บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ขุนศึก ไม่ใช่ ขุนพล

ทอประกาย บุญวัฒน์ หรือ ทับทิม วัย 19 หล่อนเป็นบุตรสาวคนเดียวของตระกูล หล่อนศึกษาที่สถานศึกษาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงอันดับต้นของประเทศ ทางบ้านของหล่อนนั้นประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าหยกเนื้อดีจากประเทศเพื่อนบ้าน

หล่อนเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวซึ่งทางบ้านหวงแหนไม่น้อย การเลี้ยงดูที่ประคบประหงมทำให้หล่อนเดียงสา

“คุณหนูทับทิมถึงเวลาแล้วนะคะ”

ใบหน้าเนียนสวยรูปหัวใจระบายยิ้มเล็กน้อยให้กับเงาที่สะท้อนในกระจกเงา ร่างบอบบางแต่กลับมีสัดส่วนน่าดึงดูดขยับกายเช็คความเรียบร้อยของชุดที่สวมใส่

“เดี๋ยวทับทิมตามลงไปนะคะ”

หญิงสาวตะโกนบอกป้าแม่บ้านที่ยืนอยู่หลังบานประตูก่อนจะหันกลับมาคว้ากระเป๋าสะพายที่มีหนังสือคู่มือสำหรับนักศึกษาปีที่หนึ่ง

หล่อนระบายยิ้มจนดวงตากลมโตมันหยีเล็ก ลักยิ้มบุ๋มทั้งสองข้างผุดผายขึ้น มันเป็นช่วงเวลาที่หล่อนรอคอยมาตลอด

“รอก่อนนะคะพี่ขุนพล ทับทิมกำลังจะตาม ไปหา”

ร่างสาวยามนี้บิดไปมาเป็นเกลียวใบหน้างามแดงก่ำเมื่อมโนภาพถึงบุรุษที่อยู่ในห้วงแห่งความทรงจำ

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วหล่อนได้มีโอกาสพบกับชายในฝันนั่นคือ...ขุนพล สุพิทธิวรรณ เขามาทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่แนะแนวในการเลือกสถานศึกษาให้แก่เด็ก รุ่นน้องที่กำลังมองหาทางเลือกการศึกษาในอนาคต

รอยยิ้มและท่าทีแสนสุภาพอบอุ่นของขุนพลนั้นทำให้สาวอ่อนเดียงสาอย่างหล่อนถึงกับตกหลุมรักอย่างไม่อาจถอดถอนได้

และนั่นคือหนึ่งเหตุผลที่หล่อนเลือกสถานศึกษาแห่งนี้ เขาคือเหตุผลเดียวของการตัดสินใจ

“คุณหนูทับทิมคุณท่านให้มาตามแล้วนะคะ”

เสียงของป้าแม่บ้านที่ดังขึ้นอีกครั้งหลังประตูไม้เนื้อดีทำให้คนที่กำลังเพ้อฝันได้สติพร้อมกับขานรับกลับไป

“โอเคค่ะ เรียบร้อยแล้วค่ะ”

มือบางเปิดประตูก่อนจะพบกับร่างท้วมของป้าแม่บ้านที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่

“วันนี้คุณหนูดูสดชื่นจังเลยนะคะ”

“นี่ป้าดูออกด้วยหรือคะว่าทับทิมอารมณ์ดี”

ป้าแรมพยักหน้าเล็กน้อย

“รีบลงไปเถอะค่ะประเดี๋ยวจะสายเอานะคะ”

“จริงด้วย...งั้นทับทิมไปก่อนนะคะป้าแรม”

หญิงสาวกึ่งวิ่งกึ่งเดินก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็วจนคนมองอดเป็นห่วงไม่ได้

“คุณหนูระวังค่ะอย่าวิ่งสิคะ”

คนที่ซอยเท้าลงบันไดวนยาวเหยียดไม่หันกลับมามองแต่กลับโต้ตอบอย่างอารมณ์ดี

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าแรมหนูไม่พลาดหรอกค่ะ”

ป้าแม่บ้านได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะส่ายศีรษะไปมา

“คุณหนูนะคุณหนูทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้”

มือบางที่กำลังจะปิดประตูรถแต่ทว่าเสียงของบิดาดังขึ้นทำให้ต้องชะงัก

“ทับทิม ตั้งใจหาลูกเขยรวยๆ มาฝากป๊า นะ”

