ตอนที่ 3 สะกดอารมณ์เพื่อไม่ให้กินยัยเด็กจอมยั่ว
ภายในห้องที่เงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงผ้าเสียดสีกับเนื้อไม้ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเชื่องช้า ความอึดอัดบัดนี้กลับผ่อนคลายลงโดยธรรมชาติ ชิลลี่รับรู้ได้ถึงสายตาคู่นั้น... สายตาที่ไม่ได้มองแค่ผลงานการเช็ดโต๊ะ แต่มันกำลังกรีดไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของเธออย่างจาบจ้วงแต่เงียบเชียบ!
ทุกครั้งที่เธอต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อเช็ดโต๊ะให้ถึงฝั่งตรงข้าม กระโปรงทรงเอตัวจิ๋วก็จะรั้งขึ้นสูงจนเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นรอยผ่า เสื้อนักศึกษาที่รัดตึงก็แทบจะปริออกตามจังหวะการขยับ แผ่นหลังบางแอ่นโค้งอวดบั้นท้ายกลมกลึงโดยไม่ได้ตั้งใจ แรกๆ ชิลลี่พยายามจะดึงกระโปรงลง แต่พอหันไปสบตากับคนหน้านิ่งที่จ้องมองมาโดยไม่หลบตา เธอก็เกิดหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ
'ชอบมองนักใช่ไหม... ได้!'
ยัยพริกขี้หนูเปลี่ยนแผน ท่าทีการเช็ดโต๊ะที่เคยแข็งกระด้างเปลี่ยนเป็นอ้อยอิ่งและยั่วยวนขึ้นอย่างจงใจ เธอจงใจโน้มตัวให้ลึกขึ้น โก่งสะโพกขึ้นเล็กน้อยตอนที่เอื้อมมือ ไปเช็ดมุมโต๊ะ ปล่อยให้เรียวขาขาวเนียนเบียดเสียดกันอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับ ช้อนสายตาหวานหยาดเยิ้มท้าทายกลับไปหาคนขี้เก๊ก
หินยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อจัดไม่เปลี่ยนสี ทว่าดวงตาที่เคยมืดมิดกลับวาวโรจน์ขึ้นมาแวบหนึ่ง สันกรามแกร่งบดแน่นจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปน เขากำลังใช้ความอดทนอย่างหนักเพื่อควบคุมสัญชาตญาณ ที่ถูกเด็กปีหนึ่งปลุกปั่นขึ้นมาเพียงแค่การขยับตัว เธอไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางยั่วโมโหแบบเด็กๆ นั้น มันโคตรจะเซ็กซี่และอันตรายแค่ไหน
"ตรงนั้นยังไม่สะอาด" เสียงทุ้มแหบพร่ากว่าปกติเอ่ยขัดขึ้นชิลลี่ชะงัก ชักสีหน้าใส่
"ตรงไหนคะ หนูเช็ดจนมันวับเป็นกระจกแล้วเนี่ย!"
"ตรงนี้" ยังไม่ทันที่ชิลลี่จะตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ที่เคยยืนอยู่ห่างออกไปก็ก้าวประชิดซ้อนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ความร้อนจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดลงมากับแผ่นหลังบางทำเอาชิลลี่สะดุ้งเฮือก เธอพยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่สองแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
ภายใต้เสื้อช็อปกลับท้าวลงบนขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างจงใจ
"พะ...พี่หิน จะทำอะไรคะ ถอยไปนะ" เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วเริ่มสั่นเมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลงบนลาดไหล่บาง
"ก็บอกว่าตรงนี้ยังไม่สะอาด..." หินกระซิบชิดใบหูเล็ก น้ำเสียงเยือกเย็นทว่ากลับทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของชิลลี่เต้นกระหน่ำ มือหนาหยาบกร้านจากการทำงาน
