ตอนที่ 5 : สงครามที่จวนแม่ทัพ 1/1
ตอนที่
[5]
สงครามที่จวนแม่ทัพ
เช้าวันรุ่งขึ้นซู่ชิงหลันตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อน แต่เป็นเพราะความเครียดและความเกร็งที่สะสมมาตลอดทั้งคืนต่างหาก!
นางลุกขึ้นจากเตียง พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
บ้าจริง! ทำไมข้าต้องไปถีบเขาด้วยนะ!
แม้จะรู้ว่าเป็นการป้องกันตัว แต่การเปิดศึกกับแม่ทัพใหญ่ตั้งแต่วันแรกก็ดูจะไม่ใช่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ราบรื่นนัก
คิดอันใดอยู่ไม่นานนัก หลี่หมัวมัวและสาวใช้อีกสองสามคนก็เข้ามาในพร้อมปรนนิบัติช่วยนางในช่วงเช้า วันนี้นางต้องไปยกน้ำชาคารวะกู้ฮูหยินในฐานะลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการ
“ฮูหยินน้อย เมื่อคืนท่านแม่ทัพ...” หลี่หมัวมัวเอ่ยถามอย่างลังเล พลางชำเลืองมองเตียงนอนที่ยังคงสภาพเรียบร้อยไม่มีร่องรอยใด ๆ มากนัก
ซู่ชิงหลันหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย “เอ่อ...ท่านแม่ทัพมีราชการด่วนน่ะเจ้าค่ะ เลย...เลยไม่ได้พักที่นี่” นางเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะไม่อยากให้เรื่องที่นางถีบสามีตัวเองจนกระเด็นจนเขาโกรธและออกจากห้องไปเมื่อคืนกลายเป็นเรื่องตลกขบขันของคนทั้งจวน
หลี่หมัวมัวพยักหน้ารับรู้ แต่แววตาดูเหมือนจะไม่เชื่อเสียทีเดียว ทว่าก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เพียงแค่ช่วยนางแต่งตัวอย่างเงียบ ๆ
เมื่อไปถึงห้องโถงใหญ่ กู้ฮูหยินก็นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“มาแล้วหรือหลันเออร์ มานั่งข้างแม่นี่มา” กู้ฮูหยินกวักมือเรียกซู่ชิงหลันอย่างเอ็นดู
ซู่ชิงหลันย่อตัวลงคุกเข่า ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นด้วยสองมือ “ท่านแม่เจ้าคะ โปรดรับน้ำชาจากลูกสะใภ้ด้วยเจ้าค่ะ”
กู้ฮูหยินรับถ้วยชามาจิบเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะพยักหน้าให้หลี่หมัวมัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทันใดนั้นบ่าวรับใช้สองคนก็ช่วยกันหอบหีบไม้สลักลายงดงามใบใหญ่เข้ามาวางตรงหน้าซู่ชิงหลัน
“เปิดดูสิ” กู้ฮูหยินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ซู่ชิงหลันเปิดฝาหีบออกอย่างงุนงง และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้นางแทบจะหยุดหายใจ!
ภายในหีบนั้นอัดแน่นไปด้วยตั๋วเงินปึกหนา แท่งทองคำและเงินที่ส่องประกายวิบวับ อีกทั้งยังมีเครื่องประดับล้ำค่า ทั้งปิ่นหยกขาวบริสุทธิ์ กำไลทองคำฝังอัญมณี ต่างหูไข่มุกชั้นเลิศ แต่ละชิ้นล้วนเป็นของที่ประเมินค่ามิได้
“ทะ...ท่านแม่ นี่มัน...” ซู่ชิงหลันถึงกับพูดไม่ออก นางไม่เคยเห็นสมบัติมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!
“นี่คือของรับขวัญจากแม่” กู้ฮูหยินกล่าวอย่างอบอุ่น
“รับไว้เถิด ต่อไปนี้เจ้าคือฮูหยินน้อยแห่งจวนนี้ อยากได้อะไร อยากใช้อะไร ก็เอาไปจับจ่ายได้ตามใจชอบ ไม่ต้องเกรงใจใครทั้งนั้น”
ซู่ชิงหลันรู้สึกตื้นตันจนน้ำตาแทบไหล นางรีบก้มหัวลงคำนับ
“ขอบพระคุณท่านแม่เจ้าค่ะ!”
“แล้วเจ้าลูกชายตัวดีของแม่เล่า เหตุใดจึงไม่มากับเจ้า?” กู้ฮูหยินถามขึ้นพลางมองหาบุตรชาย
ยังไม่ทันที่ซู่ชิงหลันจะได้ตอบ เสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าเสียก่อน
“ข้าอยู่นี่ขอรับท่านแม่”
กู้หนานอวิ๋นเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยชุดลำลองสบาย ๆ แต่รัศมีความน่าเกรงขามกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เขามองมาทางซู่ชิงหลันด้วยหางตา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ
“เมื่อคืนฮูหยินของข้าคงจะเหนื่อยอ่อนจากงานแต่งมากไปหน่อย เลยนอนหลับไม่ค่อยสบายนัก ข้ากลัวว่าจะรบกวนนาง จึงไปนอนที่ห้องหนังสือแทนเลยไม่ได้มาพร้อมกันขอรับ”
คำพูดของเขาทำเอาซู่ชิงหลันแทบจะสำลักน้ำลาย! นี่เขากำลังกลับดำเป็นขาว! ทำให้ทุกคนเข้าใจว่านางเป็นฝ่ายอ่อนแอจนไม่สามารถปรนนิบัติสามีได้งั้นหรือ!?
เจ้าแม่ทัพเจ้าเล่ห์! ร้ายกาจนัก!
นางได้แต่กรีดร้องในใจ
กู้ฮูหยินมองหน้าลูกชายสลับกับลูกสะใภ้ด้วยแววตารู้ทัน “เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ? ช่างเป็นสามีที่ใส่ใจภรรยาเสียจริงนะ” นางกล่าวพลางกลั้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมาทางลูกสะใภ้
หลังจากที่ซู่ชิงหลันลุกขึ้นยืน กู้ฮูหยินก็มองหน้าลูกชายสลับกับลูกสะใภ้ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เอาละ ในเมื่อตอนนี้พวกเจ้าก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว เพื่อให้พวกเจ้าได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น...หลันเออร์ วันนี้เจ้าลองเข้าครัวทำอาหารกลางวันให้พวกเราชิมหน่อยเป็นอย่างไร?”
พูดจบนางก็หันไปทางบุตรชายทันที “ส่วนเจ้าอวิ๋นเออร์ วันนี้ไม่มีราชการใช่หรือไม่? เช่นนั้นก็ไปช่วยภรรยาเจ้าที่โรงครัวด้วยก็แล้วกัน ไปช่วยนางหยิบจับอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ความสัมพันธ์จะได้แน่นแฟ้นขึ้น”
ทว่ากู้หนานอวิ๋นกลับเหลือบมองซู่ชิงหลันแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบมารดาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ท่านแม่จะลำบากฮูหยินน้อยไปไยเล่าขอรับ นางเป็นถึงฮูหยินของข้า จะให้ไปทำงานในครัวได้อย่างไรกัน อีกอย่าง...ดูท่าทีบอบบางเช่นนี้ คงจะทำได้แค่หุงข้าวต้มน้ำเท่านั้นกระมัง”
คำพูดดูถูกเหยียดหยามนั่นจุดไฟในใจของซู่ชิงหลันให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง!
ดูถูกกันเกินไปแล้ว! คิดว่าข้าเป็นใคร! อดีตคือเผิงหลัน นักวิจัยผู้เก่งกาจ วิจัยตั้งแต่อาหารยันอาวุธ! เรื่องทำอาหารแค่นี้ไม่คณนามือข้าหรอก!
นางสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้กู้ฮูหยิน “เป็นเกียรติอย่างยิ่งเจ้าค่ะท่านแม่ ไม่ทราบว่าท่านแม่กับท่านแม่ทัพอยากจะทานอะไรเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ?”
