บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 2

บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 2

เช้าวันเซ่นไหว้ เสียงร้องตกใจของพ่อบ้านดังลั่นหอ

คทาหรูอี้หยกขาวแตกเป็นสามท่อนอยู่บนพื้น

เศษหยกกระจายเต็มพรมแดง ข้างกันนั้นมีปิ่นเงินลายกล้วยไม้ตกอยู่หนึ่งชิ้น พ่อบ้านจำได้ทันทีว่าเป็นปิ่นซึ่งชิงหรานใช้เป็นประจำ

คนทั้งจวนถูกเรียกมารวมกัน เยี่ยหวยอันเห็นของพระราชทานแตกหักก็โกรธจนมือสั่น "เมื่อวานผู้ใดเข้ามาที่นี่บ้าง"

พ่อบ้านไล่รายชื่อ ก่อนตอบว่า "คุณหนูใหญ่เป็นคนสุดท้ายขอรับ"

เหลียนจือหน้าซีด "เป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ เมื่อวานคุณหนูเพียงคัดบทสวดอยู่หลังฉาก ไม่เคยแตะต้องคทาหยกเลย"

จิ่งไหวหยิบปิ่นขึ้นมา "แล้วของชิ้นนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"

ชิงหรานแตะมวยผมของตน นางเพิ่งรู้ว่าปิ่นเงินหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ อาจเป็นตอนคุกเข่า อาจเป็นตอนอวี๋หนิงวางกล่องยา หรืออาจถูกผู้ใดดึงไปโดยที่นางไม่ทันสังเกต

"มีคนนำปิ่นของข้ามาวาง"

"ผู้ใดจะทำเช่นนั้น" ฟางซื่อถาม

"ผู้ที่ทำหยกแตก"

อวี๋หนิงซึ่งยืนอยู่ข้างมารดารีบเอ่ย "พี่หญิงอาจทำตกโดยไม่ตั้งใจก็ได้เจ้าค่ะ เมื่อวานเข่าท่านเจ็บ หากเสียหลักแล้วชนแท่นวาง..."

"แท่นอยู่ห่างจากโต๊ะคัดอักษรสามจั้ง" ชิงหรานตัดบท "ต่อให้ข้าล้มกลิ้งไป ก็ชนไม่ถึง"

"น้องกำลังช่วยแก้ต่างให้เจ้า!" ฟางซื่อกล่าวอย่างขุ่นเคือง

ชิงหรานหัวเราะ "ช่วยแก้ต่าง หรือช่วยย้ำว่าข้าอยู่ที่นี่เป็นคนสุดท้ายกันแน่"

ดวงตาของอวี๋หนิงแดงขึ้นทันที "พี่หญิงคิดว่าข้าใส่ร้ายท่านหรือเจ้าคะ"

"ข้ายังไม่ได้เอ่ยชื่อเจ้า"

หยาดน้ำตาร่วงจากหางตาของอวี๋หนิง จิ่งไหวจึงก้าวมาขวางน้องสาวไว้ "พอแล้ว หลักฐานอยู่ตรงหน้า เจ้ายังจะกัดน้องไม่ปล่อยอีกหรือ"

ชิงหรานหลุบตามองเศษหยก บริเวณรอยแตกมีคราบขี้ผึ้งใสบาง ๆ เกาะอยู่ คล้ายคทาถูกทำให้ร้าวไว้ก่อนแล้วจึงนำมาประกอบบนแท่น เพียงมีผู้แตะต้องเบา ๆ ก็จะแตกลงมาเอง

นางย่อตัวจะตรวจดู ทว่าเยี่ยหวยอันกลับตวาดห้าม

"อย่าแตะของพระราชทานอีก!"

"ท่านพ่อ บนรอยแตกมี..."

"คุกเข่า!"

เสียงนั้นดังสะเทือนหอเซ่นไหว้ ชิงหรานชะงักไปชั่วอึดใจ

"ข้าไม่ได้ทำ"

"ของสำคัญแตกอยู่ตรงหน้า ปิ่นของเจ้าอยู่ข้างกัน ยังจะปฏิเสธอีกหรือ" เยี่ยหวยอันเค้นเสียง "วันนี้เป็นวันบูชาบรรพชน เจ้ายังทำลายสิ่งมงคลเพราะโกรธที่ถูกลงโทษ นับวันจิตใจยิ่งต่ำช้า!"

"หากท่านพ่อเชื่อว่าข้าผิดอยู่แล้ว จะถามหาความจริงไปเพื่อสิ่งใด"

"เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับบิดาหรือ!"

ชิงหรานมองคนในครอบครัวทีละคน ไม่มีผู้ใดมองคราบขี้ผึ้ง ไม่มีผู้ใดถามว่าปิ่นหลุดจากผมนางได้อย่างไร ทุกคนเพียงรอให้นางก้มศีรษะ เพื่อพิสูจน์ว่าคำตัดสินที่พวกเขาปักใจไว้แต่แรกนั้นถูกต้องเสมอ

ในที่สุดนางก็คุกเข่าลงบนพื้นแข็ง

หัวเข่าที่บวมช้ำพลันเจ็บจนภาพตรงหน้ามืดวูบ ทว่านางยังยืดหลังตรง ดวงตาไม่หลบหนี

"ข้าคุกเข่าเพราะท่านเป็นบิดา ไม่ใช่เพราะข้ายอมรับผิด"

เยี่ยหวยอันโกรธจนกล่าวไม่ออก เขาสั่งกักบริเวณนางหนึ่งเดือนและตัดเบี้ยเลี้ยงครึ่งปี ก่อนให้พ่อบ้านเก็บเศษหยกไปหาช่างซ่อม

ผู้คนทยอยออกจากหอ อวี๋หนิงเดินผ่านชิงหรานเป็นคนสุดท้าย นางหยุดฝีเท้าแล้วก้มลงคล้ายจะประคองพี่สาว

"พี่หญิง เหตุใดต้องดื้อรั้นถึงเพียงนี้เจ้าคะ"

ชิงหรานมองปลายนิ้วของอีกฝ่าย บนเล็บนิ้วก้อยมีขี้ผึ้งใสติดอยู่จุดหนึ่ง

เล็กเสียจนผู้ไม่ตั้งใจย่อมมองไม่เห็น

อวี๋หนิงเห็นสายตานั้นก็รีบหดมือเข้าแขนเสื้อราวขวัญหนีดีฝ่อ ก่อนซ่อนความหวาดหวั่นนั้นไว้หลังม่านน้ำตาอย่างรวดเร็ว

ชิงหรานไม่ได้เปิดโปงนาง

เพราะรอยขี้ผึ้งเพียงจุดเดียวพิสูจน์สิ่งใดไม่ได้ และในจวนแห่งนี้ ต่อให้นางยกความจริงทั้งก้อนมาวางตรงหน้า ผู้คนก็ยังคงเลือกหลับตาข้างเดียวอยู่ดี

นางเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น

"ของที่แตกแล้วยังซ่อมได้ ทว่าเมื่อคนผู้หนึ่งเลือกเชื่อคำลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันหนึ่งต่อให้คุกเข่าอ้อนวอน ก็เรียกสิ่งที่เสียไปกลับคืนไม่ได้"

อวี๋หนิงเม้มริมฝีปาก ก่อนยืดตัวขึ้นและเดินจากไป

แสงอาทิตย์สายลอดผ่านบานหน้าต่าง กระทบเศษหยกชิ้นเล็กซึ่งตกค้างอยู่ใต้โต๊ะจนเปล่งประกาย มันยังคงขาวสะอาดไร้ตำหนิดุจไม่เคยผ่านเรื่องราวใด

หากแต่ไม่มีวันกลับเป็นคทาหรูอี้ชิ้นเดิมได้อีกแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel