ตอนที่ 3 : ว่าที่สามี
ตอนที่
[3]
ว่าที่สามี
“แคก! แคก!”
เผิงหลันรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม นางที่เพิ่งจะยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเพื่อสงบสติอารมณ์ถึงกับสำลักออกมาอย่างแรงจนหน้าดำหน้าแดง
“ละ...ลูกสะใภ้!?” หญิงสาวอุทานเสียงหลง หันไปมองหน้ากู้ฮูหยินสลับกับหลี่หมัวมัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นึกว่าหูตัวเองเพี้ยนไปแล้ว แต่ใบหน้าของทั้งคู่ก็คล้ายกับยืนยันทุกอย่างเป็นอย่างดี
นี่มันเรื่องอะไรกัน? จากหญิงสาวที่เกือบจะถูกตีตราเป็นทาสเมื่อครู่ จะกลายมาเป็นว่าที่ฮูหยินน้อยแห่งจวนแม่ทัพระดับ ‘โหว’ ในเวลาไม่ถึงชั่วยาม?
นี่มันนิยายน้ำเน่าพล็อตไหนกัน!
“ใช่แล้ว” กู้ฮูหยินย้ำคำพูดของตนเองอีกครั้งอย่างใจเย็น น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับฉายแววจริงจัง “ภรรยาของกู้หนานอวิ๋น บุตรชายของข้า”
เมื่อได้ยินคำยืนยันอีกครั้ง เผิงหลันก็รีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน นี่มันต้องมีอะไรผิดพลาดครั้งใหญ่แน่ ๆ
“ตะ...แต่ว่าทำไม...ทำไมต้องเป็นข้าเจ้าคะ?” เผิงหลันพยายามหาเหตุผลมาค้านอย่างสุดความสามารถ “ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา ไม่มีชาติตระกูล ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ทั้งยัง...ทั้งยังเกือบจะถูกขายเป็นทาส ท่านไม่กลัวว่าจะเป็นที่ครหาของผู้คนหรือเจ้าคะ?”
กู้ฮูหยินเหลือบมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ในใจของนางกำลังนึกถึงคำทำนายของพระผู้ทรงศีลรูปนั้น
‘หญิงสาวผู้มาจากโคลนตมแต่จิตใจดุจหงส์ฟ้า...จะปรากฏกายที่โรงค้าทาส...’ ช่างตรงกับสตรีตรงหน้านางเสียจริง ๆ แม้จะอยู่ในสภาพตื่นตระหนก แต่แววตาคู่นั้นกลับไม่เคยสิ้นหวัง ยังคงฉายแววฉลาดหลักแหลมและไม่ยอมคนออกมาอย่างชัดเจน
‘ข้าไม่สนหรอกว่าใครจะครหา ขอแค่เจ้าเป็นคนที่สวรรค์ส่งมาให้เจ้าลูกชายตัวดีของข้าก็พอแล้ว’ กู้ฮูหยินคิดในใจ
แต่สิ่งที่นางแสดงออกไปกลับเป็นเพียงการถอนหายใจยาว คล้ายกับว่ากลัดกลุ้มมานานแสนนาน “เพราะเจ้าลูกชายตัวดีของข้าน่ะสิ ไม่ยอมแต่งงานกับบุตรสาวขุนนางคนไหนเลย บอกว่าเบื่อพวกสตรีเสแสร้งจอมมารยา” อันเย่เจินจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเผิงหลัน
“ส่วนเจ้า...ข้าถูกชะตาแววตาที่ไม่ยอมแพ้ของเจ้า เลยอยากรับเจ้ามาเป็นลูกสะใภ้ก็เท่านั้น”
เหตุผลแค่นี้เนี่ยนะ!? ถูกชะตา!?
เผิงหลันที่ได้ยินเช่นนั้นก็แทบอยากจะกุมขมับ นี่มันตรรกะแบบไหนกัน! แต่เมื่อมองลึกลงไปในแววตาของกู้ฮูหยิน นางก็รู้ว่าสตรีผู้นี้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว และคงไม่มีเหตุผลใดมาเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้
“ข้าให้เจ้าเลือก” กู้ฮูหยินกล่าวต่อ น้ำเสียงเรียบเฉยแต่กดดันยิ่งกว่าอะไร
“หนึ่ง...แต่งเข้าจวนตระกูลกู้ เป็นฮูหยินน้อยของบุตรชายข้า”
“สอง...เดินกลับออกไปจากจวนแห่งนี้ แล้วกลับไปเผชิญชะตากรรมเดิมของเจ้า”
คำพูดนั้นแทงใจดำของเผิงหลันอย่างจัง! มันคือการยื่นข้อเสนอที่นางแทบไม่มีทางเลือกอื่น
หากปฏิเสธอะไรจะเกิดขึ้น? นางจะถูกโยนกลับออกไปนอกจวนหรือไม่? ต้องกลับไปเผชิญความอดอยาก ถูกครอบครัวซู่ตามเจอแล้วลากกลับไปขายอีกครั้ง? ความคิดนั้นทำให้เผิงหลันหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
แต่ถ้าหากตกลง...นางจะได้ทุกอย่างที่ต้องการในตอนนี้ ที่พักพิงอันปลอดภัย อาหารชั้นเลิศ เสื้อผ้าสวยงาม และที่สำคัญที่สุด...คือสถานะและอำนาจ สถานะที่จะทำให้นางไม่ต้องหวาดกลัวใครอีกต่อไป และสิ่งนี้อาจจะทำให้นางสามารถตบหน้าครอบครัวจอมปลอมนั่นได้สักวัน!
เผิงหลันคิด ก่อนที่ภาพบางอย่างจะเข้ามาในหัว
ภาพใบหน้าที่ยิ้มเยาะของซู่ชิงเหลียน ภาพใบหน้าที่ไร้ความไยดีของบิดากับมารดา ความเจ็บปวดและอัปยศของซู่ชิงหลันคนเก่ายังคงฝังแน่นอยู่ในใจของนาง
ไม่ได้! นางจะปล่อยให้คนพวกนั้นลอยนวลอยู่ดีมีสุขไม่ได้!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความลังเลทั้งหมดในใจของเผิงหลันก็มลายหายไปสิ้น หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกู้ฮูหยินอย่างแน่วแน่
“ข้า...ตกลงเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้นรอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกู้ฮูหยินทันที
“ดี! นับแต่นี้ไป เจ้าคือว่าที่ฮูหยินน้อยแห่งจวนหนานโหว!”
ในจังหวะที่กู้ฮูหยินกำลังจะเอ่ยปากสั่งงานหลี่หมัวมัวให้ไปเตรียมการต่อนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ทาบทับเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับกลิ่นอายของเหล็กและคาวเลือดจาง ๆ ที่ทำให้บรรยากาศอันผ่อนคลายเมื่อครู่ตึงเครียดขึ้นมาทันที
เผิงหลันหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ และภาพที่เห็นก็ทำให้นางแทบลืมหายใจ
บุรุษผู้หนึ่งในชุดรัดกุมสีดำสนิทที่ขับเน้นเรือนร่างสูงใหญ่กำยำราวกับรูปสลักกำลังยืนอยู่ที่หน้าประตู ผมยาวสีดำขลับถูกรวบไว้ด้วยที่รัดผมเรียบ ๆ แต่กลับไม่อาจบดบังใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพเซียนสลักเสลาได้เลยแม้แต่น้อย ทว่า...สิ่งที่ทำให้เขาดูน่าเกรงขามที่สุดไม่ใช่ความสูงใหญ่หรือใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับปีศาจ แต่เป็นดวงตาคมกริบคู่นั้น...ดวงตาของพญาเหยี่ยวที่มองมายังนางราวกับกำลังประเมินเหยื่อ
“ท่านแม่ ท่านไปเก็บของแปลก ๆ มาจากที่ใดอีกแล้วหรือขอรับ?”
“…..”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาดังขึ้น ก่อนที่เจ้าของร่างจะก้าวเข้ามาในห้องโถง เขาเหลือบมองเผิงหลันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แล้วมุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม...
รอยยิ้มที่ชวนให้สตรีค่อนเมืองหลวงล้มทั้งยืน แต่ในสายตาของเผิงหลัน มันคือรอยยิ้มของอสรพิษ! ดูร้ายกาจ เย็นชาและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม!
กู้ฮูหยินหันไปค้อนให้บุตรชาย “อวิ๋นเออร์! อย่าเสียมารยาท! นี่คือซู่ชิงหลัน ว่าที่ภรรยาของเจ้า”
กู้หนานอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่เผิงหลันไม่วางตา รอยยิ้มร้ายกาจยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น
เผิงหลันรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่าง นางจ้องตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะกำลังร้องโหยหวน
นี่น่ะหรือ...ว่าที่สามีของนาง!?
หนีจากครอบครัวใจยักษ์ ยังมาเจอกับแม่ทัพหน้าปีศาจอีก!
นี่ข้าตัดสินใจถูกแล้วจริง ๆ หรือนี่
เปลี่ยนใจทันหรือไม่นะ?