ช่างเอื้อมมาจับทับลงบนมือเล็กที่กำลังกำผ้าขี้ริ้วอยู่ นิ้วยาวสอดประสานเข้ากับนิ้วเรียวของเธออย่างถือวิสาสะ บังคับให้มือของเธอออกแรงถูไปบนพื้นโต๊ะไม้พร้อมๆ กับเขา การขยับตัวตามแรงชักนำของเขา ทำให้แผ่นหลังของชิลลี่ต้องเสียดสีกับแผงอกแกร่งแม้แต่สะโพกกลมกลึงเวลาที่โน้มตัวไปด้านหน้า ทำให้บั้นท้ายงามงอนยกขึ้น บดเบียดกับด้านหน้าของพี่ว้าก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกายบุรุษเพศมอมเมาสติของยัยตัวแสบจนพร่าเบลอ อีกทั้งความร้อนระอุที่เป็นลำที่สัมผัสจนเธอรู้สึกได้
“ขึ้นปล่อยไว้แบบนี้อันตรายแย่ยัยพริกเอ๊ย”
"พะ...พอแล้วค่ะ หนูเช็ดเองได้"ชิลลี่พยายามขืนตัวไว้ แต่แรงของเธอเทียบอะไรไม่ได้เลยกับผู้ชายตัวโตอย่างเขา
"เมื่อกี้ยังเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ชรินทร์ทิพย์" หินเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งเฉียดกับพวงแก้มใสที่ตอนนี้แดงระเรื่อเป็นลูกตำลึงสุก
"ยั่วเก่ง โชว์เก่ง... ทีตอนนี้ทำมาเป็นตัวสั่น"
"ใครตัวสั่นกัน!.... หนูแค่รำคาญ อีกอย่างแอร์มันหนาวด้วย!" คนปากดียังคงเถียงสู้ ทั้งที่ขนอ่อนลุกซันไปทั้งตัว
หินแค่นหัวเราะในลำคอ เขาหยุดมือที่บังคับเธอเช็ดโต๊ะ แต่กลับไม่ยอมถอยห่าง มือหนาข้างหนึ่งละจากผ้าขี้ริ้ว เลื่อนมาวางแหมะลงบนเอวคอดกิ่วของเธอผ่านเนื้อผ้าบางๆ นิ้วหัวแม่มือแกร่งจงใจลูบไล้เบาๆ ตรงส่วนเว้าส่วนโค้งนั้นอย่างจาบจ้วง ชิลลี่เบิกตากว้าง หันขวับกลับมาเพื่อจะเอาเรื่อง แต่การหันหน้ากะทันหันในระยะ ประชิด ทำให้ริมฝีปากของเธอเฉียดผ่านปลายจมูกโด่งของเขาไปเพียงแค่มิลเดียว! ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด ดวงตากลมโตสั่นระริกประสานเข้ากับนัยน์ตาคมดุที่บัดนี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
หินมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ สายตาของเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนอยู่ลานเกียร์ แต่มันร้อนแรงและเต็มไปด้วยความนัยจนชิลลี่รู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าด้วยสายตาเขาหลุบตาลงมองริมฝีปากสีแดงสดที่เผยอขึ้นน้อยๆ อย่างลืมตัว สายตาคมกริบอ้อยอิ่งอยู่ที่ตรงนั้นเนิ่นนาน จนชิลลี่ต้องเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเองปฏิกิริยานั้นทำให้ความอดทนของเฮดว้ากหน้านิ่งแทบจะขาดผึง หินขบกรามแน่นจนขึ้นสัน เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน เสียงทุ้มกระซิบชิดกลีบปากนุ่ม
"จำเอาไว้ ชิลลี่... อย่าคิดจะมาเล่นเกมยั่วประสาทกับคนอย่างพี่" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและอันตราย
"เพราะถ้าพี่เอาจริง... คนที่จะร้องไห้เดินลงจากตึกไม่ไหว คือเธอ ไม่ใช่พี่"
พูดจบ เขาก็ผละออกห่างอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ยัยตัวแสบยืนนิ่งงัน หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก หายใจหอบถี่สั่นสะท้านไปทั้งตัว
"เช็ดโต๊ะให้เสร็จ แล้วไสหัวกลับไปได้แล้ว" หินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หันหลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะตามเดิม สวมหน้ากากเฮดว้ากผู้เย็นราวกับ
คนละคนที่เพิ่งจะต้อนเธอให้จนมุมเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ชิลลี่ยืนกำผ้าขี้ริ้วแน่น ใบหน้าร้อนฉ่าไปหมด ทั้งความโกรธ ความอายและความรู้สึกวาบหวามแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง เธอตวัดสายตาขุ่นเคืองมองคนขี้เก๊กที่นั่งหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้
