บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 : คืนเข้าหอหรือคืนล้างแค้น?

ตอนที่

[4]

คืนเข้าหอหรือคืนล้างแค้น?

ทว่าเมื่อนางตัดสินใจแล้วก็ไม่มีหนทางให้ย้อนกลับ ในเมื่อเลือกแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อไป การมาอยู่ที่นี่คือโอกาสเดียวที่นางจะเอาชีวิตรอดและคิดบัญชีแค้นได้ จะมามัวกลัวบุรุษหน้าหล่อแต่ท่าทางร้ายกาจตรงหน้านี้ไม่ได้เด็ดขาด!

ยามนี้เหลือเพียงการเผชิญหน้าระหว่างนางกับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าจะเป็น ‘สามี’ ของนางในอนาคต

กู้หนานอวิ๋น...

เผิงหลันหลันยอมรับความจริงข้อนี้อย่างเต็มใจ และบัดนี้สิ่งที่นางต้องยอมรับนั่นก็คือนางคือซู่ชิงหลัน มิใช่เผิงหลันอีกแล้ว หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมความกล้าก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่เคยสั่นไหวกลับมาแน่วแน่มั่นคงอีกครั้ง นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะย่อกายคารวะบุรุษตรงหน้าอย่างงดงามตามแบบฉบับสตรีในยุคนี้

“ชิงหลัน...คารวะท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงของนางใสดุจระฆังแก้ว แต่กลับแฝงไว้ด้วยความท้าทายเล็ก ๆ ที่ไม่ได้หลุดรอดสายตาคมกริบคู่นั้นไปได้

กู้หนานอวิ๋นหรี่ตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะยิ่งกว้างขึ้นอย่างมีเลศนัย “โอ้ ของแปลกชิ้นนี้ดูเหมือนจะเชื่องเร็วกว่าที่คิด”

คำพูดดูแคลนราวกับนางเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งทำให้เส้นความอดทนของซู่ชิงหลันแทบจะขาดผึง! ทว่าก่อนที่นางจะได้อ้าปากสวนกลับ กู้ฮูหยินก็ตบโต๊ะดังปัง!

“กู้หนานอวิ๋น! เจ้าจะพูดจาให้มันดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไร! นี่คือว่าที่ภรรยาของเจ้า ไม่ใช่ของเล่น!”

“ก็เพราะเป็นว่าที่ภรรยาของข้าไม่ใช่หรือขอรับ ท่านแม่ถึงได้ไป ‘เก็บ’ มาจากโรงค้าทาส” เขายังคงยียวนไม่เลิก สายตาคมปลาบยังคงจับจ้องอยู่ที่ซู่ชิงหลัน

“ท่านแม่คงคิดว่าข้าเบื่อพวกคุณหนูจอมเสแสร้ง เลยหาทาสมาให้เป็นภรรยาแทน คงจะว่านอนสอนง่ายกว่ากันมากสินะ”

“เจ้า!” กู้ฮูหยินถึงกับพูดไม่ออก

ซู่ชิงหลันจึงตัดสินใจสวนกลับด้วยรอยยิ้มหวานหยด “ท่านแม่ทัพกล่าวถูกแล้วเจ้าค่ะ สตรีที่มาจากโคลนตมเช่นข้า ย่อมไม่รู้จักมารยาทหรือการเสแสร้งใด ๆ หากต่อไปทำสิ่งใดให้ท่านแม่ทัพไม่พอใจ ก็ได้แต่หวังว่าท่านแม่ทัพจะสั่งสอนชี้แนะ...แทนที่จะเอาแต่ดูแคลนกันนะเจ้าคะ”

คำพูดของนางเหมือนนุ่มนวล แต่ทุกประโยคกลับเสียดแทงราวกับมีด กู้หนานอวิ๋นถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาฉายแววประหลาดใจระคนสนุกสนานขึ้นมาทันที

ปากคอเราะรายไม่เบา น่าสนใจกว่าที่คุณหนูหน้าไหว้หลังหลอกพวกนั้นเป็นไหน ๆ

“ฮ่า ๆ” ในตอนนั้นเองที่กู้ฮูหยินหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ

“เห็นหรือไม่ นี่แหละสตรีที่ข้าเลือก อวิ๋นเออร์ เจ้าแพ้แล้ว”

“แพ้? ข้ายังไม่ได้เริ่มเล่นด้วยซ้ำ” กู้หนานอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ

“ในเมื่อท่านแม่ตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นก็จัดงานแต่งให้เร็วที่สุดเถิด ข้าไม่อยากให้เรื่องนี้ยืดเยื้อ ชักจะรอวันนั้นไม่ไหวแล้วสิ”

พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปทันที แต่ก็ไม่วายส่งรอยยิ้มยียวนให้กับซู่ชิงหลันเป็นการตบท้าย

นี่มัน…

ทางด้านกู้ฮูหยินที่กลัวว่าบุตรชายจะเปลี่ยนใจ ก็รีบใช้อำนาจจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงสามวัน!

แม้จะรีบร้อนแต่งานกลับไม่ได้เล็กเลยแม้แต่น้อย ขบวนเจ้าสาวถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติจวนหนานโหว เกี้ยวแปดคนหามเคลื่อนไปตามถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนที่ออกมายืนดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนอิจฉา

ซู่ชิงหลันนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาว ได้ยินเสียงผู้คนวิพากษ์วิจารณ์อยู่ภายนอก

“เจ้าสาวเป็นใครกันแน่? ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย”

“ได้ยินว่าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา แต่โชคดีถูกตาต้องใจกู้ฮูหยิน”

“ช่างมีวาสนานัก! ได้เป็นถึงฮูหยินน้อยแห่งจวนหนานโหว!”

วาสนางั้นหรือ?

ซู่ชิงหลันแค่นยิ้มอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า นี่อาจเป็นวาสนาหรือเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ก็ได้ ใครจะรู้?

พิธีการดำเนินไปอย่างราบรื่นแต่เต็มไปด้วยความเกร็ง นางถูกพยุงลงจากเกี้ยว ก้าวข้ามกระถางไฟ คำนับฟ้าดิน คำนับบรรพชนและคำนับผู้อาวุโสซึ่งก็คือกู้ฮูหยิน ตลอดพิธีนางสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบของเจ้าบ่าวที่มองมาเป็นระยะ ๆ แม้จะไม่เห็นหน้า แต่ก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาไม่หยุด

จนกระทั่งพิธีสิ้นสุดลง นางจึงถูกส่งตัวเข้าห้องหอ ปล่อยให้เจ้าบ่าวไปดื่มฉลองกับแขกเหรื่อและเหล่าสหายทหาร

และแล้ว...ช่วงเวลาเข้าหอก็มาถึง

ซู่ชิงหลันนั่งตัวตรงอยู่บนเตียงในชุดมงคลสีแดงสด บนศีรษะสวมมงกุฎหงส์หนักอึ้ง ในใจของนางเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก มันไม่ใช่ความตื่นเต้นของเจ้าสาว แต่เป็นความประหม่าและความหวาดระแวงล้วน ๆ นางไม่รู้เลยว่าแม่ทัพปีศาจคนนั้นจะมาไม้ไหน

จนกระทั่งเสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดมงคลสีเดียวกันเดินเข้ามา กลิ่นสุราอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก

กู้หนานอวิ๋นเดินตรงมาที่โต๊ะกลมกลางห้อง รินสุรามงคลใส่จอกสองใบ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเตียง แล้วยื่นจอกหนึ่งมาให้ภรรยาหมาด ๆ

ซู่ชิงหลันลังเลเล็กน้อย ก่อนจะรับมาดื่มจนหมดอย่างรวดเร็ว

“ใจร้อนดีนี่” เขากล่าวพลางยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะดื่มสุราในจอกของตนเองจนหมดเช่นกัน

บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงเทียนที่ลุกไหม้ดังเปรี๊ยะ ๆ ซู่ชิงหลันนั่งเกร็งตัวแข็งทื่อ นางคิดว่าเขาคงจะเดินจากไป ปล่อยให้นางอยู่ในห้องหอนี้ตามลำพังตามฉบับพระเอกนิยายใจร้าย

แต่ผิดคาด!

เขากลับเดินเข้ามาใกล้เตียงมากขึ้น ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ นาง!

“เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะปล่อยให้คืนมงคลของเราผ่านพ้นไปเฉย ๆ ใช่หรือไม่...ฮูหยินของข้า” น้ำเสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างหู ส่งผลให้ขนทั่วร่างของซู่ชิงหลันลุกชันขึ้นมาทันที!

บ้าเอ๊ย นี่มันไม่เหมือนในนิยายที่เคยอ่านเลยสักนิด!

ในจังหวะที่เขากำลังจะโผเข้ามาหาเพื่อปลดผ้าคลุมหน้าของนางออก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของซู่ชิงหลันก็ทำงานเร็วกว่าความคิด!

“ฝันไปเถอะ!!”

นางตะโกนลั่น พร้อมกับยกเท้าขึ้นถีบเข้าไปที่แผงอกกำยำของเขาเต็มแรง!

ผลัวะ!

“อั่ก!”

แม่ทัพกู้ผู้ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้ผู้ใดในสนามรบ บัดนี้กลับถูกภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านได้ไม่กี่ชั่วยามถีบจนหงายหลังตึงลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว!

กู้หนานอวิ๋นถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความเจ็บแปลบที่หน้าอกยังไม่เท่ากับความตกตะลึงที่ฉายชัดในแววตา เขาลุกขึ้นยืนช้า ๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ บัดนี้กลับดำคล้ำลงด้วยเพลิงโทสะ

“เจ้ากล้าถีบข้าหรือ!?” เขากัดฟันกรอด เสียงลอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว

ซู่ชิงหลันที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปถึงกับหน้าซีดเผือด แต่ก็ยังเชิดหน้าขึ้นสู้ “กะ...ก็ท่านจะล่วงเกินข้าก่อนนี่!”

“ล่วงเกิน!?” เขาคำรามลั่น

“คืนเข้าหอ เจ้าคิดว่าสามีภรรยาเขาทำอะไรกัน นั่งสวดมนต์หรืออย่างไร!?”

โทสะที่ปะทุขึ้นทำให้บรรยากาศในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กู้หนานอวิ๋นจ้องซู่ชิงหลันเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่เขาจะสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงแล้วเดินกระทืบเท้าปึงปังออกจากห้องไป พร้อมกับทิ้งท้ายประโยคที่ทำเอาซู่ชิงหลันหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ

“ในเมื่อเจ้าอยากจะเล่นสงครามประสาทกับข้า...ข้าก็จะเล่นกับเจ้าให้ถึงที่สุด ซู่ชิงหลัน!”

ปัง!

เสียงปิดประตูดังลั่น ปล่อยให้ซู่ชิงหลันนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงเพียงลำพัง

นางเพิ่งจะประกาศสงครามกับแม่ทัพตัวร้ายแห่งจวนหนานโหวในคืนเข้าหอวันแรก…

ชีวิตบัดซบเอ๊ย! แล้วต่อไปมันจะวุ่นวายขนาดไหนกันเนี่ย ดูจากท่าทีของกู้หนานอวิ๋นแล้ว…นางจะรอดหรือไม่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel