บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เสียงลูกเต๋า

ตอนที่ 2 เสียงลูกเต๋า

แสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถถี่คล้ายจะขาดใจสะท้อนลงบนโต๊ะไม้ขัดมันที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีด บรรยากาศภายใน บ่อนรูหนู ย่านอีอาเดอมาเชา ยังคงเหมือนเดิม กลิ่นฉุนของยาสูบราคาถูกคลุ้งกระจายปนไปกับกลิ่นเหล้าเหมาไถและเหงื่อไคลของผู้คนที่เบียดเสียดกันอยู่รอบโต๊ะไฮโล เสียงตะโกนเขย่าถ้วยลูกเต๋าดังระงมสลับกับเสียงสบถเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นดังใจ

ไป๋หลิง ในชุดเสื้อคอจีนสีซีด ก้าวเท้าผ่านกองขยะและแอ่งน้ำขังหน้าร้านเข้ามาภายในบ่อน สายตาของเธอไม่ได้มองหาความบันเทิง แต่มันกำลังสแกนทุกความเคลื่อนไหวเหมือนกล้องตรวจจับความร้อนที่ส่งตรงมาจากอนาคต

"อา... อาหลิง? นั่นแกจริงๆ หรือ!"

เสียงแหบพร่าดังมาจากมุมหนึ่ง อาฉี ชายร่างผอมกะหร่องที่เป็นดีลเลอร์คู่หูของเธอในร่างเดิม วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว

"ข้าได้ข่าวว่าแกถูกจับลงเรือไปแล้ว ข้า... ข้านึกว่าแกไปเฝ้ายมบาลแล้วเสียอีก!"

ไป๋หลิงปัดฝุ่นออกจากไหล่ นัยน์ตาของเธอเรียบเฉยจนอาฉีชะงัก

"ยมบาลยังไม่ต้องการฉัน อาฉี แล้วตอนนี้จางกุ่ยก็ไม่ใช่ปัญหาของเราอีกต่อไป"

"ไม่ใช่ปัญหา? แกพูดบ้าอะไร หนี้ห้าแสนนั่น..."

"จบลงแล้ว"

ไป๋หลิงตัดบทสั้นๆ ก่อนจะเดินไปที่กลางบ่อน

"จากนี้ไป บ่อนนี้ต้องเปลี่ยนกฎใหม่ อาฉี ถ้าแกยังอยากมีข้าวกินและไม่ต้องคอยหลบกระสุนพวกมาเฟีย แกต้องทำตามที่ฉันสั่ง"

อาฉีงุนงงจนอ้าปากค้าง แววตาของอาหลิงคนเดิมที่เคยขี้ขลาดและเอาแต่ก้มหน้าดูไพ่บัดนี้หายไปสิ้น เหลือเพียงสตรีที่มีบรรยากาศเยือกเย็นและทรงอำนาจอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

"ดูนั่น"

ไป๋หลิงกระซิบ พลางบุ้ยปากไปทางโต๊ะบาคาร่าฝั่งขวา ที่ซึ่งชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทายับยู่ยี่กำลังลงเงินเดิมพันก้อนโต

"ชายคนนั้น... แขนเสื้อซ้ายของเขาหนากว่าปกติ 0.5 เซนติเมตร ทุกครั้งที่เขาจั่วไพ่ ปลายนิ้วก้อยของเขาจะกระตุกเข้าหาอุ้งมือ"

อาฉีขมวดคิ้ว

"เขาก็แค่ตื่นเต้นหรือเปล่า?"

"ไม่ใช่"

ไป๋หลิงแค่นยิ้ม

"นั่นคือรหัสนิ้วของผู้เล่นสายโกง เขาใช้สิ่งที่เรียกว่า เครื่องซ่อนไพ่ในแขนเสื้อ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเขากระตุก คือการกดสปริงเพื่อสลับไพ่ในมือกับไพ่ที่ซ่อนไว้"

เธอเดินเข้าไปที่โต๊ะนั้นอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มตึงเครียด ชายชุดเทากำลังจะหงายไพ่ใบสุดท้ายเพื่อกินรวบเงินกองกลาง แต่ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสโต๊ะ ไป๋หลิงก็คว้าข้อมือของเขาไว้ทันควัน

"อย่าเพิ่งรีบหงายไพ่สิคะ คุณผู้ชาย"

เสียงของเธอหวานใสแต่กลับเย็นยะเยือกถึงกระดูก

"ไพ่ในมือนั้น... ฉันจำได้ว่ามันถูกแจกไปแล้วเมื่อสิบตาก่อน และตอนนี้มันควรจะอยู่ในกองไพ่ที่ใช้แล้ว ไม่ใช่ในมือคุณ"

"แกพูดเรื่องบ้าอะไร! ปล่อยนะนังดีลเลอร์ชั้นต่ำ!"

ชายคนนั้นโวยวาย พยายามสลัดมือออก

ไป๋หลิงไม่ได้ใช้แรงสู้ แต่เธอใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงไปที่จุดชีพจรตรงข้อมือของเขาอย่างแม่นยำ แรงกดนั้นส่งผลให้กลไกสปริงในแขนเสื้อทำงาน ไพ่แปดโพดำที่ซ่อนอยู่ดีดพุ่งออกมาหล่นลงบนโต๊ะพนันต่อหน้าต่อตาแขกทุกคน

ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ชายชุดเทาหน้าซีดเผือด

"ในบ่อนของฉัน..."

ไป๋หลิงพูดช้าๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง

"ความดวงดีเป็นเรื่องของสถิติ แต่ความไม่ซื่อสัตย์เป็นเรื่องของชีวิต... อาฉี พาตัวเขาออกไป และบอกทุกคนว่ากติกาที่นี่เปลี่ยนไปแล้ว ใครโกง... ฉันจะหักนิ้วที่ใช้โกงนั่นทิ้งซะ"

หลังจากจัดการความวุ่นวาย ไป๋หลิงเรียกอาฉีเข้ามาในห้องพักพนักงานที่โกโรโกโส เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาขีดเขียน

"อาฉี ตั้งแต่วันนี้ไป ทุกคนที่เดินเข้ามาในบ่อน แกต้องจดรายละเอียดให้หมด"

"จดอะไร? ชื่อเรอะ? พวกนี้มันไม่บอกชื่อจริงหรอก"

"ไม่ต้องเอาชื่อ"

ไป๋หลิงส่ายหน้า

"ฉันต้องการพฤติกรรม... ใครจ่ายเงินด้วยธนบัตรใบละร้อยที่ยังมีกลิ่นน้ำหอมใหม่ๆ ใครที่ชอบแทงสวนทางกับคนอื่นเสมอโดยไม่สนใจสถิติ และที่สำคัญที่สุด... ใครที่เข้ามาคุยกับพนักงานระดับสูงของรัฐบาลโปรตุเกสที่แอบมาที่นี่"

เธอมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นรถยนต์หรูยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่นคลาสสิกจอดอยู่ที่หัวมุมถนน

"มาเก๊ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน อำนาจโปรตุเกสกำลังจางหาย อำนาจจีนกำลังคืบคลานเข้ามา บ่อนเถื่อนพวกนี้แหละคือจุดที่เงินมืดไหลมารวมกันมากที่สุด"

ไป๋หลิงใช้ทักษะจากโลกอนาคตวิเคราะห์กระแสเงินสด เธอพบปมที่น่าสนใจ มีข้าราชการโปรตุเกสกลุ่มหนึ่งใช้บ่อนนี้เป็น 'สถานีพักเงิน' ก่อนจะส่งออกไปยังยุโรป เงินเหล่านั้นไม่ได้มาจากการพนัน แต่มาจากการยักยอกงบประมาณแผ่นดิน

ข้อมูลพวกนี้แหละ... คือไพ่ใบแรกที่ฉันจะใช้เปิดประตูสู่ลิสบัว

ผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ บ่อนรูหนูใต้การคุมของไป๋หลิงกลายเป็นที่เลื่องลือ ไม่ใช่เพราะการพนันที่ดุเดือด แต่เพราะความแม่นยำ จนน่ากลัว นักพนันเริ่มเรียกเธอว่า อาจารย์ไป๋ เพราะเธอมักจะทำนายผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำจนไม่มีใครกล้าโกง

เงินทุนก้อนแรกเริ่มไหลเข้ากระเป๋า ไป๋หลิงแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้อาฉีและคนงาน และอีกส่วนหนึ่งเธอเก็บไว้สำหรับ 'การแปลงโฉม'

ในเย็นวันหนึ่ง ไป๋หลิงเดินเข้าร้านตัดเย็บเสื้อผ้าที่เก่าแก่ที่สุดในย่านเซนาโดสแควร์ (Senado Square) เจ้าของร้านที่เป็นหญิงชรามองดูเธอด้วยความประหลาดใจเมื่อไป๋หลิงยื่นแบบชุดกี่เพ้าที่เธอออกแบบเอง

"กี่เพ้าสีแดงเพลิง ตัดขอบด้วยดิ้นทองคำแท้... เนื้อผ้าต้องเป็นไหมซูโจวเท่านั้น"

ไป๋หลิงสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

"ฉันต้องการชุดที่เมื่อใครเห็น จะต้องสยบอยู่แทบเท้าก่อนที่ฉันจะอ้าปากพูดเสียอีก"

หญิงชราพยักหน้าอย่างสั่นเทา

"ได้... ได้ค่ะคุณหนู แต่ราคาของมัน..."

ไป๋หลิงวางเงินปาตากาปึกใหญ่ลงบนโต๊ะ

"ราคาไม่ใช่ปัญหา คุณภาพและความเร็วต่างหากที่ฉันต้องการ"

เมื่อเดินออกมาจากร้าน ไป๋หลิงยืนอยู่ท่ามกลางฝนที่เริ่มโปรยปราย แสงนีออนจากยอดตึกกาสิโนลิสบัวสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ เธอกำลังมองหาเส้นทางที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ดีลเลอร์ แต่เป็นผู้กุมชะตาของเมืองนี้

กาสิโนลิสบัว... อีกไม่กี่วัน ฉันจะเข้าไปหาแกในฐานะแขกที่แกไม่มีวันลืม

เธอกระชับเสื้อตัวเก่า นัยน์ตาคมกริบฉายแววทะเยอทะยานที่ไม่มีวันดับมอด การสอบคัดเลือกดีลเลอร์ระดับ Gold ที่กำลังจะมาถึงในอีกสามวัน คือบันไดขั้นแรกที่เธอจะใช้เหยียบข้ามศพของเหล่ามาเฟีย และทะยานขึ้นสู่บัลลังก์ที่เธอใฝ่ฝัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel