ตอนที่ 6 รากฐานแห่งอำนาจ
ตอนที่ 6 รากฐานแห่งอำนาจ
กลิ่นไม้หอมจากนามบัตรของเจิ้งเหยียนยังคงกรุ่นติดอยู่ที่ปลายนิ้ว แต่มันไม่ได้ทำให้ ไป๋หลิง เคลิบเคลิ้มไปกับเสน่ห์อันตรายนั้น ตรงกันข้าม มันคือเครื่องเตือนใจว่าในเมืองที่คลื่นใต้น้ำพัดแรงเช่นนี้ หากเธอไม่รีบสร้างฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งพอ เธอจะเป็นได้เพียงของเล่น หรือ หมาก ในมือของมังกรตาเดียวเท่านั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องประชุมชั้นสูงสุดของกาสิโนลิสบัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด โต๊ะไม้โอ๊กยาวเหยียดมีเหล่าบอร์ดบริหารในชุดสูทสากลนั่งเรียงราย ทุกคนล้วนเป็นผู้กุมอำนาจเงินตราของมาเก๊าที่มองเห็นตัวเลขสำคัญกว่าชีวิตคน และเหนือหัวโต๊ะนั้นคือ มิสเตอร์โฮ ผู้ที่เชิญเธอมารายงานแผนงานหลังจากที่เธอสร้างปรากฏการณ์ มือปราบเซียน จนเป็นที่เลื่องลือ
ไป๋หลิงเดินเข้าสู่ห้องประชุมด้วยท่วงท่าที่เปลี่ยนไป เธอสวมกี่เพ้าชุดใหม่สีน้ำเงินเข้มขลิบเงิน ดูสุขุมและเป็นทางการมากขึ้น ในมือถือแฟ้มเอกสารที่เธอเขียนขึ้นด้วยลายมืออย่างประณีต ข้อมูลข้างในคือผลึกความคิดจากโลกอนาคตปี 2024 ที่เธอนำมาปรับใช้กับยุค 1990
"ทุกวันนี้ ลิสบัวพึ่งพารายได้จากนักพนันขาจรที่เดินเข้ามาด้วยดวงถึง 70% ของรายได้ทั้งหมด"
ไป๋หลิงเริ่มเปิดฉาก นิ่งและกังวาน
"แต่สถิติที่ฉันรวบรวมมาจากฐานข้อมูลผู้เล่นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบอกว่า เรากำลังเสียโอกาสมหาศาลจากกลุ่มคนที่เราไม่เคยดูแล... นั่นคือกลุ่ม 'ปลาวาฬ' (Whales) หรือมหาเศรษฐีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความเหนือระดับ"
บอร์ดบริหารคนหนึ่งแค่นยิ้ม
"เราก็มีห้อง VIP อยู่แล้วนี่ แม่หนู เธอจะบอกว่าระบบที่เราใช้มาสามสิบปีมันใช้ไม่ได้งั้นเหรอ?"
"ห้อง VIP ที่มีไว้แค่กั้นม่านน่ะเหรอคะ?"
ไป๋หลิงสวนกลับทันควัน
"สิ่งที่ฉันเสนอคือระบบ 'VIP Junket' เราจะไม่รอให้เขาเดินเข้ามา แต่เราจะให้ 'เอเย่นต์' ไปเชิญเขามา เอเย่นต์จะเป็นคนดูแลเรื่องที่พัก อาหาร การเดินทาง และเป็นคนค้ำประกันวงเงินให้กาสิโน โดยที่ลิสบัวไม่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องหนี้สูญเองแม้แต่ปาตากาเดียว"
มิสเตอร์โฮขยับตัว แววตาเริ่มเป็นประกาย
"เอเย่นต์เหล่านั้น... จะได้อะไร?"
"ส่วนแบ่งจากยอดการหมุนเวียนไพ่ค่ะ"
ไป๋หลิงวางแผนผังโครงสร้างรายได้ลงบนโต๊ะ
"นี่คือระบบที่จะดึงเอามาเฟียท้องถิ่นที่เคยเป็นศัตรูของเรา ให้เข้ามาเป็น 'พันธมิตร' ในฐานะเอเย่นต์ดูแลลูกค้า พวกเขาจะมีรายได้ที่ถูกกฎหมาย และลิสบัวจะมีกระแสเงินสดที่นิ่งเหมือนน้ำในสระ"
ไป๋หลิงไม่ปล่อยให้พวกเขาพักหายใจ เธอกางแผ่นแผนผังสถิติถัดไปที่เธอรวบรวมข้อมูลมาจาก 'บ่อนรูหนู' ย่านอีอาเดอมาเชา
"นอกจากนี้ เราต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า 'ชนชั้น' ในกาสิโน" เธอชี้ไปที่ลำดับขั้นที่เธอเขียนไว้
"Bronze, Silver, Gold และระดับสูงสุด... Diamond สมาชิกแต่ละระดับจะได้สิทธิพิเศษที่ต่างกัน ตั้งแต่คูปองอาหารฟรี ไปจนถึงเฮลิคอปเตอร์รับส่งส่วนตัว มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่กระหายการยอมรับค่ะ ถ้าเรามอบเข็มกลัดสีทองให้เขา เขาก็พร้อมจะทุ่มเงินล้านเพื่อให้ได้มันมาประดับอก"
"เธอเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน?"
กรรมการอีกคนถามด้วยความสงสัย
"จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการจ่ายเงินของแขกที่ฉันจดบันทึกไว้ค่ะ"
ไป๋หลิงยิ้มบาง ๆ
"ฉันรู้ว่าข้าราชการคนไหนชอบไวน์ยี่ห้ออะไร นักธุรกิจจากแผ่นดินใหญ่คนไหนชอบความหรูหราแต่ขี้เหนียวทิป ข้อมูลเหล่านี้คืออาวุธที่แม่นยำกว่าปืนพกของแก๊งมาเฟียเสียอีก"
มิสเตอร์โฮเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
"แผนของเธอดีมาก ไป๋หลิง... แต่เธอรู้ไหมว่าการจะให้มาเฟียมาเป็นเอเย่นต์มันหมายถึงการแบ่งเค้กที่พวกเขากินอยู่เดิม และบางแก๊งก็ไม่ชอบการถูกควบคุม ด้วยระบบบัญชีของเธอ"
คำเตือนของมิสเตอร์โฮกลายเป็นความจริงในคืนนั้นเอง ไป๋หลิงถูกเชิญไปยังร้านน้ำชาเก่าแก่ย่านท่าเรือ ซึ่งเป็นที่นัดพบของ 'สภามาเฟียท้องถิ่น' ตัวแทนจากแก๊งเขี้ยวพยัคฆ์ (ที่จางกุ่ยสังกัดอยู่) และแก๊งอื่น ๆ นั่งรอเธออยู่ด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ควันบุหรี่หนาทึบจนมองเห็นแสงไฟเพียงรำไร
"แม่หนู... แผนการ ของเธอมันดูดีบนกระดาษนะ"
หัวหน้าแก๊งมังกรเขียวเอ่ยพลางลูบมีดสั้นในมือ
"แต่มันทำให้พวกเราต้องเปิดเผยบัญชีเงินมืดให้ลิสบัวรู้ เธอคิดว่าเราโง่รึไง?"
ไป๋หลิงนั่งลงอย่างสง่างาม เธอหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบช้า ๆ กลิ่นชาอูหลงหอมกรุ่นไม่ได้ทำให้เธอผ่อนคลาย แต่ช่วยให้สมองแจ่มชัด
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอร้องค่ะ"
ไป๋หลิงวางถ้วยชาลง เสียงกระทบของเซรามิกดังชัดเจนในความเงียบ
"ฉันมาที่นี่เพื่อยื่นทางรอดให้พวกคุณ"
เธอหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลออกมาวางบนโต๊ะ
"ในนี้คือข้อมูล 'บัญชีลับ' ของการฟอกเงินผ่านข้าราชการโปรตุเกสที่ฉันรวบรวมได้จากบ่อนรูหนู ถ้าลิสบัวเริ่มใช้ระบบ ข้อมูลพวกนี้จะถูกจัดระเบียบใหม่ให้กลายเป็น 'รายได้จากการเป็นเอเย่นต์' ที่ถูกกฎหมายทันที แต่ถ้าพวกคุณปฏิเสธ... ฉันก็ไม่รับรองว่าข้อมูลเหล่านี้จะไปหล่นอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ปราบปรามการทุจริตที่กำลังจะเดินทางมาจากลิสบอนสัปดาห์หน้าหรือเปล่า"
มาเฟียทั้งห้องลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ ปืนหลายกระบอกถูกชักออกมาเล็งมาที่เธอ อาฉีที่แอบดูอยู่หน้าประตูแทบจะฉี่ราด
แต่ไป๋หลิงกลับไม่ขยับ
"ยิงสิคะ... แล้วข้อมูลชุดที่สองที่ฉันฝากไว้กับคนของ เจิ้งเหยียน จะถูกเปิดเผยทันทีที่หัวใจฉันหยุดเต้น พวกคุณคิดว่ามังกรตาเดียวจะจัดการกับคนที่ทำให้ธุรกิจเขาสั่นคลอนยังไง?"
ชื่อของเจิ้งเหยียนทำงานเหมือนมนต์สะกด ปืนทุกกระบอกค่อย ๆ ถูกลดลง พวกเขารู้ดีว่าเจิ้งเหยียนให้ความสนใจผู้หญิงคนนี้ และการเป็นศัตรูกับเธอตอนนี้ไม่ต่างจากการเดินเข้าหาความตาย
"ฉลาดนักนะ..."
หัวหน้าแก๊งมังกรเขียวกัดฟัน
"ตกลง... เราจะลองทำตามระบบ ของเธอ แต่ถ้ามันไม่ได้ผลอย่างที่พูด... เจิ้งเหยียนก็ช่วยเธอไม่ได้"
หนึ่งเดือนผ่านไป ระบบที่ไป๋หลิงเสนอได้พิสูจน์ความแม่นยำของมัน รายได้ของกาสิโนลิสบัวพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ มาเฟียท้องถิ่นที่เคยเป็นปัญหาต่างหันมาสวมชุดสูทดูแลลูกค้ามหาเศรษฐีอย่างสุภาพเพื่อผลประโยชน์มหาศาล
ณ โซนสูงสุดของลิสบัว ห้อง VIP แห่งใหม่ถูกเปิดใช้งาน มันถูกตกแต่งด้วยศิลปะตะวันออกร่วมสมัย ผนังประดับด้วยภาพวาดฟีนิกซ์สีทองบนพื้นสีน้ำเงินเข้มตามแบบที่ไป๋หลิงร่างไว้ และชื่อของมันคือ 'The Phoenix Room'
ไป๋หลิงยืนอยู่บนระเบียงกว้างของห้องนี้ ลมทะเลพัดพาเอาความชื้นและกลิ่นเกลือมาประทะหน้า เธอมองลงไปเห็นเมืองมาเก๊าที่กำลังระยิบระยับด้วยแสงนีออน เมืองที่ครั้งหนึ่งเกือบจะฝังเธอลงในถังปูน แต่ตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่เหนือมัน
ก้าวแรกสำเร็จแล้ว... เธอคิดในใจพร้อมกับลูบขอบระเบียงหินอ่อน
ในมือของเธอมีเอกสารสำคัญอีกฉบับ มันคือรายชื่อข้าราชการที่ยอมสยบต่ออำนาจเงินของเธอ และที่สำคัญที่สุด... นามบัตรสีดำของเจิ้งเหยียนที่เธอหยิบขึ้นมาดูอีกครั้ง
"กติกาของเมืองเปลี่ยนไปแล้วค่ะคุณเจิ้ง"
ไป๋หลิงเปรยกับสายลม
"และตอนนี้... ฉันไม่ใช่แค่คนเดินหมากอีกต่อไป"
เธอมองเห็นรถ Mercedes-Benz สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ที่หน้ากาสิโน ชายที่ก้าวลงมาคือเจิ้งเหยียน เขามองขึ้นมาที่ระเบียงชั้นสูง และแม้ระยะทางจะไกล แต่ไป๋หลิงก็รู้สึกได้ว่าเขากำลังยกยิ้มให้เธอ... ยิ้มที่ยอมรับว่าหงส์ตัวนี้ได้กางปีกปกคลุมเมืองนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
ราชินีเดิมพันไม่ได้เกิดขึ้นจากดวง แต่มันเกิดขึ้นจากการคำนวณที่ไร้ผิดพลาด และความกล้าที่จะเดิมพันด้วยสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า... นั่นคือ 'ความจริง'
