บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 : จากโคลนตมสู่จวนแม่ทัพ

ตอนที่

[2]

จากโคลนตมสู่จวนแม่ทัพ

“ฝันไปเถอะ!”

เผิงหลันตะโกนสุดเสียง ร่างกายที่เคยอ่อนแรงกลับมีพลังขึ้นมาอย่างน่าประหลาดเมื่อสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานเต็มขั้น ในจังหวะที่เหล็กร้อนแดงฉานกำลังจะประทับลงบนผิวเนื้อ นางใช้แรงทั้งหมดดีดตัวหลบไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด ความร้อนวาบผ่านใกล้จนรู้สึกแสบผิว

“อวดดีนักนะ!” ชายร่างกำยำผู้หนึ่งสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะพุ่งเข้ามาหมายจะจับตัวนางกดไว้กับพื้น

แต่เผิงหลันในร่างซู่ชิงหลันไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่รอรับชะตากรรมอีกต่อไปแล้ว แม้ร่างกายนี้จะผอมบาง แต่จิตวิญญาณของนักวิจัยที่เคยฝึกศิลปะป้องกันตัวขั้นพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยกลับตื่นขึ้น นางเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับใช้เท้าถีบเข้าไปที่จุดยุทธศาสตร์หว่างขาของชายคนนั้นเต็มแรง!

“อ๊ากกก”

เสียงร้องโหยหวนดังลั่นไปทั่วห้องขัง ชายร่างกำยำทรุดลงไปกุมเป้าด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ สหายของมันอีกคนที่กำลังจะเข้ามาช่วยถึงกับชะงักค้าง อ้าปากหวอด้วยความตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าสตรีตัวเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะหมดแรงจะกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้

“นังเด็กนี่! ข้าจะฆ่าเจ้า!” ชายคนที่สองคำรามลั่น ก่อนจะปรี่เข้ามาด้วยความโมโห

เผิงหลันตั้งท่าเตรียมรับมือ แม้จะรู้ดีว่าเรี่ยวแรงของตนคงสู้บุรุษฉกรรจ์สองคนไม่ไหว แต่จะให้ยอมถูกตีตราเป็นทาสง่าย ๆ น่ะหรือ ไม่มีทาง!

ทว่าก่อนที่ความวุ่นวายจะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงทรงอำนาจเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องขังที่เปิดค้างไว้

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้นโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะพบว่าที่หน้าประตูได้ปรากฏร่างของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดผ้าไหมเนื้อดี แม้จะไม่ได้หรูหราอลังการ แต่ก็ดูสะอาดสะอ้านและมีราคากว่าเสื้อผ้าของคนในโรงค้าทาสแห่งนี้มากนัก ด้านหลังของนางมีบ่าวรับใช้อีกสองคนยืนรออยู่ด้วยท่าทีนอบน้อม

เถ้าแก่ของโรงค้าทาสรีบวิ่งเข้ามาประจบประแจงทันที “นายหญิงท่านนี้ มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้หรือขอรับ?”

สตรีวัยกลางคนไม่ตอบคำถาม แต่กลับชี้มาทางเผิงหลันที่ยังคงยืนตั้งหลักอยู่มุมห้อง “เด็กคนนั้น ข้าต้องการซื้อนาง”

เถ้าแก่มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “นายหญิงช่างตาถึงนัก เด็กคนนี้เพิ่งเข้ามาใหม่ สด ๆ ร้อน ๆ เลยขอรับ แต่...นางค่อนข้างพยศไปหน่อย คงต้องใช้เวลาฝึก...”

“ข้าไม่ได้ถามความเห็นเจ้า” สตรีผู้นั้นกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะโยนถุงเงินหนักอึ้งลงบนพื้น “เท่าไร?”

เสียงเงินกระทบกันดังกริ๊ง ดึงดูดสายตาของทุกคนในที่นั้น เถ้าแก่รีบกุลีกุจอไปเก็บถุงเงินขึ้นมาเปิดดู เมื่อเห็นแท่งเงินจำนวนมากอยู่ข้างใน ดวงตาก็ลุกวาวด้วยความโลภ “หะ...ห้าสิบตำลึงขอรับ!” เขาโก่งราคาสูงกว่าที่ซื้อมาเกินเท่าตัว

“เอาไป” สตรีนางนั้นตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยก่อนจะสั่งการคนของตน “พานางออกมา”

เผิงหลันยืนงงเป็นไก่ตาแตกกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีก? ออกจากรังเสือปะรังจระเข้หรือ? นางมองสตรีสูงวัยคนนั้นอย่างพิจารณา แต่ก็ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรมาก บ่าวรับใช้สองคนก็เข้ามาประคองนางออกจากห้องขังที่น่าอึดอัดนั้นเสียแล้ว

ร่างของนางถูกนำไปยังรถม้าคันหนึ่งที่จอดรออยู่ไม่ไกล แค่เห็นขนาดและความหรูหราของรถม้า เผิงหลันก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ที่ช่วยนางไว้นั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่

เมื่อม่านรถม้าถูกเปิดออก เผิงหลันก็ถูกผลักเบา ๆ ให้เข้าไปข้างใน ก่อนจะพบว่าในนั้นมีสตรีอีกผู้หนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว และทันทีที่ได้เห็นอีกฝ่ายเผิงหลันก็แทบจะหยุดหายใจ

สตรีผู้นี้...งดงามและสูงศักดิ์อย่างหาที่เปรียบมิได้

แม้อายุจะล่วงเข้าวัยกลางคนแล้ว แต่กาลเวลากลับทำอะไรผิวพรรณอันผุดผ่องของอีกฝ่ายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย นางสวมอาภรณ์หรูหรา ปักลายบุปผาด้วยดิ้นทองอย่างประณีต บนศีรษะประดับปิ่นหยกขาวล้ำค่า ทุกอากัปกิริยาล้วนบ่งบอกถึงชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดา

สตรีที่ช่วยนางมาจากโรงค้าทาสทำความเคารพสตรีในรถม้าอย่างนอบน้อมที่สุด “ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวพานางมาแล้วเจ้าค่ะ”

ฮูหยินงั้นหรือ?

เผิงหลันกลืนน้ำลายเอื๊อก นี่นางไปพัวพันกับตระกูลใหญ่ตระกูลไหนเข้าแล้วเนี่ย?

สตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ สายตาคมกริบแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนกวาดมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “กลับจวน”

สิ้นคำสั่งสั้น ๆ รถม้าก็เคลื่อนตัวออกจากตรอกที่อับโชคทันที ทิ้งความงุนงงไว้ให้เผิงหลันอย่างเต็มเปี่ยม

รถม้าวิ่งไปได้ไม่นานก็หยุดลงที่หน้าจวนขนาดมหึมาแห่งหนึ่ง บานประตูสีแดงสดขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เหนือขึ้นไปมีป้ายไม้สลักอักษรสีทองตัวใหญ่อย่างน่าเกรงขามว่า ‘จวนหนานโหว’

นอกจากนั้นยังมีป้ายที่ติดต่ำลงมา

จวนแม่ทัพกู้

จวนแม่ทัพ! แถมยังเป็นแม่ทัพที่มีบรรดาศักดิ์ถึงขั้น ‘โหว’ อีก!

เผิงหลันรู้สึกเหมือนสมองของตนกำลังจะระเบิด นางถูกสตรีที่เรียกว่า หลี่หมัวมัว พยุงลงจากรถและพาเข้าไปในจวน ผ่านสวนสวยและทางเดินที่ปูด้วยหินอย่างดี ก่อนจะถูกนำไปยังห้องอาบน้ำที่หรูหราที่สุดเท่าที่นางเคยเห็นมาในชีวิต ที่เคยเห็นแบบนี้แค่ในซีรีส์โบราณที่เคยดูเท่านั้น

“คุณหนู เชิญชำระร่างกายก่อนนะเจ้าคะ เสื้อผ้าใหม่ข้าเตรียมไว้ให้แล้ว” หลี่หมัวมัวกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นกว่าตอนอยู่ที่โรงค้าทาส

“เดี๋ยวก่อน...” เผิงหลันเลิกคิ้ว

“พวกท่านเป็นใคร? แล้วต้องการอะไรจากข้ากันแน่? หรือว่าพวกท่านจะเอาข้ามาเป็นสาวใช้?”

หลี่หมัวมัวยิ้มบาง ๆ “เดี๋ยวคุณหนูก็จะทราบเองเจ้าค่ะ ตอนนี้เชิญอาบน้ำก่อนเถิด ฮูหยินรอท่านอยู่”

เผิงหลันได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามนับล้าน แต่สภาพมอมแมมเหนียวเหนอะหนะของตนเองก็ทำให้ต้องยอมทำตามแต่โดยดี หลังจากปฏิเสธการปฏิบัติจากสาวใช้ที่หลี่หมัวมัวให้มาปรนนิบัตินางแล้ว นางแช่ตัวในน้ำอุ่นที่โรยด้วยกลีบดอกไม้หอมกรุ่นและสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ทำจากผ้าไหมเนื้อนิ่ม เผิงหลันก็รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ก็ไม่ปาน

เมื่อแต่งตัวเสร็จ หลี่หมัวมัวก็พานางกลับมายังห้องโถงใหญ่ ที่นั่นกู้ฮูหยินนั่งจิบชารออยู่ด้วยท่าทีสงบนิ่ง

“มานั่งนี่สิ” กู้ฮูหยินหรืออันยู่เจินเอ่ยขึ้น พลางผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พลางรินน้ำชาให้อีกฝ่าย

เผิงหลันเดินเข้าไปนั่งลงอย่างเกร็ง ๆ พยายามประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วที่สุด “ฮูหยิน...ขอบคุณที่ช่วยข้าออกมาจากที่นั่นนะเจ้าคะ ไม่ทราบว่าท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใดเป็นการตอบแทนหรือเจ้าคะ? หากไม่เกินความสามารถ ข้ายินดีทำทุกอย่าง” กล่าวแล้วก็ยกน้ำชาขึ้นจิบตามมารยาท

ด้านกู้ฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็วางถ้วยชาลงช้า ๆ ก่อนจะจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า แววตาคู่นั้นดูเหมือนจะมองทะลุไปถึงจิตวิญญาณของเผิงหลันเลยทีเดียว

“ไม่ต้องกลัวไป ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อเจ้า” อันยู่เจินกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะปล่อยระเบิดลูกใหญ่ในเวลาต่อมา

“ที่ข้าช่วยเจ้ามา นั่นก็เพื่อจะพาเจ้ามาเป็นลูกสะใภ้ข้า”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel