ตอนที่ 7 สงครามตัวแทน
ตอนที่ 7 สงครามตัวแทน
มาเก๊าในปี 1993 ไม่ใช่เมืองที่เงียบสงบเหมือนในโปสต์การ์ดอีกต่อไป กลิ่นอายของอิสรภาพจากโปรตุเกสเริ่มโชยมาพร้อมกับกลิ่นดินปืนและการแย่งชิง แสงไฟจากกาสิโนลิสบัวยังคงหมุนวนท่ามกลางละอองฝนที่โปรยปราย แต่ในตรอกซอกซอยที่แสงสว่างเข้าไม่ถึง แรงสั่นสะเทือนของการเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจกำลังทำให้เมืองทั้งเมืองเดือดพล่าน
ไป๋หลิง นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้พะยูงแกะสลักในห้อง The Phoenix Room ห้องทำงานของเธอในตอนนี้ถูกบุด้วยผนังกันเสียงอย่างดี ตกแต่งด้วยแจกันกระเบื้องเคลือบสมัยราชวงศ์ชิงที่เธอประมูลมาเพื่อเสริมบารมี สายตาของเธอจับจ้องไปที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่มีพาดหัวข่าวเรื่องการปะทะกันของกลุ่มนักเลงหัวไม้รายวันที่ย่านเขตอุตสาหกรรมนอร์ทเทิร์น
"พวกมาเฟียรุ่นใหม่ เริ่มไม่เกรงใจผู้อาวุโสแล้ว"
ไป๋หลิงเปรยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความกังวล
"พวกเขามีปืน มีความบ้าบิ่น แต่ไม่มีสมองพอที่จะรู้ว่าการยิงกันกลางเมืองมันทำลายธุรกิจท่องเที่ยวของเราขนาดไหน"
อาฉี ซึ่งตอนนี้เลื่อนขั้นมาเป็นผู้ช่วยมือขวา (แม้จะยังขี้ขลาดเหมือนเดิม) ยืนตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ
"แต่อาจารย์ไป๋ครับ... ถ้าเราอยู่เฉย ๆ ให้พวกเขากัดกันตายไปเอง ไม่ดีกว่าเหรอครับ? ลิสบัวของเราจะได้สงบสุข"
"สงบสุขบนกองซากศพงั้นเหรอ?"
ไป๋หลิงเงยหน้ามอง
"ถ้ากาสิโนคู่แข่งถูกเผา หรือแขกถูกลูกหลงตายที่หน้าประตูเมือง ใครจะกล้าเอาเงินมาทิ้งที่นี่? เราไม่ได้ต้องการให้พวกเขาตาย อาฉี... เราต้องการให้พวกเขาเชื่อง"
ลึกเข้าไปในย่านเมืองเก่า ที่ห้องลับหลังร้านน้ำชาที่ดูซอมซ่อ แต่ภายในกลับอบอวลด้วยกลิ่นธูปราคาแพงและเสียงกระทบกันของตัวไพ่นกกระจอก ไป๋หลิงนั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้ามือ ของโต๊ะสี่เหลี่ยม รอบตัวเธอคือชายฉกรรจ์สามคนที่เป็นตัวแทนขั้วอำนาจสำคัญ
ทางซ้ายคือเหล่าเซียว ตัวแทนมาเฟียรุ่นเก๋าที่คุมสัมปทานโรงเบียร์และท่าเรือเก่า ผิวหนังเหี่ยวย่นแต่แววตาเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทางขวาคืออาเฟย หัวหน้าแก๊งรุ่นใหม่ที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังและไว้ผมยาวระต้นคอ ท่าทางยโสและไม่ยอมใคร ส่วนคนสุดท้ายคือพนักงานระดับสูงของเทศบาลมาเก๊าที่พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
"วันนี้เรามาที่นี่เพื่อเล่นสนุก หรือมาเพื่อฟังเด็กสาวสอนมวย?"
อาเฟยถ่มน้ำลายลงบนพื้นไม้ พลางขยับตัวไพ่นกกระจอกในมืออย่างรุนแรง
ไป๋หลิงยิ้มบาง ๆ มือของเธอหยิบไพ่ตัวหนึ่งขึ้นมาสัมผัสด้วยปลายนิ้ว เธอนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อรับรู้ถึงรอยนูนบนหน้าไพ่ 'เจ็ดหมื่น' เธอรู้ทันทีว่าอาเฟยกำลังรอไพ่ใบนี้เพื่อปิดเกม
"ไพ่นกกระจอกไม่ใช่แค่เกมดวงนะคะคุณอาเฟย แต่มันคือการบริหารทรัพยากรที่จำกัด"
ไป๋หลิงทิ้งไพ่ใบหนึ่งลงกลางโต๊ะ
"เหมือนกับธุรกิจกาสิโนในตอนนี้... ถ้าคุณยังส่งเด็กไปทำลายโต๊ะพนันของเหล่าเซียว เงินในกระเป๋าของคุณก็จะหายไปกับค่าจ้างมือปืนและส่วยที่ต้องจ่ายเพิ่มให้ตำรวจ"
เหล่าเซียวแค่นหัวเราะ
"พูดได้ดีนี่แม่หนู อาสอง (อาเฟย) มันอยากได้ที่ดินแถวหอนาฬิกา แต่มันลืมไปว่าแถวนั้นข้าปูทางมาตั้งแต่สมัยพ่อมันยังไม่เกิด"
ไป๋หลิงสังเกตอาการของทั้งคู่
[เหล่าเซียวทิ้งไพ่ด้วยจังหวะที่เนิบช้าแต่หนักแน่น สื่อถึงความมั่นคงในฐานะ แต่เขาแอบขยับเท้าใต้โต๊ะไม่หยุด... เขากำลังร้อนเงิน สัญญาเงินกู้จากธนาคารโปรตุเกสกำลังบีบเขา ส่วนอาเฟยแม้จะดูยโส แต่เขามักจะกะพริบตาถี่ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องตำรวจ... เขากำลังหวาดกลัวการกวาดล้างระลอกใหม่]
"ฉันเสนอทางออกที่ยุติธรรมค่ะ"
ไป๋หลิงทิ้งไพ่ใบที่อาเฟยต้องการลงไปพอดี
"คุณอาเฟยได้คุมการคุ้มครองเส้นทางใหม่ ส่วนเหล่านะได้ร้อยละห้าจากยอด ในห้องฟีนิกซ์ของฉันเป็นการชดเชยที่ดิน... แลกกับการที่พวกคุณต้องทำความสะอาดเมืองนี้ให้เรียบร้อยก่อนสิ้นเดือน"
ทั้งสองฝ่ายชะงัก สายตาที่เคยมองไพ่บนโต๊ะ กลับมาจ้องเขม็งที่ใบหน้าของไป๋หลิง
ในขณะที่การเจรจาบนโต๊ะพนันกำลังดำเนินไป นอกหน้าต่างที่มืดมิดและเต็มไปด้วยสายฝน เงาร่างสูงใหญ่ของ เจิ้งเหยียน ยืนอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม เขามองผ่านกล้องส่องทางไกลเห็นความตึงเครียดภายในห้องน้ำชา เขารู้ดีว่าไป๋หลิงคือสมอง และเขาคือพละกำลังที่จะทำให้ข้อเสนอของเธอกลายเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้
"บอสครับ... พวกแก๊งของอาเฟยเตรียมลอบกัดเหล่าเซียวที่ท่าเรือหมายเลข 4 ครับ"
ลูกน้องของเจิ้งเหยียนรายงานผ่านวิทยุสื่อสาร
เจิ้งเหยียนขยับผ้าคาดตาเล็กน้อย แววตาที่เหลือเพียงข้างเดียววาวโรจน์
"ไป๋หลิงบอกว่าให้ฉันช่วยโน้มน้าวพวกเขา... งั้นก็แสดงให้เห็นหน่อยว่าการไม่ฟังคำแนะนำของราชินี ผลลัพธ์มันจะเจ็บปวดแค่ไหน"
ฉากตัดมาที่ท่าเรือหมายเลข 4 ตู้คอนเทนเนอร์ถูกวางซ้อนกันเป็นกำแพงลึกลับ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมกระโชกแรง กลุ่มชายชุดดำของอาเฟยซุ่มรอเพื่อจะถล่มคลังสินค้าของเหล่าเซียว ทว่าพวกเขากลับพบกับสิ่งที่น่ากลัวกว่า
เจิ้งเหยียนก้าวออกมาจากเงามืดเพียงลำพัง ปืนพกในมือของเขาดูเยือกเย็นภายใต้แสงไฟสปอร์ตไลท์
"กลับไปบอกเจ้านายพวกแก... ว่าวันนี้อาจารย์ไป๋สั่งให้เมืองนี้สงบสุข ใครขัดคำสั่ง... จะไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์พรุ่งนี้"
การปะทะเกิดขึ้นเพียงสั้น ๆ แต่รุนแรง เจิ้งเหยียนใช้ยุทธวิธีที่เด็ดขาดและแม่นยำ เขาไม่ได้ฆ่าทุกคน แต่เขาทำลาย จุดสำคัญเพื่อให้พวกเขารู้ว่าเขาสามารถทำได้มากกว่านี้หากต้องการ เสียงปืนนัดสุดท้ายดังขึ้นพร้อม ๆ กับที่ไป๋หลิงขยับตัวไพ่นกกระจอกใบสุดท้ายในห้องลับ
กลับมาที่โต๊ะไพ่นกกระจอก เสียงวิทยุสื่อสารในกระเป๋าเสื้อของอาเฟยดังขึ้นสั้น ๆ หลังจากฟังรายงาน สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นซีดเผือก เขามองไปที่ไป๋หลิงด้วยความหวาดระแวงและยำเกรง
"ดูเหมือน... ข้อเสนอของคุณจะน่าสนใจขึ้นมาทันทีเลยนะคุณไป๋"
อาเฟยเอ่ยเสียงสั่น
"ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าฉันมาเพื่อช่วย"
ไป๋หลิงรวบไพ่บนโต๊ะเข้าด้วยกัน
"สัญญาแบ่งเขตอิทธิพลนี้จะถูกร่างขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร ทุกคนจะได้ประโยชน์ และเมืองมาเก๊าจะได้เดินหน้าต่อ"
การเจรจาจบลงด้วยการดื่มน้ำชาสาบาน เหล่านะและอาเฟยยอมถอยคนละก้าวภายใต้เงื่อนไขที่ไป๋หลิงกำหนด โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ในรายละเอียดที่ซับซ้อนของส่วนแบ่งและค่าบริหารจัดการเส้นทาง ไป๋หลิงได้สอดแทรก ค่าธรรมเนียมการประสานงาน เข้าสู่บัญชีลับของบริษัท The Phoenix International ของเธอเองถึงร้อยละสาม
ในสายตาคนนอก มันคือการเสียสละเพื่อส่วนรวม... แต่ในสายตาของนักคณิตศาสตร์อย่างฉัน มันคือการเก็บค่าภาษีจากการใช้อำนาจ ไป๋หลิงคิดในใจขณะมองดูชายทั้งสองเดินออกจากห้องไป
หลังจบการเจรจา ไป๋หลิงเดินออกมาที่ระเบียงร้านน้ำชา ลมเย็นปะทะหน้าเธอจนกี่เพ้าสีเขียวมรกตไหวพริ้ว เจิ้งเหยียนเดินเข้ามาหยุดยืนข้าง ๆ เธอ กลิ่นดินปืนจาง ๆ ยังติดอยู่ที่เสื้อสูทของเขา
"เรียบร้อยดีไหม?"
ไป๋หลิงถามโดยไม่หันมอง
"พวกเด็กเมื่อวานซืนต้องใช้บทเรียนแรง ๆ ถึงจะเข้าใจ"
เจิ้งเหยียนตอบ พลางยื่นบุหรี่ให้แต่เธอปฏิเสธ
"เธอทำได้ดีนะ ไป๋หลิง... การใช้ไพ่นกกระจอกเป็นตัวล่อเพื่อวิเคราะห์จุดอ่อนของพวกมัน ฉันเกือบจะเชื่อแล้วว่าเธอกำลังเล่นเกมจริง ๆ"
"ฉันเล่นเกมจริง ๆ ค่ะคุณเจิ้ง เกมที่เดิมพันด้วยความสงบของเมืองนี้"
ไป๋หลิงหันมาสบตาเขา
"ขอบคุณที่ช่วยเป็นมือ ให้ฉันนะคะ"
"ฉันไม่ได้เป็นแค่มือหรอก..."
เจิ้งเหยียนโน้มตัวลงมาใกล้
"ฉันเป็นเดิมพันทั้งหมดที่เธอมี อย่าลืมสิ"
ไป๋หลิงยิ้มบาง ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนจากการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ สู่ความผูกพันที่เดิมพันด้วยชีวิต ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยที่เต็มไปด้วยอันตราย ไป๋หลิงรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามตัวแทน เพราะในไม่ช้า... กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากยุโรปและพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเริ่มก้าวเข้ามาในสนามนี้ และเมื่อนั้น เธอจะต้องมีฐานอำนาจที่แข็งแกร่งกว่าแค่โต๊ะพนันในลิสบัว
เธอมองออกไปที่ขอบฟ้า เห็นแสงไฟนีออนของเมืองที่เธอเริ่มจะกุมบังเหียนไว้ได้ทีละน้อย
ก้าวต่อไปคือการล้างบางเหรียญทองปลอม... และกำจัดพวกโปรตุเกสที่คิดจะสูบเลือดมาเก๊าเป็นครั้งสุดท้าย
