ตอนที่ 1 จั่วไพ่ในนรก
ตอนที่ 1 จั่วไพ่ในนรก
ความเย็นยะเยือกของหยดน้ำที่ซึมผ่านเนื้อผ้าหยาบ ๆ ปลุกสติที่เกือบหลุดลอยของเธอให้ฟื้นคืนกลับมา กลิ่นคาวปลาที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นน้ำมันดีเซลฉุนกึกทำให้อาการคลื่นไส้แล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ไป๋หลิง พยายามจะขยับตัว แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือและข้อเท้าบอกให้รู้ว่าเธอถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา
[นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...]
ภาพสุดท้ายในความทรงจำของเธอคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยกราฟสถิติและความน่าจะเป็นขนาดยักษ์ในออฟฟิศหรูใจกลางย่านการเงินปี 2024 เสียงเบรกของรถบรรทุกที่ดังสนั่น และความรู้สึกเหมือนร่างกายถูกบดขยี้ แต่ในวินาทีนี้ เสียงที่เธอได้ยินกลับเป็นเสียงคลื่นกระทบกราบเรือไม้ และเสียงสบถหยาบโลนเป็นภาษาจีนกวางตุ้งสำเนียงท้องถิ่น
"ตื่นแล้วรึ นังตัวซวย!"
แรงกระชากที่เส้นผมทำให้ใบหน้าของเธอถูกงัดขึ้น ไป๋หลิงลืมตาโพล่งสู้แสงตะเกียงน้ำมันที่วูบไหว เบื้องหน้าของเธอคือชายฉกรรจ์หน้าบากที่มีรอยสักรูปพยัคฆ์พาดผ่านลำคอ เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกปลดกระดุมโชว์แผงอกหนา และในมือของเขา... คือปืนพกกระบอกสีดำทมิฬ
"อาหลิง... แกทำแสบมากนะ ยักยอกเงินค่าน้ำจากบ่อนไปห้าแสนปาตากา แถมยังกล้าขโมยของรักของอาเฮียจางกุ่ยอีก"
ชายคนนั้นถ่มน้ำลายลงพื้น
"วันนี้คือวันตายของแก"
[อาหลิง? ห้าแสนปาตากา? ปี 1990 งั้นเหรอ?]
สมองของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับอัจฉริยะเริ่มทำงานด้วยความเร็วสูง เธอสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็ว นี่คือมาเก๊าในยุคที่ความมืดปกคลุมมากกว่าแสงไฟนีออน ร่างกายที่เธอสวมอยู่นี้ผอมบางและมือหยาบกร้านจากการทำงานหนัก ดูเหมือนเธอจะหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของดีลเลอร์ชั้นต่ำในบ่อนเถื่อนที่ดวงซวยสุดขีด
"ฉันไม่ได้ทำ..."
เสียงของเธอแหบพร่า แต่นิ่งสงบจนชายตรงหน้าชะงัก
"และแกก็รู้ดี จางกุ่ย ว่าคนอย่างอาหลิงไม่มีปัญญาขโมยเงินห้าแสนไปซ่อนที่ไหนได้หรอก"
"ปากดี!"
ชายที่ชื่อ จางกุ่ย หัวหน้าแก๊งเขี้ยวพยัคฆ์เดินเข้ามาตบหน้าเธอจนสะบัด
"เงินหายไปในกะที่แกคุม ของที่ขโมยไปก็หายไปในมือแก ถ้าแกไม่ตายวันนี้ พี่น้องฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
เขาสั่งให้ลูกน้องยกถังปูนใบใหญ่เข้ามาเตรียมไว้ ไป๋หลิงรู้ดีว่านี่คือ 'พิธีอำลา' แบบมาเฟียมาเก๊า การถูกโบกปูนและโยนลงทะเลคือจุดจบที่ไม่มีวันได้รับความเป็นธรรม
[ใจเย็นไว้ ไป๋หลิง... ชีวิตคือเกมของตัวเลข]
เธอสูดหายใจลึกรวบรวมสมาธิ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นสำรับไพ่ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ข้างตัวจางกุ่ย มันคือไพ่ยี่ห้อ 'Bee' รุ่นคลาสสิกที่นิยมใช้ในยุคนั้น
วินาทีนั้น ข้อมูลมหาศาลจากประวัติศาสตร์การพนันที่เธอเคยศึกษาไหลย้อนกลับมา เธอจำได้ว่าไพ่ 'Bee' ล็อตที่ผลิตในช่วงต้นปี 1990 มีความผิดพลาดครั้งใหญ่ในสายการผลิตที่เรียกว่า 'Diamond Back Misprint' ลายเพชรที่หลังไพ่จะถูกตัดเยื้องไปทางขวาเพียงเศษเสี้ยวของมิลลิเมตรในบางใบ ซึ่งคนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น แต่สำหรับสายตาของคนที่ทำงานกับตัวเลขและสัดส่วนอย่างเธอ มันชัดเจนเหมือนป้ายไฟนีออน
"จางกุ่ย!"
เธอตะโกนขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่น
"แกชอบเล่นพนันไม่ใช่เหรอ? แทนที่จะฆ่าฉันทิ้งเปล่า ๆ ทำไมไม่มาเดิมพันกันหน่อยล่ะ?"
จางกุ่ยชะงักมือที่กำลังเงื้อปืน เขาหัวเราะร่าอย่างดูแคลน
"เดิมพัน? แกมีอะไรมาเดิมพัน? ชีวิตเน่า ๆ ของแกเนี่ยนะ?"
"ถ้าฉันแพ้ แกก็แค่โยนฉันลงทะเลตอนนี้ แต่ถ้าฉันชนะ... แกต้องปล่อยฉัน ล้างหนี้ให้พ่อฉัน และฉันจะบอกว่าใครคือคนที่ยักยอกเงินตัวจริงของแกไป"
คำพูดหลังสุดทำให้ดวงตาของจางกุ่ยหรี่ลง
"แกเขลาหรือแกล้งโง่กันแน่? แกจะพนันอะไร?"
"ไพ่สามใบ..."
ไป๋หลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว
"แกจั่วไพ่ขึ้นมาสามใบจากสำรับนั้น วางคว่ำลง แล้วฉันจะบอกแกเองว่ามันคือไพ่อะไรบ้าง ถ้าฉันทายผิดแม้แต่ใบเดียว โยนฉันลงถังปูนได้เลย"
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากลูกน้องมาเฟียรอบ ๆ จางกุ่ยหยิบสำรับไพ่ขึ้นมาสับอย่างชำนาญ เสียงกรีดไพ่ดัง พึ่ด ๆ กระทบโสตประสาทของไป๋หลิง เธอใช้สมาธิขั้นสูงสุดเพ่งมองที่ขอบเพชรหลังไพ่ในทุกจังหวะที่มันเคลื่อนผ่านมือของจางกุ่ย
[ใบแรก... ลายเพชรขอบขวาถูกตัดครึ่ง นั่นคือไพ่หน้าแต้มสูง... คิงโพดำ
ใบที่สอง... ลายเพชรเต็มเม็ดแต่เอียงลงล่าง... เจ็ดโพแดง
ใบที่สาม... ลายเพชรขาดหายไปสองจุดที่มุมซ้าย... เอซดอกจิก]
จางกุ่ยวางไพ่สามใบคว่ำลงบนโต๊ะไม้ที่เปียกชื้น
"ว่ามาสิ อัจฉริยะ... ถ้าทายถูกฉันจะถือว่าผีพนันเข้าสิงแก แต่ถ้าผิด... เตรียมตัวไปเฝ้ายมบาลได้"
ไป๋หลิงจ้องลึกเข้าไปในตาของจางกุ่ย เธอรู้ดีว่าต้องใช้จิตวิทยาช่วย
"ใบแรก... คือผู้ที่ทรงอำนาจที่สุดในสำรับ... คิงโพดำ"
จางกุ่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหงายไพ่ใบแรก... คิงโพดำ จริงตามคำพูด
ลูกน้องมาเฟียเริ่มขยับตัวด้วยความกดดัน บรรยากาศบนเรืออึดอัดขึ้นมาทันที
"ใบที่สอง... สีแดงเหมือนเลือดที่แกกำลังจะเสียไปถ้าฆ่าคนผิดตัว... เจ็ดโพแดง"
มือของจางกุ่ยเริ่มสั่นเล็กน้อยขณะหงายไพ่ใบที่สอง... เจ็ดโพแดง
"เป็นไปไม่ได้... แกมองผ่านไพ่ได้รึไง?"
จางกุ่ยสบถ กลิ่นเหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผม
"ใบสุดท้าย..."
ไป๋หลิงเว้นจังหวะ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบ แต่ใบหน้ากลับนิ่งสนิทเหมือนน้ำแข็ง
"มันคือจุดเริ่มต้นและจุดจบของทุกอย่าง... เอซดอกจิก"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วลำเรือ มีเพียงเสียงไฟจากตะเกียงที่วูบไหว จางกุ่ยกระชากไพ่ใบสุดท้ายขึ้นมาดูด้วยตัวเอง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นรูปดอกจิกเพียงดอกเดียวตรงกลางไพ่... เอซดอกจิก
"แก..."
จางกุ่ยกัดฟันกรอด ปืนในมือสั่นระริก
"แกโกงฉัน!"
"ฉันถูกมัดมือมัดเท้าอยู่กลางวงลูกน้องแกเนี่ยนะจะโกงได้?"
ไป๋หลิงแค่นยิ้ม
"จางกุ่ย... ในโลกของการพนันไม่มีคำว่าโกง มีแต่คนที่ 'อ่าน' ข้อมูลขาดกับคนที่ไม่รู้อะไรเลย แกอยากรู้ไหมว่าเงินห้าแสนของแกไปอยู่ที่ใคร?"
ไป๋หลิงใช้สมองส่วนการวิเคราะห์พฤติกรรมที่เธอเคยใช้ในโลกเก่า
"สังเกตดูสิ ลูกน้องคนสนิทของแกที่ชื่อ 'อาปิง' น่ะ... ตั้งแต่ฉันเริ่มทายไพ่ใบที่สอง เขาก็เอามือลูบต้นคอไม่หยุด และตอนนี้เขากำลังถอยไปที่กราบเรือ"
สายตาทุกคู่หันไปที่อาปิง ชายคนนั้นหน้าซีดเผือดก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงน้ำหนีไปทันที ความโกลาหลเกิดขึ้นเพียงครู่ก่อนลูกน้องคนอื่นจะรีบตามไปรวบตัวไว้ได้
จางกุ่ยหันกลับมามองไป๋หลิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความอำมหิตยังอยู่ แต่มันถูกแทนที่ด้วยความยำเกรงและความสงสัย
"แกไม่ใช่คนเดิม... อาหลิง ดีลเลอร์ที่บ่อนฉันไม่มีทางมีแววตาแบบนี้"
"คนเดิมมันตายไปแล้ว..."
ไป๋หลิงตอบด้วยน้ำเสียงที่ลึกซึ้ง
"และคนที่อยู่ตรงหน้าแกตอนนี้ คือคนที่จะทำให้แกไม่ต้องมานั่งคุมเรือประมงเน่า ๆ แบบนี้ไปตลอดชีวิต"
จางกุ่ยใช้มีดสั้นตัดเชือกที่พันธนาการเธอออก ไป๋หลิงลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นเทา รอยแดงจากการถูกมัดปรากฏชัดบนผิวขาวซีดของเธอ เธอไม่ได้มองจางกุ่ยอีก แต่เดินไปที่กราบเรือ มองออกไปที่เส้นขอบฟ้าของมาเก๊า
ที่นั่น แสงไฟนีออนสีชมพูและเขียวของ กาสิโนลิสบัว สว่างจ้าท้าทายความมืดมิดของทะเล มันเหมือนสัตว์ร้ายยักษ์ที่นอนรอคอยเหยื่อ และในขณะเดียวกันมันก็ดูเหมือนพระราชวังที่รอคอยเจ้าของที่แท้จริง
"จางกุ่ย หนี้ของฉันกับแกจบลงที่นี่"
ไป๋หลิงเอ่ยโดยไม่หันกลับมา
"แต่ถ้าแกฉลาดพอ พรุ่งนี้ไปหาฉันที่บ่อนรูหนูย่านอีอาเดอมาเชา ฉันจะสอนแกเองว่าการถล่มกาสิโนด้วยสมองน่ะ... เขาทำกันยังไง"
เธอเดินก้าวลงจากเรือประมงที่เทียบท่าอย่างมั่นคง แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นและตามตัวจะมีแต่รอยฟกช้ำ ลมหนาวของปี 1990 พัดผ่านร่าง แต่มันไม่อาจดับความร้อนแรงในใจของเธอได้
ไป๋หลิงรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเริ่มเกมจั่วไพ่ใบแรกในนรกแห่งนี้เท่านั้น เป้าหมายของเธอไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่คือการปีนป่ายจากโคลนตมขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครเอื้อมถึง
[รอฉันก่อนเถอะมาเก๊า... ราชินีมาแล้ว]