ใบหน้างามแดงก่ำก่อนจะพูดปฏิเสธทั้งที่ในใจนั้นเต็มไปด้วยเป้าหมาย

“ป๊า อ่ะ พูดอะไรน่าเกลียดหนูไปเรียนนะคะ”

คนเป็นบิดาพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะมองตามท้ายรถที่แล่นออกจากคฤหาสน์ไปจนลับสายตา

ถึงแม้เขาจะทำทีกระเซ้าบุตรสาวแต่ความจริงแล้วนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ...เงินต่อเงิน

ทุกสถานศึกษานั้นย่อมมีกลุ่มนักเรียนที่เป็นเสมือนตราสัญลักษณ์ของความโดดเด่นซึ่งนำพาชื่อเสียงของสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการที่เกิดจากมันสมองอันชาญฉลาด หรือการกีฬา ซึ่งร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยทักษะ

ขุนศึก สุพิทธิวรรณ วัย 24 เขาคือนักศึกษาปริญญาโท รูปร่างสูงใหญ่สง่าผ่าเผยตามแบบฉบับนักกีฬา ใบหน้าหล่อเหลานั้นลงตัวอย่างเหมาะเจาะจมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้าคมสันรับกับกรามแกร่ง

เขาคงเป็นอีกคนที่บรรดาสาวๆ ในสถานศึกษาต่างให้ความสนใจหากเขามีพฤติกรรมที่เหมือนกับแฝด ผู้พี่อย่างเช่น ขุนพล สุพิทธิวรรณ

ใบหน้าหล่อที่เยือกเย็นปราศจากรอยยิ้มอย่างเช่นพี่ชายรวมถึงชื่อเสียงที่เลืองลือในการทะเลาะชกต่อย มันทำให้บรรดาสาวๆ ต่างขยาดหวาดกลัวแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ชายหนุ่มแยแส

เขากับแฝดพี่นั้นเหมือนกันราวกับแกะมีความต่างเพียงแค่การแต่งกายที่ถูกระเบียบของขุนพล และทรงผมที่แฝดน้องเช่นเขาเลือกที่จะใช้เจลใส่ผมมันกลับทำให้ใบหน้าหล่อเหลาสุขุมนั้นแปรเปลี่ยนสไตล์เป็นหนุ่มมาดกวน

“เฮ้ย...ขุนศึกทำไรอยู่ว่ะ วันนี้มีน้องปีหนึ่งน่ารักๆ เต็มไปหมดเลยเราไม่ไปดูกันหน่อยรึไงว่ะ”

ควันสีเทาที่ถูกเป่าพ่นออกจากริมฝีปากกระด้างที่ยามนี้ยกหยัดขึ้นเล็กน้อย

“มึงก็รู้ว่ากูไม่ได้สนใจเรื่องผู้หญิง”

มีแค่สองสิ่งเท่านั้นที่ขุนศึกให้ความสนใจคือกีฬาที่ใช้กำลังและการนอนเอนกายบนดาดฟ้าชั้นบนสุดของตึกสูงระฟ้าอย่างเช่นยามนี้

“ตั้งแต่ที่เลิกกับน้ำฟ้า ก็ไม่คิดมีแฟนใหม่เลยหรือไงว่ะ”

น้ำฟ้าคือแฟนที่เขาคบหามาตลอดห้าปีโดยที่เพิ่งมารู้ภายหลังว่าเจ้าหล่อนนั้นพยายามให้ท่าพี่ชายฝาแฝดและเมื่อถูกจับได้เจ้าหล่อนยังหน้าด้าน...

“ก็ขุนพลเขาดีกว่านายตั้งเยอะทำไมฉันจะไม่อยากได้ผู้ชายที่อบอุ่นมากกว่าคนอย่างนาย”

เขาไม่เคยโกรธเคืองพี่ชายฝาแฝดแม้แต่น้อยอีกทั้งยังต้องขอบคุณที่ทำให้เขาตาสว่าง

“เออไม่สน...ไม่คิด”

“หรือมึงยังไม่ลืมน้ำฟ้า”

“เปล่า...”

ขุนศึกพูดมันด้วยความสัจจริงเพราะหากเขายังรักและอาวรณ์คงให้อภัยและกลับมาคบหาดังเดิม

“กูว่ามึงลงไปเข้าเรียนได้ล่ะ ป่านนี้อาจารย์น่าจะเข้าสอนแล้ว”

ขุนศึกพยักหน้ารับก่อนจะนำมวนบุหรี่ที่อยู่ในมือขยี้ลงกับขอบกำแพงหินเพื่อดับเปลวควันขาวขุ่น

“เอ...มันไปทางไหนกันนะอาคารสาม”

ทับทิมพยายามมองหาทางไปอาคารสำหรับการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะหลงทาง

ดวงตากลมโตพยามองสอดส่องแต่ด้วยสถานศึกษาที่กว้างใหญ่มันทำให้หล่อนสับสนเหลือเกินคุณหนูเช่นหล่อนที่ไม่เคยทำอะไรด้วยตนเองอดรู้สึกตำหนิตนเองไม่ได้

“ทับทิม ทำไมเธอถึงได้โง่เง่าแบบนี้นะ”

หล่อนตั้งมั่นไว้ว่าต่อจากนี้จะพยายามช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด แต่ดูเหมือนว่าวันแรกก็พบกับอุปสรรคเสียแล้ว

สองเท้าที่ก้าวเดินไปเบื้องหน้าแต่ดวงตานั้นกลับมองไปทางอื่นจึงทำให้ไม่ทันเห็นคนที่เพิ่งเดินออกมาจากมุมหนึ่งของอาคาร

ปึก ร่างสาวชนกับกำแพงมนุษย์อย่างแรง

“อุ๊ย.....”

หล่อนหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บยามที่ร่างกระแทกลงกับพื้นปูน แต่เหมือนมันจะไม่เป็นเช่นนั้น

ความอบอุ่นของวงแขนกำยำทำให้หล่อนต้องลืมตาขึ้นมอง...

หัวใจสาวเต้นระรัวมันดังกึกก้องยิ่งนักในความรู้สึก แก้วหูรับรู้ได้ถึงเสียงก้อนเนื้อที่เต้นกระดอนจนผิดจังหวะ

“พะ...พี่ขุนพล”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างริมฝีปากอวบอิ่มเผยอเล็กน้อยพร้อมกับความเห่อร้อนบนใบหน้าที่กำลังปรากฏขึ้น

เขาดูหล่อแปลกตาไปกว่าครั้งนั้นที่เจอในสถานศึกษาแห่งเดิมของหล่อน รวมถึงสายตาคมกริบที่ทอดมองมามันทำให้ร่างสาวเบ่งบานอย่างประหลาดทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ขุนศึกจ้องมองผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนนิ่งงันสายตาคมกริบนั้นกวาดตามองเครื่องหน้าที่ลงตัวของเจ้าหล่อนอยู่เนิ่นนาน ไม่ได้สวยผุดผาดแต่เขาไม่อาจละสายตาจากหล่อนได้

“พี่จำทับทิมได้ไหมคะ คือเราเคยเจอกันมาก่อนตอนที่พี่ไปแนะแนวเลือกสถานศึกษา”

รอยยิ้มกระด้างผุดขึ้นมุมปากมือหนาที่โอบรอบเอวคอดกิ่วยามนี้ผละออกพร้อมกับดันร่างสาวเต็มแรง

“อุ๊ย...”

ทับทิมเซเสียหลักเล็กน้อยแต่ยังคงระบายยิ้มเพราะคิดว่าคนตรงหน้าไม่ได้ตั้งใจ

“ฉันไม่ใช่ขุนพล ฉันชื่อขุนศึก”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างพร้อมกับระบายยิ้มสดใสจนคนมองเห็นใจแกว่งพิลึก

“ฝาแฝด....พี่ขุนพลมีฝาแฝดด้วยหรือคะ”

“ใช่”

คนตอบใบหน้าเรียบตรึงปราศจากความเป็นมิตรแต่ดูเหมือนว่าเด็กสาวเบื้องหน้านั้นจะตาบอด ยังคงยิ้มร่าเริงอย่างเป็นมิตร

“มิน่าล่ะหล่อเหมือนกันเลยค่ะ”

ทับทิมระบายยิ้มยืนม้วนตัวแทบจะเป็นเลขแปด

“ชอบพี่ชายฉันหรือ”

ใบหน้างามแดงก่ำกายสาวที่บิดเอียงอายอย่างเด็กสาวไร้เดียงสายามนี้มันม้วนตัวยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ค่ะทับทิมชอบพี่ขุนพล ทับทิมมาเรียนที่นี่ก็เพราะพี่ขุนพลเลยนะคะ”

น่าหมั่นไส้ชะมัด !!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel