บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 กลลวงเหรียญทอง

ตอนที่ 8 กลลวงเหรียญทอง

ท่ามกลางลมหายใจที่รวยรินของยุคอาณานิคม มาเก๊าในปี 1993 เปรียบเสมือนโรงละครที่ฉากหลังกำลังถูกรื้อถอน กลุ่มนายธนาคารและขุนนางชาวโปรตุเกสที่เคยเสวยสุขอยู่บนยอดพีระมิดเริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการสิ้นสุดอำนาจ พวกเขาไม่เพียงแต่ตระเตรียมลี้ภัยกลับสู่ยุโรป แต่ยังพยายามขูดเลือด ครั้งสุดท้ายจากแผ่นดินที่พวกเขากำลังจะจากไป ผลลัพธ์คือความผันผวนของค่าเงินปาตากาที่รุนแรงจนชาวบ้านเริ่มตื่นตระหนก ทว่าในความวุ่นวายนั้น ไป๋หลิง กลับมองเห็นตัวเลขที่ผิดปกติในบัญชีงบดุลของกาสิโนลิสบัว

เธอนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบใบหน้าครุ่นคิด นิ้วเรียวสวยเคาะลงบนแผ่นกระดาษรายงานการแลกชิปของลูกค้ากลุ่ม VIP จากยุโรป

“อัตราการแลกชิปกลับเป็นเงินสดพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ... แต่น้ำหนักของทองคำสำรองในคลังกลางที่ใช้ค้ำประกันชิปเหล่านั้นกลับลดลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น”

ไป๋หลิงวิเคราะห์ในใจ

“นี่ไม่ใช่แค่การถอนทุน แต่นี่คือการโจรกรรมเชิงระบบ”

ไป๋หลิงตัดสินใจลงไปยังห้องแลกชิปกลางของกาสิโน ซึ่งตั้งอยู่ลึกชั้นใต้ดินที่คุ้มกันด้วยเหล็กกล้าและยามติดอาวุธ สถานที่แห่งนี้คือหัวใจที่สูบฉีดโลหะมีค่าให้กลายเป็นความฝันของผู้คน เธอไม่ได้มาในฐานะผู้บริหารที่มาตรวจงานตามปกติ แต่มาในคราบของดีลเลอร์ระดับ Gold ที่ต้องตรวจสอบความพร้อมของวัสดุ

"เปิดถาดชิปสำรองเบอร์ 4 ให้ฉันดูหน่อย"

ไป๋หลิงสั่งพนักงานดูแลคลัง

"แต่คุณไป๋ครับ... ชิปพวกนี้เพิ่งจะส่งมาจากโรงกษาปณ์ย่อยในลิสบอนเมื่อเช้านี้เองนะครับ"

พนักงานตอบด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลาม

"ฉันบอกให้เปิด"

น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบจนอีกฝ่ายต้องรีบปฏิบัติตาม

เมื่อฝาลังไม้ถูกเปิดออก ชิปพลาสติกเกรดพรีเมียมสีทองอร่ามที่ใช้แทนมูลค่าหนึ่งหมื่นปาตากาสะท้อนแสงไฟวิบวับ ไป๋หลิงหยิบชิปขึ้นมาหนึ่งเหรียญ เธอไม่ได้แค่มอง แต่นิ้วของเธอสัมผัสถึง ความหนาแน่นที่ผิดปกติ เธอโยนชิปนั้นลงบนโต๊ะโลหะ

กริ๊ง!

เสียงของมันทึบและสั้น ไม่ใช่เสียงกังวานใสแบบที่ชิปผสมผงทองแท้ควรจะเป็น

“ตะกั่วผสมทองแดง... พ่นสีทองเกรดอุตสาหกรรม”

เธอสรุปผลในสมองทันที

“พวกมันแอบสลับชิปปลอมเข้ามาในระบบ เพื่อแลกเอาทองคำแท่งในคลังสำรองออกไปฟอกเป็นเงินสะอาดที่ยุโรป โดยใช้ตราประทับของลิสบัวเป็นเครื่องการันตี”

ไป๋หลิงไม่ได้โวยวาย เธอวางชิปกลับลงที่เดิมแล้วเดินออกมาด้วยรอยยิ้มปริศนา ในใจของเธอกำลังคำนวณแผนการตกปลาใหญ่ เธอรู้ดีว่าหากแจ้งตำรวจตอนนี้ พวกคนใหญ่คนโตจะรีบทำลายหลักฐานและเธอจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าเธอใช้ กติกาของเธอเอง... ทองคำเหล่านั้นจะกลายเป็นของเธอ

ไป๋หลิงนัดพบเจิ้งเหยียนที่ดาดฟ้าของอาคารที่มองเห็นอ่าวมาเก๊า ลมทะเลพัดแรงจนเส้นผมสีดำขลับของเธอปลิวไสว เจิ้งเหยียนยืนพิงขอบตึก สวมเสื้อโค้ทสีดำยาว เขากำลังหมุนชิปทองคำ (ของแท้) ในมือเล่นด้วยความเคยชิน

"พวกโปรตุเกสกำลังจะขนทองลอตสุดท้ายออกทางเรือสินค้า 'มาเรีย โซเฟีย' ในคืนพรุ่งนี้"

ไป๋หลิงเอ่ยโดยไม่หันมอง

"พวกมันใช้ชิปปลอมที่ฉันเจอ แลกทองแท่งออกมาได้เกือบหนึ่งตัน มูลค่ามหาศาลพอจะสร้างกองทัพย่อม ๆ ได้เลย"

"เธออยากให้ฉันบุกไปที่คลังกลางงั้นเหรอ?"

เจิ้งเหยียนถาม ดวงตาข้างเดียวของเขาฉายแววท้าทาย

"ไม่ค่ะ... นั่นมันเอิกเกริกเกินไป"

ไป๋หลิงหันมาสบตาเขา

"ฉันจะปล่อยให้พวกมันขนทองลงเรือไปก่อน ให้พวกมันคิดว่าชนะแล้ว แต่เมื่อเรือลำนั้นก้าวพ้นน่านน้ำมาเก๊าเข้าสู่น่านน้ำสากล... นั่นคือเวลาของคุณ"

"ดักปล้นกลางทะเล? เธอรู้ใช่ไหมว่านั่นหมายถึงสงคราม?"

"ไม่ใช่สงครามค่ะ... แต่มันคือการสูญหายจากอุบัติเหตุ"

ไป๋หลิงยื่นเอกสารการเดินเรือให้เขา

"ฉันเตรียมดีลเลอร์มือดีไปสลับชิปปลอมกลับเข้าไปในลังทองที่พวกมันคิดว่าขนหนีไปได้สำเร็จ พวกมันจะได้ 'เศษเหล็กพ่นสี' กลับไปที่ลิสบอน ส่วนของจริง... ฉันต้องการให้คุณเปลี่ยนมันเป็นกระสุนและเสบียง สำหรับอาณาจักรใหม่ของเรา"

เจิ้งเหยียนยกยิ้ม

"เธอนี่มันปีศาจในร่างนางฟ้าจริง ๆ ไป๋หลิง"

คืนเพ็ญเดือนหก ทะเลสงบนิ่งราวกับแผ่นกระจกสีดำ เรือมาเรีย โซเฟีย ลอยลำออกจากท่าเรือมาเก๊าอย่างเงียบเชียบ บนเรือมีกลุ่มขุนนางและนายธนาคารโปรตุเกสที่กำลังฉลองด้วยแชมเปญชั้นเลิศ พวกเขาหัวเราะร่าที่สามารถหอบเอาความมั่งคั่งของอาณานิคมนี้กลับบ้านได้สำเร็จ

ทว่าในเงามืดห่างออกไปสามไมล์ทะเล เรือเร็วสีดำสนิทสามลำที่ดับเครื่องยนต์กำลังลอยลำรอคอย เจิ้งเหยียนยืนอยู่ที่หัวเรือลำแรก ในมือถือปืนไรเฟิลสั่งทำพิเศษ

"ไป๋หลิงบอกว่าให้จัดการให้เงียบที่สุด..."

เขาพึมพำกับตัวเอง

ปฏิบัติการเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว เจิ้งเหยียนและทีมงานบุกขึ้นเรือโดยใช้อุปกรณ์ปีนป่ายเทคโนโลยีสูง พวกเขาไม่ได้ยิงใครตาย แต่ใช้ระเบิดควันและแก๊สสลบจัดการเวรยามอย่างมืออาชีพ เจิ้งเหยียนเดินตรงไปยังห้องนิรภัยใต้ท้องเรือ เขาใช้เครื่องตัดความร้อนเปิดตู้เซฟยักษ์ออก ภายในนั้นคือลังไม้สลักตรากาสิโนลิสบัว

เมื่อเปิดลังออก แสงทองคำแท่งเหลืองอร่ามสะท้อนเข้าตา เจิ้งเหยียนสั่งให้ลูกน้องรีบขนย้ายทองคำเหล่านั้นลงเรือเร็ว และวางลังไม้แฝด ที่บรรจุชิปตะกั่วพ่นสีทองที่ไป๋หลิงเตรียมไว้กลับลงไปแทนที่

ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงภายในสิบห้านาที เมื่อพรรคพวกของเจิ้งเหยียนถอยออกมา เรือมาเรีย โซเฟีย ก็ยังคงลอยลำต่อไปโดยที่คนบนเรือที่กำลังสลบไสลไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าอนาคต ของพวกเขาถูกสลับเปลี่ยนเป็นเศษเหล็กไปเรียบร้อยแล้ว

รุ่งเช้า ไป๋หลิงเดินเข้าสู่ห้องประชุมบอร์ดบริหารด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยอำนาจ มิสเตอร์โฮนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าเคร่งเครียดเพราะได้รับรายงานเรื่องทองคำสำรองที่หายไปจากคลัง

"มีคนแจ้งว่ามีการทุจริตทองคำสำรอง"

มิสเตอร์โฮเอ่ย น้ำเสียงสั่นเครือ

"และคนที่มีกุญแจสำรองคือพวกบอร์ดบริหารชาวโปรตุเกส"

กรรมการชาวโปรตุเกสคนหนึ่งลุกขึ้นทุบโต๊ะ

"ไร้สาระ! พวกเราทำงานให้ลิสบัวมานาน พวกคุณต่างหากที่บริหารผิดพลาดจนทองมันหายไปเอง!"

ไป๋หลิงเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าชายคนนั้น เธอยิ้มเย็นแล้ววางถุงผ้ากำมะหยี่ลงบนโต๊ะ เมื่อเปิดออก ชิปพลาสติกพ่นสีทองที่เธอเก็บมาจากคลังก็ร่วงกราวออกมา

"นี่คือ 'ความซื่อสัตย์' ของพวกคุณค่ะ"

ไป๋หลิงเอ่ย

"ชิปพวกนี้คือขยะที่พวกคุณใช้แลกทองแท่งออกไปเมื่อคืน แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ได้เข้าข้างพวกคุณนะคะ เพราะเรือมาเรีย โซเฟีย ถูกศุลกากรตรวจสอบกลางทะเล และพบว่าทองคำที่พวกคุณขนไป... มันก็เป็นของปลอมเหมือนชิปพวกนี้ไม่มีผิด"

"อะไรนะ! เป็นไปไม่ได้!"

กรรมการชาวโปรตุเกสหน้าถอดสี

"พวกเราเช็กแล้วว่ามันเป็นของจริง!"

"งั้นเหรอคะ? แสดงว่าคุณยอมรับแล้วสินะว่าขนทองออกไปจริง ๆ"

ไป๋หลิงรุกฆาต

"ขอบคุณที่สารภาพกลางห้องประชุมนะคะ รายงานฉบับนี้พร้อมหลักฐานการทุจริตและการปลอมแปลงวัสดุกาสิโนจะถูกส่งตรงไปยังสำนักงานใหญ่ในลิสบอนและผู้ว่าการรัฐมาเก๊าทันที"

มิสเตอร์โฮจ้องมองไป๋หลิงด้วยความทึ่ง เขาเห็นความอำมหิตที่สวยงามในวิธีการของเธอ เธอไม่เพียงแต่ทำลายศัตรู แต่เธอยังยึดอำนาจมาเป็นของตัวเองอย่างสมบูรณ์

"ในเมื่อบอร์ดบริหารชุดเก่าทำเรื่องงามหน้าไว้"

มิสเตอร์โฮประกาศ

"ผมขอใช้อำนาจผู้จัดการใหญ่ แต่งตั้งให้ ไป๋หลิง เป็นผู้ดูแลส่วนการเงินและคลังสำรองของลิสบัวแต่เพียงผู้เดียว มีผลตั้งแต่วินาทีนี้!"

ไป๋หลิงค้อมตัวรับคำสั่งอย่างสงบ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกลบเสียงก่นด่าของขุนนางที่กำลังจะสิ้นชื่อ เธอรู้ดีว่าทองคำแท้หนึ่งตันตอนนี้กำลังถูกหลอมและประทับตราใหม่ในฐานะ ทุนสำรองของฟีนิกซ์

เธอมองออกไปนอกหน้าต่างอาคารลิสบัว เห็นเส้นฟ้าของมาเก๊าที่กำลังเปลี่ยนสี

“ทองคำคือรากฐาน... แต่อำนาจคือสิ่งที่ทำให้มันคงอยู่”

ไป๋หลิงคิดในใจ

“และตอนนี้ ฉันมีทั้งสองอย่างอยู่ในกำมือแล้ว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel