเอง นำความรู้ด้านการทำบัญชีแบบตารางจากโลกสมัยใหม่มาปรับใช้ วาดตารางลงบนกระดาษแผ่นใหญ่ แยกหมวดหมู่รายรับ-รายจ่ายอย่างชัดเจน ก่อนจะเริ่มนำตัวเลขจากสมุดบัญชีเก่ามาลงในตารางใหม่ของนาง
ทว่ายิ่งทำ...ก็ยิ่งเจอความผิดปกติ!
ตัวเลขการจัดซื้ออาวุธบางรายการสูงเกินจริง การเบิกจ่ายเสบียงสำหรับทหารก็มีจำนวนมากกว่าจำนวนทหารที่ประจำการอยู่จริง ๆ นี่มันไม่ใช่แค่การยักยอกเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว แต่มันคือการทุจริตครั้งใหญ่!
ตกเย็นเมื่อกู้หนานอวิ๋นกลับมาที่เรือนพัก หลังจากไปนอนที่ห้องหนังสือมาทั้งคืน เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าห้องนอนของเขาถูกจัดระเบียบใหม่จนแทบจำไม่ได้ ที่น่าแปลกใจกว่าคือ ภรรยาตัวแสบของเขากำลังนั่งขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาอย่างขะมักเขม้น แสงเทียนสาดส่องใบหน้าด้านข้างของนาง ทำให้ดูสงบนิ่งและน่ามองอย่างประหลาด
“เจ้าทำอะไรบนโต๊ะทำงานของข้า?” เขาถามเสียงแข็ง ทำลายความเงียบลง
ซู่ชิงหลันเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ก่อนจะยิ้มให้เขาอย่างไม่สะทกสะท้าน “กำลังช่วยท่านพี่หาเงินที่หายไปอย่างไรเล่าเจ้าคะ”
ก่อนจะดันกระดาษแผ่นใหญ่ที่เต็มไปด้วยตารางและตัวเลขไปตรงหน้าเขา
“ข้าคิดว่า...จวนของเรากำลังมีหนูตัวใหญ่อยู่นะเจ้าคะ ท่านพี่อยากจะช่วยข้าจับหนูหรือไม่?”
